UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesGRAND SEIKO ELEGANCE SBGW263 - เรือนเวลาแห่งตำนานเมือง

GRAND SEIKO ELEGANCE SBGW263 – เรือนเวลาแห่งตำนานเมือง

by: ‘Mr.Big’

 

เมื่อวานซืนที่ผ่านมาเราได้แนะนำเรือนเวลาจาก Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) จาก Elegance Collection (เอเลแกนซ์ คอลเลกชั่น) ที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษในวาระฉลองครบรอบ 60 ปี ของแบรนด์ ในรุ่นรหัส SBGW264 ซึ่งเป็นเรือนเวลาที่สร้างสรรค์ภายใต้แรงบันดาลใจจากสีเขียวของป่าต้น ‘Silver Birch’ (ซิลเวอร์ เบิร์ช) ที่อยู่รอบๆ สตูดิโอ Grand Seiko แห่งใหม่ในเมือง Shizukuishi (ชิสุกุอิชิ) ในวันนี้จึงขอแนะนำอีกรุ่นหนึ่งที่เปิดตัวออกมาคู่กัน และคงความพิเศษทรงคุณค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือ Elegance Mechanical Thin Dress (เอเลแกนซ์ เมคานิคัล ธิน เดรส) รุ่นรหัส SBGW263

 

สำหรับรุ่นนี้ยังคงได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จากเสน่ห์อันงดงามตามธรรมชาติของเมือง Shizukuishi ซึ่งเป็นที่ตั้งสตูดิโอ Grand Seiko แห่งใหม่ที่จะเริ่มเปิดดำเนินการในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยนาฬิกาเรือนนี้เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของนิทานเมือง Shizukuishi ซึ่งเล่าขานกันมานานแสนนานว่า เมื่อประมาณ 1 พันปีที่แล้ว มีชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่บนดินแดนที่เป็นที่ตั้งของเมือง Shizukuishi ปัจจุบัน ได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากในป่า ด้วยความสงสัย เขาจึงค้นหาที่มาด้วยการเดินตามเสียงไปเรื่อยๆ จนไปพบถ้ำใหญ่ในหุบเขา ซึ่งเมื่อเข้าไปในถ้ำก็ได้พบคำตอบของเสียงประหลาดว่าเป็นเสียงของน้ำที่หยดลงมาจากเพดานถ้ำ กระทบก้อนหินเกิดเป็นเสียงก้องกังวานสะท้อนไปทั่วถ้ำและบริเวณโดยรอบ กลายเป็นที่มาของชื่อเมือง Shizukuishi ซึ่งมาจากคำ ‘Shizuku’ ที่หมายถึงหยดน้ำ และคำว่า ‘Ishi’ ที่แปลว่าเสียงสะท้อนก้องกังวาน

 

เรื่องราวแห่งตำนานเมืองถูกนำมาถ่ายทอดลงบนนาฬิกาเรือนหรูที่รังสรรค์ขึ้นในวาระฉลอง 60 ปี ด้วยตัวเรือนที่ผลิตจากวัสดุล้ำค่าอย่างแพลทินัม ในขนาด 39.0 มิลลิเมตร หนา 11.8 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 30 เมตร ผนึกด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ฝั่ง อวดพื้นหน้าปัดทองขาว 18K ปัดด้านในหลากหลายเลเยอร์ โดดเด่นด้วยมาร์คเกอร์บอกเวลาที่สลักเป็นลวดลายแปลกตา ซึ่งมีที่มาจากการกระจายของหยดน้ำที่ตกลงมากระทบก้อนหินจากเพดานถ้ำ ในขณะที่ลายสลักบนตัวเข็มชี้ที่คลี่คลายมาจากหยดน้ำ ลวดลายทั้งหมดและชื่อแบรนด์เป็นการแกะสลักด้วยมืออย่างประณีต สร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันโดย Kiyoshi Terui (คิโยชิ เทรุอิ) ช่างแกะสลักชั้นครูผู้ฝากผลงานไว้กับ Grand Seiko มากมาย โดยการแกะสลักหน้าปัดแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานานหลายวัน รวมถึงต้องมีความละเอียด แม่นยำ และใช้ทักษะอย่างสูงในการลงมีดแต่ละครั้ง

 

ด้านการแสดงเวลา นำเสนอในแบบ 3 เข็มปกติ และใช้กลไกชุดเดียวกับรุ่น SBGW264 นั่นคือเป็นกลไกไขลาน Cal.9S64 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 28.4 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 24 เม็ด ในความบางที่เป็นพิเศษ ผลิตสายใยจักรกลอกขึ้นจากโลหะผสมชนิดพิเศษ ‘Spron610’ (สปรอน 610) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ปกป้องความเสียหายจากแรงกระแทกได้มากกว่า 2 เท่า และต่อต้านพลังงานสนามแม่เหล็กได้ดีกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับวัสดุปกติ นอกจากนี้ยังประกอบด้วยจักรเหล็ก และชุดปล่อยจักรที่พัฒนาขึ้นใหม่ ภายใต้เทคโนโลยี MEMS หรือ ‘Micro Electro Mechanical System’ (ไมโคร อิเล็กโตร แมคานิคัล ซิสเตม) ที่ช่วยให้ชิ้นส่วนที่สำคัญเหล่านี้มีน้ำหนักเบา และทำงานได้ราบรื่นขึ้น มีระดับความคลาดเคลื่อนของเวลาเฉลี่ย -3/+5 วินาที/วัน อัตราความถี่ในการทำงานที่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สามารถสำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ผนึกฝาหลังด้วยแพลทินัมที่ตรงกลางฝังประทับด้วยเหรียญทอง 18K สลักลายโลโก้สิงห์ผยองของ Grand Seiko อย่างโดดเด่น ประกอบกับสายหนังจระเข้พร้อมเข็มขัดสายแพลทินัม กำหนดจำนวนผลิตไว้เพียง 20 เรือนเท่านั้น โดยจะเริ่มจำหน่ายที่บูติก Grand Seiko ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ในราคา 101,100 ยูโร หรือประมาณ 3,740,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up