UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesGRAND SEIKO CALIBER 9R 20TH ANNIVERSARY LIMITED EDITION SBGA497 & SBGE305 -...

GRAND SEIKO CALIBER 9R 20TH ANNIVERSARY LIMITED EDITION SBGA497 & SBGE305 – คู่ฉลอง 20 ปี กลไก 9R

by: ‘TomyTom’

 

การคิดค้นกลไก ‘Spring Drive’ (สปริง ไดรฟ์) ของ Seiko (ไซโก) เริ่มขึ้นในฐานะแนวคิดเมื่อทศวรรษ 1970s โดยตั้งโจทย์เป็นนาฬิกาที่รวมพลังงานที่ได้จากสปริงลานเข้าไว้กับเทคโนโลยีนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ได้มาซึ่งความเที่ยงตรงในระดับที่กลไกนาฬิกาแบบจักรกลไม่มีทางให้ได้ การพัฒนานี้ดำเนินต่อเนื่องมามากว่า 20 ปี กว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นเป็นกลไก ‘Spring Drive’ เจเนอเรชั่นแรก และวิสัยทัศน์ที่จะสร้างกลไก ‘Spring Drive’ เวอร์ชั่นเลอเลิศสำหรับ Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยโดยให้ชื่อซีรีส์คาลิเบรอว่า ‘9R’ (ไนน์อาร์) และคาลิเบรอ 9R ก็คือกลไกที่ใช้กับนาฬิการะบบ ‘Spring Drive’ ของ Grand Seiko มาโดยตลอดตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกด้วยกลไกแบบขึ้นลานอัตโนมัติ สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง ที่สะกดใจผู้คนด้วยการเคลื่อนที่อย่างราบรื่นของเข็มวินาทีดุจการเคลื่อนผ่านตามธรรมชาติของเวลา ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2004 มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็บรรจบครบอายุปีที่ 20 พอดิบพอดี วาระแห่งการเฉลิมฉลอง 20 ปี จึงเกิดขึ้น และนาฬิการุ่น SBGA497 กับ SBGE305 ก็คือ 2 รุ่นพิเศษ ที่นำเสนอออกมาเป็น Caliber 9R 20th Anniversary Limited Edition (คาลิเบรอ ไนน์อาร์ เดอะ ทเวนตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี ลิมิเต็ด เอดิชั่น) นาฬิกาบันทึกเวลา 20 ปี ของคาลิเบรอ 9R

MITSUBISHI

 

Grand Seiko Heritage Caliber 9R 20th Anniversary Limited Edition SBGA497

SBGA497 เป็นนาฬิกาที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรตินาฬิกา ‘Spring Drive’ แบบแรกที่เริ่มสร้างขึ้นในปี 2004 โดยสร้างให้มีดีไซน์ตัวเรือนแบบรุ่นต้นฉบับ และเสริมความเลิศด้วยผิวตกแต่งหน้าปัดแบบ ‘Snowflake’ (สโนว์เฟลค) หรือเกล็ดหิมะ ที่คนรักนาฬิกาทั่วโลกหลงรัก ซึ่งทาง Grand Seiko ทำขึ้นครั้งแรกในปี 2005

Grand Seiko Spring Drive รุ่นบุกเบิก ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004

SBGA497 รุ่นฉลอง 20 ปี คาลิเบรอ 9R ในปี 2024

 

สำหรับหน้าปัด ‘Snowflake’ ของรุ่นนี้ Grand Seiko เลือกสร้างให้เป็นโทนสีชมพูอ่อนๆ ซึ่งบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากความงดงามของฉากทัศน์ขณะพระอาทิตย์ขึ้นอยู่เหนือทิวเขาโฮตากะที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ในท้องถิ่นนางาโน อันเป็นแหล่งผลิตนาฬิกา Grand Seiko ระบบ ‘Spring Drive’ โดยสามารถชื่นชมพื้นผิวของหน้าปัดได้อย่างชัดเจนที่สุดผ่านกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลแบบแนวโค้งทั้ง 2 ฝั่ง ซื่งเคลือบสารกันแสงสะท้อนไว้ด้านใน ส่วนแท่งหลักชั่วโมงและเข็ม ตลอดจนกรอบหน้าต่างวันที่ใช้เป็นสีเงิน เว้นแต่เข็มบอกพลังงานสำรองที่ใช้เป็นสีออกแดงๆ สะดุดตา และมีอักษรย่อ GS เป็นชิ้นโลหะสีทองงามหรูเด่นสง่าติดตั้งอยู่เหนือชื่อแบรนด์

 

ตัวเรือนขนาด 41.0 มิลลิเมตร หนา 12.5 มิลลิเมตร และสายของรุ่นนี้ทำจากไทเทเนียมชนิดความหนาแน่นสูง ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าสเตนเลสสตีลถึง 30% และมีพื้นผิวที่ต้านทานต่อการเกิดรอยขีดข่วนได้เหนือกว่าสเตนเลสสตีล เพื่อให้มอบทั้งความเบาสบายข้อมือในขณะสวมใส่และความทนทานต่อการใช้งาน

