UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesHAMILTON CHRONO-MATIC 50 - รำลึก 50 ปีกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ

HAMILTON CHRONO-MATIC 50 – รำลึก 50 ปีกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ

by: ‘TomyTom’

 

และแล้ว Hamilton (ฮามิลตัน) หนึ่งในผู้ร่วมก่อการสร้างนาฬิกาโครโนกราฟกลไกขึ้นลานอัตโนมัติออกมาจำหน่ายเป็นรายแรกๆ ในโลกเมื่อปี 1969 ก็เข้าร่วมวงในการเฉลิมฉลองวาระปีที่ 50 แห่งการสร้างนวัตกรรมชิ้นนี้ด้วยการปล่อยนาฬิการุ่นพิเศษจากคอลเลกชั่น American Classic (อเมริกัน คลาสสิก) ที่ให้ชื่อว่า Chrono-Matic 50 Auto Chrono  (โครโนเมติก ฟิฟธี ออโต โครโน) ออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2019

 

แม้เครื่องที่ใช้กับรุ่นนี้จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกลไกโครโนกราฟจับเวลา 12 ชั่วโมง ที่เป็นการติดตั้งโมดูลจับเวลาลงบนกลไกอัตโนมัติที่ขึ้นลานด้วยโรเตอร์ขนาดเล็ก ‘Chrono-Matic’ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Cal.11 ที่ Hamilton ในอดีตสมัยที่เป็น ‘Hamilton-Büren’ (ฮามิลตัน-บือเรน) ร่วมกับ ‘Heuer-Leonidas’ (ฮอยเออร์-เลโอนิดาส์) Breitling (ไบรท์ลิง) และ Dubois-Dépraz (ดูบัวส์-เดปราซ์) สร้างขึ้นใช้กับนาฬิกาของกลุ่มพันธมิตรกลุ่มนี้ตั้งแต่ปี 1969 แต่ก็ใช้เครื่องโครโนกราฟจับเวลาได้ 30 นาที ที่มีวงหน้าปัดขนาดเล็ก 2 วงเหมือนกับเครื่อง ‘Chrono-Matic’ ในอดีต แต่มีวงหนึ่งเป็นวินาทีและมีวงจับเวลา 30 นาที ที่อยู่สลับตำแหน่งกับต้นฉบับ และมีช่องหน้าต่างวันที่อยู่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาเช่นเดียวกันด้วย นอกจากนี้ยังเหนือกว่าด้วยรูปแบบของเครื่องที่เป็นการผสานระบบกลไกโครโนกราฟเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติ เลยโดย Hamilton ให้รหัสว่า Cal.H-31 ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการปรับแต่งเพิ่มเติมมาจากเครื่อง Cal.7753 ของ Valjoux (วัลฌูซ์) ที่คอนาฬิกาคุ้นเคยกันมานานนั่นเอง โดยยังคงทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง แต่ได้รับการปรับปรุงให้สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานขึ้นเป็น 60 ชั่วโมง

 

ดีไซน์โดยรวมของนาฬิกาก็น่าสนใจไม่น้อยหน้าบรรดารุ่นฉลอง 50 ปีในวาระเดียวกันนี้ของแบรนด์อื่นๆ เพราะ Hamilton หยิบเอาลักษณะของนาฬิกาอารมณ์นักบินในตัวเรือนขนาดใหญ่ราว 48 มิลลิเมตร รุ่น Chrono-Matic E (โครโนเมติก อี) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Count-down GMT Chrono-Matic (เคานท์ดาวน์ จีเอ็มที โครโนเมติก) ของตนจากปี 1972 ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือฟังก์ชันโครโนกราฟรุ่นที่ราคาแพงที่สุดของ Hamilton ณ ขณะนั้น มาเป็นต้นแบบในการสร้าง แต่ถอดเอาเข็มกลางสีแดงที่ใช้แสดงเวลา 24 ชั่วโมงสำหรับฟังก์ชัน GMT (จีเอ็มที) ที่มากับเครื่อง Chrono-Matic Cal.141 (ซึ่งก็คือเครื่อง Cal.14 อันเป็นเครื่อง Cal.11 ที่เพิ่มฟังก์ชัน GMT เข้าไปนั่นเอง) ออกไป และแน่นอนว่าตำแหน่งของเม็ดมะยมและปุ่มกดย่อมไม่เหมือนเครื่องต้นฉบับ เพราะเครื่องต้นฉบับนั้นปุ่มกดจับเวลาจะอยู่คนละด้านกับเม็ดมะยม แต่ก็ออกแบบรูปลักษณ์โดยรวมให้คล้ายคลึงของเดิมได้อย่างกลมกลืน

