UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesGLASHÜTTE ORIGINAL SIXTIES CHRONOGRAPH ANNUAL EDITION 2023 - เอดิชั่นรายปีในสีเทาสปอร์ตวินเทจ

GLASHÜTTE ORIGINAL SIXTIES CHRONOGRAPH ANNUAL EDITION 2023 – เอดิชั่นรายปีในสีเทาสปอร์ตวินเทจ

by: ‘Mr.Big’

 

นับตั้งแต่ที่ Glashütte Original (กลาสฮุตเตอ โอริกินาล) นำเสนอคอนเซ็ปต์ ‘Annual Editions’ (แอนนวล เอดิชั่นส์) มาตั้งแต่ปี 2018 ก็ได้กระตุกต่อมกิเลสจากบรรดานักสะสมและผู้รักนาฬิกาเรื่อยมา ซึ่งทุกคนต่างเฝ้ารอว่าในแต่ละปีจะมีนาฬิกาในคอนเซ็ปต์นี้นำเสนอออกมาในหน้าตาที่หล่อเหลาถูกใจขนาดไหน โดยคอนเซ็ปต์ดังกล่าวเป็นการนำเรือนเวลาจากคอลเลกชั่น Sixties (ซิกซ์ตีส์) มาสร้างสรรค์ในรูปแบบที่โดดเด่นกว่ารุ่นปกติ ทั้งในรายละเอียดและสีสัน และเป็นการผลิตแบบไม่จำกัดจำนวน แต่จะมีรอบการผลิตแค่ช่วงระยะเวลา 1 ปี เท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นที่หลายคนถามหา และหลังจากที่เว้นช่วงการออกมา 1 ปี ในที่สุดก็เผยเรือนเวลารุ่นล่าสุดจาก ‘Annual Editions’ ประจำปี 2023 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

Sixties Chronograph Annual Edition 2021
Sixties Chronograph Annual Edition 2023
MITSUBISHI

 

ดีไซน์โดยรวมของ Sixties Chronograph Annual Edition (ซิกซ์ตีส์ โครโนกราฟ แอนนวล เอดิชั่น) ประจำปี 2023 ถูกนำเสนอในรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับรุ่นปี 2021 ภายใต้แรงบันดาลใจจากรุ่น ‘Spezimatic’ (สเปซิเมติก) หนึ่งในคอลเลกชั่นยอดนิยมของแบรนด์ในช่วงยุค 60s ตัวเรือนสร้างสรรค์จากสเตนเลสสตีลขัดเงา พร้อมปุ่มกดจับเวลาแบบจุกปั๊มสไตล์คลาสสิก  กับขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 12.4 มิลลิเมตร กรุกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงโดมโค้งเคลือบสารกันการสะท้อนเอาไว้ทั้ง 2 ด้าน กันน้ำได้ 30 เมตร พร้อมพื้นหน้าปัดแบบ ‘In-house’ (อินเฮาส์) ที่ทำขึ้นเองในโรงงาน Glashütte Original ในเมืองฟอร์ซไฮม์ (Pforzheim) ประเทศเยอรมนี โดยมีลวดลายพิเศษ คล้ายกลุ่มไอน้ำที่กำลังกระจายตัวออกเป็นวงรัศมีในแนวโค้งเป็นทรงโดมตามระนาบของกระจกหน้าปัด อันเกิดจากกระบวนการผลิตที่นำแผ่นทองเหลืองมาปั๊มด้วยแรงกดทับน้ำหนัก 60 ตัน ถึง 2 ครั้งเพื่อทำการขึ้นรูป จากนั้นจึงทำการแกะสลักลวดลายด้วยเครื่องมือพิเศษ และนำมาลงแลคเกอร์สีเทาพร้อมทำเอฟเฟ็กต์ไล่ระดับจากโทนสว่าง ณ จุดศูนย์กลาง ไปยังความเข้มจนดำสนิทที่บริเวณขอบ โดยใช้เทคนิคการพ่นด้วยมืออย่างพิถีพิถัน

 

เข็มและหลักชั่วโมงยังคงใช้แพทเทิร์นเดียวกับรุ่นปี 2021 แต่แตกต่างกันในส่วนของหลักชั่วโมงและเข็มทรง ‘Baton’ (บาตอง) โดยทำเป็นสีทองชาดจากเทคนิคการเคลือบ PVD ขณะที่ตัวเลข 6 และ 12 เป็นสีเงิน ในแบบฟอนต์ที่เป็นลักษณะเฉพาะจากรุ่น ‘Spezimatic’ และเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) บนเข็มและจุดกลมของแทร็คเวลาที่ติดตั้งรอบขอบหน้าปัด จัดแสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง แยกส่วนแสดงค่าวินาทีมาไว้บนหน้าปัดย่อยที่ขัดแต่งลายก้นหอยที่ 3 นาฬิกา โดยเข็มวินาทีหลักทำหน้าที่จับเวลา สอดคล้องไปกับการแสดงค่าจับเวลา 30 นาที บนหน้าปัดย่อยลายก้นหอยตำแหน่ง 9 นาฬิกา

 

การทำงานยังคงใช้บริการกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.39-34 ที่มีจำนวนทับทิมรวม 51 ชิ้น พร้อมด้วยสายใยจักรกลอก ‘Anachron’ (อนาครอน) ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง มอบการสำรองพลังงาน 40 ชั่วโมง พร้อมโครงสร้างกลไกสไตล์เยอรมันแบบ 3 ใน 4 ส่วน เผยให้เห็นระบบปรับตั้งการทำงานแบบคอหงส์ และโรเตอร์ที่ติดตั้งชิ้นถ่วงน้ำหนักเป็นทอง 21K แต่งลายฉลุโปร่งเป็นอักษร ‘G’ ของ Glashütte Original และงานขัดแต่งพื้นผิวแบบ ‘Glashütte Stripe’ (กลาสฮุตเตอ สไตรป์) ที่เป็นแบบฉบับเฉพาะของแบรนด์ ทั้งหมดนี้สามารถชื่นชมได้ผ่านฝาหลังแซพไฟร์คริสตัลทรงโค้ง ประกอบเข้ากับสายผ้าสีกรมท่า พร้อมตัวล็อกสายสเตนเลสสตีลแบบหัวเข็มขัด จำกัดรอบการผลิตแค่ 1 ปีเท่านั้น โดยเป็นเจ้าของได้ในราคา 324,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up