UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesGRAND SEIKO SPORT MECHANICAL HI-BEAT 36000 GMT 'SNOW VALLEY' SBGJ277 - เรือนสปอร์ต...

GRAND SEIKO SPORT MECHANICAL HI-BEAT 36000 GMT ‘SNOW VALLEY’ SBGJ277 – เรือนสปอร์ต GMT ความถี่สูง กับความงามอัศจรรย์แห่งหุบเขาหิมะ

by: ‘TomyTom’

 

นาฬิกาคอลเลกชั่น Sport (สปอร์ต) ของ Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้ใจคนรักนาฬิกาทั่วโลกไม่น้อย โดยเฉพาะรุ่นฟังก์ชัน GMT กลไกความถี่สูงทรงอานุภาพ ที่เพียบพร้อมประโยชน์ใช้สอยสำหรับนักเดินทางในเรื่องของการบอกเวลาได้ถึง 3 เขตเวลาพร้อมกัน โดยเอดิชั่น ‘Snow Valley’ (สโนว์ วัลเลย์) ของ Sport Mechanical Hi-beat 36000 GMT (สปอร์ต เมคานิคัล ไฮบีท 36000 จีเอ็มที) รหัส SBGJ277 ที่เปิดตัวมาใหม่นี้ก็งามตรึงตาด้วยหน้าปัดและธีมสีที่แสดงถึงทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์แห่งหุบเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

MITSUBISHI

 

ความงดงามลงตัวของนาฬิกาตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44.2 มิลลิเมตร ขัดผิวเงาดุจกระจกด้วยเทคนิค ‘Zaratsu’ (ซารัตสึ) สลับปัดลายเส้นแบบ ‘Hairline’ (แฮร์ไลน์) นี้เด่นด้วยแนวขาตัวเรือนทรงโค้ง และมีเม็ดมะยมชนิดขันเกลียวอยู่ที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา ผนึกกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงโค้งทั้ง 2 ฝั่ง เคลือบสารกันแสงสะท้อนที่ผิวด้านใน ร่วมด้วยฝาหลังชนิดกรุคริสตัลแซพไฟร์ รวมความหนาทั้งหมดได้ 14.4 มิลลิเมตร และกันน้ำได้ถึง 200 เมตร จับคู่มากับสายสเตนเลสสตีลที่ล็อกด้วยบานพับ 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด ได้รับการเติมแต่งโทนสีและรูปแบบที่มีแรงบันดาลใจมาจาก ‘Sekkei’ (เซคเคอิ) หรือ ‘Snow Valley’ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่าหุบเขาหิมะในภาษาไทย อันเป็นลักษณะภูมิประเทศที่ส่วนบนของภูเขายังคงปกคลุมไปด้วยหิมะในฤดูร้อน ขณะที่ส่วนล่างของภูเขาเป็นความเขียวขจีของแมกไม้ นำมาซึ่งการใช้สีเขียวสลับสีขาวเพื่อบอกช่วงเวลากลางคืนกับกลางวันเป็นพื้นสีของแผ่นวงแหวนขอบตัวเรือนที่มาพร้อมกับสเกล 24 ชั่วโมง สลับสีขาวกับดำ ซึ่งผนึกด้านบนด้วยแผ่นวงแหวนคริสตัลแซพไฟร์ที่ต้านทานการเกิดรอยขีดข่วนได้ดี สำหรับให้หมุนขอบตัวเรือนเพื่อปรับตั้งให้อ่านค่าของเขตเวลาที่ 3 ได้ โดยขอบตัวเรือนนี้สามารถหมุนได้ทั้ง 2 ทิศทาง เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

 

ขอบตัวเรือนนี้จะล้อมหน้าปัดสีเงินยวงที่ออกแบบลวดลายบนพื้นผิวให้ดูคล้ายยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ขณะที่ค่าของเขตเวลาที่ 2 ยังคงอ่านได้จากสเกล 24 ชั่วโมง บนวงแหวนแนวลาดบริเวณรอบขอบหน้าปัดซึ่งพื้นแนววงแหวนนี้ก็แบ่งพื้นที่สำหรับกลางวัน-กลางคืนเป็นสีขาวกับสีเขียว ร่วมกับสเกลสีดำกับสีขาวด้วยเช่นกัน ส่วนหลักชั่วโมงและเข็มชั่วโมง นาที นั้นตัดเจียรมาอย่างคมกริบ และเข็มวินาทีทรงเรียว รวมถึงกรอบหน้าต่างวันที่และอักษรสัญลักษณ์ ‘GS’ ใช้เป็นสีเงิน ก่อนจะเสริมเสน่ห์แห่งแมกไม้ด้วยการใช้สีเขียวกับเข็ม 24 ชั่วโมง ทรงลูกศร และอักษร GMT บนหน้าปัด ส่วนจานวันที่ใช้สีขาวตัวเลขดำเพื่อให้กลมกลืนกับสเกลและข้อความสีดำบนหน้าปัด นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอีกประการหนึ่ง คือบริเวณพื้นที่ที่เป็นสีเงินของขอบตัวเรือน ตลอดจนหลักชั่วโมง 4 ตำแหน่งหลัก และเข็มชี้ทุกชิ้น ถูกเคลือบด้วย ‘LumiBrite’ (ลูมิไบรท์) สีขาว เพื่อให้อ่านค่าได้อย่างสมบูรณ์ในความมืด

 

สำหรับการทำงาน แน่นอนว่ายังคงเป็นหน้าที่ของกลไก ‘In-house’ อัตโนมัติ พลังงานสำรอง 55 ชั่วโมง ความถี่ 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 37 เม็ด Cal.9S86 เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมรุ่น โดยความถี่การทำงานที่สูงถึง 10 บีท นี้จะมอบเสถียรภาพอันเป็นเลิศแก่อัตราความเที่ยงตรงซึ่งอยู่ในระดับ +5/-3 วินาที/วัน เพราะสามารถต้านทานปัจจัยรบกวนจากภายนอกได้อย่างดียิ่ง และมากับฟังก์ชัน GMT แท้ๆ ที่ปรับตั้งเข็มชั่วโมงสำหรับบอกเวลาท้องถิ่นได้จังหวะละ 1 ชั่วโมง โดยไม่รบกวนการทำงานของกลไก ร่วมด้วยฟังก์ชันวันที่ซึ่งทำงานสอดคล้องกับเข็มชั่วโมง ขณะที่เข็ม 24 ชั่วโมง ยังคงทำหน้าที่บอกเวลา ‘Home Time’ (โฮม ไทม์) อย่างแม่นยำ ซึ่งทำให้ใช้งานได้สะดวกและสมเหตุสมผลกว่านาฬิกาฟังก์ชัน GMT เทียมๆ ที่มีอยู่มากมายในตลาดนาฬิกา

 

Grand Seiko ประเทศไทย กำหนดราคาจำหน่ายสำหรับ Sport Collection Mechanical Hi-beat 36000 GMT ‘Snow Valley’ SBGJ277 รุ่นนี้ไว้ที่ 237,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up