UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesG-SHOCK MUDMASTER GG-B100 - พันธุ์แกร่งของสายลุย

G-SHOCK MUDMASTER GG-B100 – พันธุ์แกร่งของสายลุย

by: ‘Mr.Big’

 

เผยโฉมออกมาแล้วสำหรับคอลเลกชั่นใหม่ G-Shock (จีช็อค) ที่พัฒนาเสริมแกร่งขึ้นมาเพื่อสายลุยโดยเฉพาะ ในรหัสรุ่น GG-B100 จากคอลเลกชั่น Mudmaster (มัดมาสเตอร์) หนึ่งในคอลเลกชั่น 3 ทหารเสือ ‘Master of G’ (มาสเตอร์ ออฟ จี) อันประกอบด้วยเรือนเวลาสายลุยสำหรับทางน้ำ ทางอากาศ และพื้นดิน ซึ่งนั่นก็คือ Mudmaster นั่นเอง

 

สำหรับ Mudmaster GG-B100 ได้รับการพัฒนาให้มีความแข็งแกร่งและทนทานเป็นอย่างมาก ทั้งยังเสริมเทคโนโลยีสำหรับโลกสมัยใหม่เข้าไว้อย่างเต็มสตรีม นั่นคือการใช้คาร์บอนไฟเบอร์และเรซิ่นมาประกอบเป็นตัวเรือนชั้นนอก โดยพัฒนาให้มีสมรรถนะในการรองรับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม น้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง ไม่เปลี่ยนรูปเมื่อเกิดการกระแทก หรือเมื่อต้องเจอกับสภาวะอุณหภูมิที่แปรปรวน เหนือกว่ารุ่นที่ผ่านๆ มา ส่วนตัวเรือนชั้นในได้รับการปกป้องด้วย ‘Carbon Core Guard Structure’ (คาร์บอน คอร์ การ์ด สตรัคเจอร์) หรือโครงสร้างคาร์บอนปกป้องตัวเครื่อง โดยเป็นแบรนด์แรกในโลกที่นำวัสดุคาร์บอนมาทำโครงสร้างนาฬิกา เพื่อมอบการต้านทานแรงสะเทือนที่เหนือกว่า ออกแบบด้วยลักษณะเฉพาะภายใต้โครงสร้างแบบกันโคลนและฝุ่น โดยเพิ่มวัสดุตัวกรองระหว่างเคสและปุ่มเพื่อป้องกันฝุ่นเข้า เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้ใช้งานอย่างมั่นใจ

 

Mudmaster GG-B100 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ 4 จุด และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อสายลุยในทุกกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นเข็มทิศดิจิตอลหรือ  ‘Azimuth’ (อาซิมุธ) วัดความกดอากาศ วัดความสูง วัดอุณหภูมิ บันทึกพิกัดการเดินทาง และคำนวณเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก โดยการคำนวณจะเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมจริง นอกจากนั้นยังเสริมด้วยฟังก์ชันเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกาย เช่น นับจำนวนก้าว คำนวณแคลอรี่ในการบริโภค ซึ่งข้อมูลต่างๆ จากการคำนวณจะปรากฏผ่านจอดิจิตอล LCD บนหน้าปัด และสามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ด้วยการเชื่อมต่อไปยังแอพพลิเคชั่น ‘G-Shock Connect’ (จีช็อค คอนเน็กต์) บนโทรศัพท์มือถือ โดยเมื่อเชื่อมต่อตัวนาฬิกาจะปรับเวลาตาม ‘Server Time’ (เซิร์ฟเวอร์ ไทม์) ทำให้ไม่จำเป็นต้องตั้งเวลาด้วยตัวเอง

 

Mudmaster GG-B100 ใช้การทำงานแบบเครื่องควอตซ์ โดยแบตเตอรี่มีอายุการใช้งาน 2 ปี เผยโฉมให้เป็นเจ้าของด้วยกันใน 3 สีแบบดิบๆ ได้แก่สีเขียวขี้ม้า สีดำ และสีส้ม  ประกอบกับสายยางบุด้วยแถบผ้าใบกันน้ำมีน้ำหนักเบา และกันลื่นได้เป็นอย่างดี โดยวางจำหน่ายเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และจะจัดจำหน่ายทั่วโลก (เฉพาะรุ่นสีเขียวขี้ม้า) ในเดือนสิงหาคมนี้ด้วยสนนราคาประมาณ 37,000-48,000 เยน หรือราว 11,000-14,000 บาท

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up