UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesGRAND SEIKO 60th ANNIVERSARY LIMITED EDITION - ก้าวผ่านปีที่ 60 ด้วยคาลิเบรอใหม่

GRAND SEIKO 60th ANNIVERSARY LIMITED EDITION – ก้าวผ่านปีที่ 60 ด้วยคาลิเบรอใหม่

by: ‘TomyTom’

 

ด้วยปี 2020 นี้ เป็นปีสำคัญแห่งนาฬิการะดับเรือธงจากประเทศญี่ปุ่น Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) เพราะเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองอายุ 60 ปีนับจากถือกำเนิดเมื่อปี 1960 แน่นอนว่าทางแบรนด์ต้องออกบรรดาผลงานชิ้นเอกมาเพื่อเป็นบันทึกแห่งระยะเวลาอันยาวนานของตน และหนึ่งในรุ่นเด่นที่ Grand Seiko ภูมิใจนำเสนอก็คือ นาฬิกาผลิตจำนวนจำกัด 100 เรือน ที่ได้รับเกียรติจากแบรนด์ในการใช้ชื่อว่า Grand Seiko 60th Anniversary Limited Edition (แกรนด์ ไซโก เดอะ ซิกซ์ตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี ลิมิเต็ด เอดิชั่น) รหัสรุ่น SLGH002 ซึ่งมาพร้อมกับกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) คาลิเบรอใหม่ที่ทางแบรนด์ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับแบรนด์

 

กลไก ‘In-house’ คาลิเบรอใหม่นี้จัดอยู่ในตระกูล 9S ซึ่งเป็นกลไกจักรกลที่เคยรับบทบาทในการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับ Grand Seiko มาแล้วตั้งแต่กลไกแบบแรกของตระกูลถูกนำเสนอสู่โลกเมื่อปี 1998 ในฐานะกลไกชั้นยอดที่มีความเที่ยงตรงสูง และมีความทนทานเป็นเลิศ สำหรับประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่คาลิเบรอใหม่ซึ่งถูกให้ชื่อว่า Cal.9SA5 เครื่องนี้นำเสนอก็คือ การเป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติความถี่การทำงานสูง (ไฮบีท) 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิม 47 ชิ้น แสดงเวลา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่แบบปรับเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยนำสิ่งที่ดีที่สุดที่ Grand Seiko มีมาใช้กับทุกองค์ประกอบ โดยมีตัวเอกเป็นระบบปล่อยจักรแบบ ‘Dual Impulse’ (ดูอัล อิมพัลส์) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้จักรเหล็กส่งพลังงานสู่จักรกลอกโดยตรง ไม่ต้องผ่านชิ้น ‘Pallet Fork’ (พัลเลท ฟอร์ก) และใช้ชิ้น ‘Pallet Fork’ และจักรเหล็กที่ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี MEMS ซึ่งมีความแม่นยำในการผลิตสูง และการใช้ ‘Free-sprung Balance’ (ฟรีสปรัง บาลานซ์) ที่ออกแบบใหม่ให้รักษาความแม่นยำได้นานขึ้น และต้านทานต่อแรงสะเทือนและแรงเสียดทานได้ดีขึ้น ทั้งใช้สายใยจักรกลอกแบบ ‘Overcoil’ (โอเวอร์คอยล์) เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกตำแหน่ง ตลอดจนการออกแบบเกียร์เทรนและตลับลาน 2 ชุดให้ดำเนินในแนวขวาง และการวางตำแหน่งก้านขึ้นลานให้ชิดกับโรเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และความสมดุลลงตัวของโครงสร้างกลไก ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ การถ่ายทอดพลังงานสำรองที่ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง สู่ระบบควบคุมเวลาที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำระดับ +5 / -3 วินาที/วัน อย่างมีเสถียรภาพ อีกทั้งขนาดกลไกโดยรวมยังหนาเพียง 5.18 มิลลิเมตร ซึ่งบางกว่ากลไกความถี่สูงคาลิเบรออื่นของ Grand Seiko ถึง 15% สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายที่นักประดิษฐ์นาฬิกาของ Grand Seiko บรรลุผลสัมฤทธิ์ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสร้างกลไกความถี่สูงที่ให้ทั้งความเที่ยงตรง พลังงานที่ยาวนาน และขนาดที่พอเหมาะเช่นนี้ขึ้นได้ ทั้งยังมีดีไซน์โครงสร้างและการตกแต่งที่สวยงาม โดยเฉพาะชิ้นสะพานจักรทรงโค้งที่นำแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของภูเขาอิวาเตะ และความโค้งของแม่น้ำชิสึกุอิชิ ซึ่งอยู่ในแถบเดียวกับสตูดิโอที่เป็นแหล่งผลิตของนาฬิกาจักรกล Grand Seiko นอกจากนี้ชิ้นโรเตอร์ซึ่งเป็นแบบฉลุโปร่งยังถูกสลักด้วยข้อความ ‘60th Anniversary 1960-2020 Limited Edition’ เพื่อบ่งบอกความพิเศษของรุ่นนี้เอาไว้ด้วย ส่วนหมายเลขประจำเรือน ‘No. XXX / 100’ จะถูกสลักไว้บนขอบฝาหลัง