 

ภายในตัวเรือนบรรจุด้วยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติระบบ ‘Spring Drive’ Cal.9R65 บอกเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่และเข็มบอกพลังงานสำรองบนฝั่งด้านหน้า ที่มีจำนวนทับทิมอยู่ 30 เม็ด สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง ซึ่งมอบความแม่นยำให้ถึงระดับไม่เกิน 1 วินาที/วัน โดยมองเห็นตัวกลไกที่ตกแต่งมาอย่างสวยงามได้ผ่านฝาหลังกรุแซพไฟร์คริสตัลที่ล็อกเข้ากับตัวเรือนด้วยเกลียว ทำให้สามารถกันน้ำได้ถึง 10 บาร์

 

SBGA497 ถูกผลิตขึ้นแบบ ‘Limited Edition’ ที่จำกัดจำนวนสร้างไว้ 1,500 เรือน โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 เป็นต้นไป โดยบรรจุไว้ในคอลเลกชั่น ‘Heritage’ (เฮอริเทจ) อันหมายถึงรูปแบบที่มีลักษณะของการสืบสานมรดกในอดีตแห่งแบรนด์ ราคาจำหน่ายกำหนดไว้ที่ 224,000 บาท

 

Grand Seiko Sport Caliber 9R 20th Anniversary Limited Edition SBGE305

สำหรับ SBGE305 นั้น เป็นการนำนาฬิกาฟังก์ชัน GMT (จีเอ็มที) จากคอลเลกชั่น Sport (สปอร์ต) มาตกแต่งให้เกิดความพิเศษด้วยการใช้หน้าปัดสีแดงเข้ม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจจากฉากทัศน์ขณะพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันสดใส ส่องแสงสว่างให้กับภูมิประเทศอันสูงชันของทิวเขาโฮตากะในฤดูร้อน ขณะที่แท่งหลักชั่วโมงและเข็มที่ตัดเจียรมาอย่างคมคายนั้นเปล่งประกายระยิบยามสะท้อนแสงด้วยสีเงินแวววาว พร้อมฉาบสารเรืองแสง ‘LumiBrite’ สีขาวไว้บนเข็มชั่วโมง เข็มนาที และเข็ม 24 ชั่วโมง และยังเพิ่มความเด่นให้กับหน้าปัดด้วยชิ้นอักษรย่อ ‘GS’ สีทอง แล้วล้อมทั้งหมดด้วยวงแหวนแนวลาดสลับ 2 สีแดง-เงิน พร้อมเลขหลักชั่วโมง 24 ชั่วโมง เพื่อแบ่งแยกช่วงเวลากลางคืน-กลางวันให้สังเกตเห็นได้อย่างง่ายดาย

 

ตัวเรือนขนาด 40.5 มิลลิเมตร หนา 14.7 มิลลิเมตร และสายของ SBGE305 ทำขึ้นจากสเตนเลสสตีล ผนึกด้านหน้าด้วยแซพไฟร์คริสตัลแบบผิวโค้งทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมเคลือบสารกันแสงสะท้อนที่ด้านใน ส่วนเม็ดมะยมและฝาหลังเป็นแบบขันเกลียวเพื่อให้กันน้ำได้ถึงระดับ 20 บาร์ และมีขอบตัวเรือนเป็นเซรามิกสีดำตัดกับหลักชั่วโมงลงสีขาว

 

ภายในตัวเรือนบรรจุด้วยกลไก ‘In-house’ ระบบ ‘Spring Drive’ อัตโนมัติ Cal.9R66 ซึ่งมีฟังก์ชันเหมือนกับ Cal.9R65 แม้แต่จำนวนทับทิม ปริมาณพลังงานที่สำรองได้ และอัตราความเที่ยงตรงก็เท่ากัน แต่เพิ่มฟังก์ชัน GMT เข้ามาด้วย โดยเพิ่มเข็ม 24 ชั่วโมง เข้ามาอีกเข็มหนึ่ง และมีจุดเด่นที่อยากย้ำให้ตระหนักก็คือ การเป็นกลไกฟังก์ชัน GMT แท้ๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานอย่างเต็มที่ ด้วยเข็มชั่วโมงที่ปรับตั้งให้เดินหน้าหรือถอยหลังเป็นจังหวะละ 1 ชั่วโมง ได้อย่างอิสระ โดยไม่รบกวนการทำงานของกลไก จึงสามารถปรับตั้งเวลาในขณะที่ผู้สวมใส่เดินทางไปอยู่ต่างเขตเวลาได้อย่างมั่นใจและง่ายดาย

 

SBGE305 ถูกผลิตขึ้นมาในฐานะนาฬิกา ‘Limited Edition’ ด้วยเช่นกัน โดยจำกัดจำนวนการสร้างไว้ที่ 1,300 เรือน ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 ราคาจำหน่ายอยูที่ 6,600 ยูโร หรือราว 255,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up