UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesHAMILTON PSR - ทายาทนาฬิกาดิจิตอลยุคบุกเบิก

HAMILTON PSR – ทายาทนาฬิกาดิจิตอลยุคบุกเบิก

by: ‘TomyTom’

 

เมื่อปี 1970 แบรนด์นาฬิกาอเมริกัน Hamilton (ฮามิลตัน) สร้างความตื่นเต้นให้กับโลกแห่งเครื่องบอกเวลาด้วยการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ มหานครนิวยอร์ก เพื่อแนะนำนวัตกรรมนาฬิกาดิจิตอล LED นาม Pulsar (พัลซาร์) ที่บอกเวลาอย่างแม่นยำด้วยความเงียบสงัดในดีไซน์ล้ำยุค จนถึงกับใช้ข้อความโฆษณาประมาณว่าเป็นคอมพิวเตอร์บนข้อมือกันเลยทีเดียว เวลาล่วงผ่านมา 5 ทศวรรษ Hamilton จึงทำการฉลองวาระครบ 50 ปีของ Pulsar ณ ปี 2020 นี้ด้วยการปล่อยนาฬิการีเมค ที่ตั้งชื่อว่า PSR ออกสู่ตลาดเพื่อรำลึกความสำเร็จในอดีต โดยเสริมประสิทธิภาพด้วยคุณสมบัติทางเทคนิคและวัสดุของโลกยุคใหม่เข้าไปเพื่อความสมบูรณ์แบบที่สุด หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วทำไม Hamilton จึงไม่ใช้ชื่อรุ่นว่า Pulsar เหมือนก่อน คำตอบก็คือ ทาง Seiko (ไซโก) ได้ซื้อชื่อแบรนด์ Pulsar ไปเมื่อปี 1978 และยังคงครอบครองอยู่จนถึงปัจจุบัน ชื่อ Pulsar ที่เคยสลักอยู่บนตัวเรือนจึงต้องเปลี่ยนเป็น Hamilton อย่างที่เห็น

Hamilton PSR

Pulsar P1 จากปี 1972

Pulsar P2 จากปี 1972

 

ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลของ Hamilton PSR วัดขนาดได้ 40.8 x 34.7 มิลลิเมตร มาพร้อมกับงานปัดลายตลอดตัวเรือนและสาย ซึ่งเป็นขนาดและรูปแบบการดีไซน์ที่สอดคล้องต้องกับ Pulsar P2 (พัลซาร์ พีทู) นาฬิกา Pulsar เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่เริ่มผลิตขึ้นจำหน่ายในช่วงปลายปี 1972 (เคยปรากฎอยู่บนข้อมือของ Roger Moore (โรเจอร์ มัวร์) ในภาพยนตร์ ‘James Bond’ (เจมส์ บอนด์) เรื่อง ‘Live and Let Die’ (ลิฟ แอนด์ เลต ดาย) เมื่อปี 1973) เป็นอย่างยิ่ง รวมไปถึงลักษณะของหน้าจอพื้นเข้มที่แสดงเวลาอย่างแม่นยำจากเครื่องควอตซ์ด้วยตัวเลขดิจิตอลสีแดง ซึ่งจะปรากฏสว่างขึ้นชั่วครู่ให้อ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนเมื่อกดปุ่มสั่งการ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และจะเปลี่ยนเป็นแสดงเลขวินาทีเมื่อกดปุ่มค้างไว้ แต่ PSR ไม่ได้ใช้ไฟ LED ซึ่งสิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่มากเหมือนกับรุ่นต้นฉบับ แต่แทนที่ด้วยเทคโนโลยียุคปัจจุบัน โดยเป็นเทคโนโลยีไฮบริดที่ใช้ OLED ร่วมกับ LCD ซึ่งทำให้สามารถอ่านค่าได้ตลอดเวลาที่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมสว่าง โดยไม่ต้องกดปุ่มให้ไฟ OLED ทำงาน อายุการใช้งานของแบตเตอรี่จึงยาวนานถึง 5 ปี อีกทั้งตัวเรือนของ PSR ยังสร้างให้กันน้ำได้ถึง 100 เมตร และแทนที่กระจกหน้าปัดที่ทำจากทับทิมสังเคราะห์ของรุ่นต้นฉบับด้วยแผ่นแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน

 

Hamilton PSR เปิดตัวออกมาพร้อมกัน 2 เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกใช้ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลเคลือบเป็นสีทองด้วยเทคนิค PVD ผลิตจำนวนจำกัด 1,970 เรือน อันเป็นปีแถลงข่าวครั้งแรกของนาฬิกา Pulsar และเป็นการรำลึกถึงนาฬิกา Pulsar P1 เวอร์ชั่นแรกสุดที่ผลิตออกจำหน่ายจริงเมื่อปี 1972 ด้วยจำนวนแค่ 400 เรือน ซึ่งใช้ตัวเรือนที่สร้างขึ้นจากทอง 18K และตั้งราคาจำหน่ายสูงถึง 2,100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงมากในสมัยนั้น (หากเทียบกับค่าเงินปัจจุบันจะประมาณ 13,300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 439,000 บาท เลยทีเดียว) แต่เวอร์ชั่น ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ปี 2020 นี้ติดป้ายราคาไว้ที่ 995 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32,900 บาท เท่านั้น ส่วนอีกเวอร์ชั่นหนึ่งเป็นตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล วางจำหน่ายในราคา 745 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 24,600 บาท โดยไม่ได้จำกัดจำนวนการผลิต ทั้ง 2 เวอร์ชั่นจะเริ่มจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2020 นี้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up