 

กลไกไฮบีท Cal.9SA5 เครื่องใหม่นี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกกับนาฬิกา Grand Seiko 60th Anniversary Limited Edition Ref.SLGH002 ที่มากับตัวเรือนขนาด 40.0 มิลลิเมตรกันน้ำได้ 100 เมตร ซึ่งนำดีไซน์สุดคลาสสิกของ 44GS นาฬิการุ่นสำคัญจากปี 1967 กลับมาผลิตขึ้นใหม่ ในลักษณะเดียวกันกับที่ใช้อยู่กับหลายรุ่นในปัจจุบัน แต่หากเทียบกับรุ่นที่ใช้กลไกอัตโนมัติด้วยกันแล้ว ขนาดตัวเรือนโดยรวมที่หนาแค่ 11.7 มิลลิเมตร ของรุ่นนี้จะบางกว่า อันเป็นผลมาจากแผ่นฝาหลังที่บางลงจากอานิสงส์ความบางของกลไกใหม่ โดยยังคงกรุกระจกใสมาให้เช่นเคย อีกทั้งรายละเอียดต่างๆ ยังถูกตกแต่งใหม่ให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น เห็นได้ชัดจากลายการขัดแต่งอย่างงดงามบนชิ้นส่วนตัวเรือน การใช้กระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงกล่องพร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน และชิ้นหลักชั่วโมงที่ออกแบบใหม่ให้มีความเด่นชัดยิ่งขึ้นด้วยมิติความใหญ่หนาและร่องลึก อีกทั้งชิ้นหลักชั่วโมง ตราสัญลักษณ์ GS และกรอบหน้าต่างวันที่ยังถูกสร้างขึ้นจากทอง 18K เช่นเดียวกับนาฬิกา Grand Seiko แบบแรกสุดที่ผลิตขึ้นในปี 1960 โดยสัญลักษณ์รูปดาวซึ่งพิมพ์อยู่เหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกาก็มีเพื่อบ่งบอกถึงสิ่งนี้ ส่วนเข็มทั้ง 3 นั้นแน่นอนว่าต้องใช้สีทองเพื่อให้เข้ากับองค์ประกอบเหล่านี้ด้วย ส่วนวัสดุตัวเรือนของรุ่นนี้ใช้เป็นทอง 18K ขณะที่หน้าปัดเป็นพื้นสีเงินปัดลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) สวมคู่มากับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลพร้อมตัวล็อกทอง 18K แบบบานพับ 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด

 

สำหรับราคาจำหน่ายของ Grand Seiko 60th Anniversary Limited Edition Ref.SLGH002 ผลิตจำนวนจำกัด 100 เรือนรุ่นนี้ทาง Grand Seiko เรียกค่าตัวไว้ที่ 45,000 ยูโรหรือราว 1.665 ล้านบาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่บูติกของ Grand Seiko ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2020 เป็นต้นไป

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up