 

ลักษณะของตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่กันน้ำได้ 100 เมตร ของรุ่นนี้แทบจะถอดแบบมาจากรุ่นต้นฉบับ ทั้งรูปร่างที่เรียกว่าทรงหมวกนิรภัย การปัดลายบนตัวเรือน และขนาดที่วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 48.5 มิลลิเมตร ตลอดจนกระจกหน้าปัดแซพไฟร์ทรงกล่อง เม็ดมะยมและปุ่มกดรวมกันยังคงมีจำนวน 5 ชิ้นเหมือนรุ่นต้นฉบับ แต่จำนวนเม็ดมะยมลดลงจาก 3 ชิ้น ซึ่งเดิมใช้สำหรับหมุนตั้งเวลา หมุนวงขอบหน้าปัดแสดงเวลา 24 ชั่วโมง และหมุนวงแสดงชื่อเมือง เหลือแค่ 2 ชิ้น คือตำแหน่ง 3 นาฬิกาสำหรับตั้งเวลา และอีกชุด ณ ตำแหน่ง 7 นาฬิกา สำหรับหมุนวงขอบหน้าปัดสำหรับตั้งค่านาทีเพื่อเริ่มการนับเวลาย้อนหลัง (Count-down) ส่วนตำแหน่ง 10 นาฬิกา เป็นปุ่มกดสีดำสำหรับปรับตั้งวันที่ ขณะที่ปุ่มกดอีก 2 ปุ่มสำหรับฟังก์ชันจับเวลาที่อยู่ทางฝั่งขวานั้นใช้สีแดง ซึ่งก็เป็นการใช้สีบนชิ้นเม็ดมะยมและปุ่มกดที่อ้างอิงตามต้นฉบับ (สีเงิน สีดำ สีแดง) แม้จะอยู่สลับตำแหน่งกันก็ตาม ส่วนสายที่ให้มากับรุ่นนี้เป็นหนังวัวสีดำฉลุรูให้มองเห็นพื้นสีแดงด้านใน ล็อกสายด้วยหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีล

 

รูปแบบของหน้าปัดนั้นถอดแบบมาจากต้นฉบับอย่างชัดเจน ทั้งลักษณะของโลโก้ ฟอนต์อักษร สเกล ตัวเลข รูปทรงและสีเงินกับสีแดงของเข็มชี้ ชิ้นหลักชั่วโมง ลักษณะการเคลือบสารเรืองแสงบนหลักชั่วโมงและเข็มชั่วโมงกับนาที (แต่เป็น ‘Super-LuniNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา)) ช่องหน้าต่างทรงกลมขอบเงิน ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา จานวันที่สีขาวตัวเลขสีแดง ตลอดจนพื้นหน้าปัดสีดำและพื้นวงหน้าปัดขนาดเล็กสีขาวซึ่งเรียกว่ารูปแบบ ‘Reversed-Panda’ (รีเวอร์เสดแพนดา) และแถบสีแดงบนสเกลนาทีจับเวลา เว้นแต่เพียงไม่ได้มีวงวินาทีจับเวลาสีขาวสเกลแดง และปรับเปลี่ยนวงแหวนพื้นสีขาว-ดำ ตัวเลขสีแดงจากสเกล 24 ชั่วโมง เดิมมาเป็นสเกล 60 นาที สำหรับอ่านค่าของการนับเวลาย้อนหลัง และใช้สเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) สีขาวบนวงขอบหน้าปัดสีดำแทนที่สเกลชื่อเมืองของรุ่นต้นฉบับ

 

Hamilton ตั้งราคาสำหรับ American Classic Chrono-Matic 50 Auto Chrono Ref.H51616731 รุ่นนี้ไว้ที่ 2,495 ฟรังก์สวิส หรือราว 77,000 บาท ด้วยจำนวนการผลิตที่กำหนดไว้ 1,972 เรือนเท่ากับเลขปีกำเนิดของรุ่นที่เป็นต้นฉบับ แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มวางจำหน่ายเมื่อใด

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up