UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesGRAHAM CHRONOFIGHTER VINTAGE SPECIAL TIGER & BEAR - คู่ยิ่งใหญ่แห่งป่า

GRAHAM CHRONOFIGHTER VINTAGE SPECIAL TIGER & BEAR – คู่ยิ่งใหญ่แห่งป่า

by: ‘Mr.Big’

 

จากที่เมื่อวานซืนเราได้นำเสนอนาฬิกา Graham (แกรห์ม) รุ่น Chronofighter Vintage Special Golden Junk (โครโนไฟเตอร์ วินเทจ สเปเชียล โกลเด้น จังก์) ที่เป็นการอวยพรปีใหม่ไทยด้วยเรือสำเภาทองมงคลกันไปแล้ว ครั้งนี้จึงขอต่อเนื่องกับอีก 2 รุ่นพิเศษที่เปิดตัวมาพร้อมกัน เพื่อให้เป็นตัวแทนของจิตสำนึกในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและธรรมชาติ ผ่านตัวแทนผู้ยิ่งใหญ่แห่งพงไพรทั้ง 2 นั่นคือ Chronofighter Vintage Special Tiger (โครโนไฟเตอร์ วินเทจ สเปเชียล ไทเกอร์) และ Chronofighter Vintage Special Bear (โครโนไฟเตอร์ วินเทจ สเปเชียล แบร์)

 

เริ่มที่ Chronofighter Vintage Special Tiger ตัวแทนผืนป่าดิบแห่งเอเซีย ซึ่งแสดงความพิเศษผ่านพื้นหน้าปัดสีดำที่ตกแต่งแบบไล่โทนสี ตกแต่งด้วยลายพิมพ์ภาพกราฟฟิกรูปลูกเสือโคร่งเบงกอล เดินแหวกตัวเลข 12 นาฬิกา พร้อมกับเหยียบย่ำชื่อโลโก้แบรนด์ออกมาแบบไม่ไยดี โดยที่มีเสือโคร่งตัวใหญ่อีกตัวหนึ่งกำลังแสดงกิริยาที่ดูเหมือนกับเดินลอดหน้าปัดย่อยออกมาที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา สำหรับลวดลายของเสือทั้ง 2 ตัวได้รับการสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคงานพิมพ์แบบ ‘Nano-print Multi-layer’ (นาโนพรินต์ มัลติเลเยอร์) ให้รายละเอียดและสีที่คมชัด ไม่ซีดจางหรือหลุดร่อนแม้เวลาจะผ่านไป

 

ส่วน Chronofighter Vintage Special Bear นั้นสร้างสรรค์ขึ้นในฐานะผู้ยิ่งใหญ่แห่งป่าอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นที่อยู่ของหมีกรีซลีย์ หรือหมีสีน้ำตาล สัตว์กินเนื้อที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างความพิเศษผ่านพื้นหน้าปัดสีดำที่ขัดแต่งแบบไล่โทนเช่นกัน บริเวณฝั่งขวาของหน้าปัดตกแต่งด้วยภาพพิมพ์รูปหมีกรีซลีย์กำลังอาละวาดทำลายตัวเลข 12 นาฬิกาให้กระจุยกระจาย โดยที่ปากกำลังคาบตัวเลข 1 และขาหน้าข้างหนึ่งถือเลข 2 ส่วนอีกข้างหนึ่งกำลังตะปบตัวอักษร H ของชื่อแบรนด์ Graham ติดมือมา ซึ่งลวดลายดังกล่าวสร้างสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิคงานพิมพ์แบบ ‘Nano-print Multi-layer’ เช่นเดียวกับรุ่น Tiger

 

ทั้ง 2 รุ่นมีฟังก์ชันการทำงานที่เหมือนกัน นั่นคือแสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง โดยแยกการแสดงวินาทีมาไว้บนหน้าปัดย่อยที่ 3 นาฬิกา พร้อมแสดงฟังก์ชันจับเวลาผ่านเข็มวินาทีหลัก ร่วมด้วยการแสดงค่าจับเวลา 30 นาที ผ่านหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 6 นาฬิกา เสริมด้วยการแสดงวันและวันที่ผ่านช่องหน้าต่างคู่ ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ควบคุมการทำงานด้วยกลไกออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.G1747 ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องฐาน Cal.ETA 7750 โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตัวเครื่อง 30.0 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 25 เม็ด อัตราความถี่ในการทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สามารถสำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง ระบบดูดซับแรงกระแทกแบบ ‘Incabloc’ (อินคาบล็อก) ซึ่งเสริมประสิทธิภาพจนได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘Chronofiable®’ (โครโนฟิอาเบิล) ซึ่งเป็นการรับรองประสิทธิภาพเกี่ยวกับการรองรับแรงกระแทกได้เป็นเยี่ยม

ทั้งหมดนี้บรรจุอยู่ในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44.0 มิลลิเมตร พร้อมเม็ดมะยมและปุ่มกดจับเวลาซี่งติดตั้งกระเดื่องที่สามารถกดจับเวลาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วด้วยนิ้วโป้ง อันเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลกชั่น Chronofighter ฝาหลังกรุด้วยคริสตัลแซฟไฟร์ใส เพื่อโชว์การทำงานของกลไกภายใน สามารถกันน้ำได้ลึก 100 เมตร ประกอบกับสายหนังสีดำ เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีขาว ผลิตจำนวนจำกัดรุ่นละ 100 เรือน ในราคาเดียวกันที่ 6,450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 213,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up