UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesHERMÈS ARCEAU DUC ATTELÉ - ผสานความซับซ้อนในสถาปัตยกรรมแห่งรถม้า

HERMÈS ARCEAU DUC ATTELÉ – ผสานความซับซ้อนในสถาปัตยกรรมแห่งรถม้า

by: ‘Mr.Big’

 

Hermès (แอรฺเมส) ยังคงยกระดับคอลเลกชั่นเครื่องบอกเวลาของตนเองไม่หยุด โดยครั้งนี้นำเสนอประดิษฐกรรมเวลานาม Arceau Duc Attelé (อาร์โซ ดุค อัตเตอเล) ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยนวัตกรรมจักรกลทูร์บิญองชนิด 3 แกน หรือ ‘Triple-axis Tourbillon’ (ทริเปิลแอ็กซิส ทูร์บิญอง) มาผสานกับฟังก์ชันขานเวลาอย่าง ‘Minute Repeater’ (มินิท รีพีทเตอร์) ซึ่งนำเสนอภายใต้รูปลักษณ์ดีไซน์อันล้ำสมัย ไร้ที่ติ ที่ยังคงได้แรงบันดาลใจจากการแข่งม้าเหมือนที่ผ่านมา

MITSUBISHI

 

Arceau Duc Attelé เผยโฉมในตัวเรือน ‘Arceau’ ที่มีรูปทรงสุดโดดเด่นอันได้รับแรงบันดาลใจจากโกลนม้า งานออกแบบของ Henri d’Origny (อองรี ดอรินญี) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Hermès มาตั้งแต่ปี 1978 สร้างสรรค์ในตัวเลือกของวัสดุ 2 ชนิด ได้แก่ ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงา หรือทองกุหลาบ 18K ทั้ง 2 แบบมาในขนาด 43.0 มิลลิเมตร กันน้ำ 30 เมตร ติดตั้งเม็ดมะยมไว้ที่ 3 นาฬิกา และกรุคริสตัลแซพไฟร์ทรงโดมเคลือบสารกันการสะท้อน เผยให้เห็นโครงสร้างหน้าปัดที่ทันสมัย อันผสานไว้ด้วยเสน่ห์ซับซ้อนของจักรกลอย่างน่าทึ่ง พื้นหน้าปัดถูกสลักเป็นลายเส้นโค้งเสมอกันด้วยเทคนิค ‘Guilloché’ (กิโยเช) แล้วเคลือบชั้นผิวเป็นสีเทาแอนธราไซต์ในรุ่นตัวเรือนไทเทเนียม ขณะที่รุ่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K จับคู่มากับพื้นหน้าปัด ‘Aventurine’ (อเวนจูรีน) ที่โดดเด่นด้วยเกล็ดสะท้อนประกายแสงบนพื้นสีน้ำเงินเข้ม มอบความรู้สึกประดุจท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

สิ่งที่โดดเด่นของเรือนเวลารุ่นนี้คือจักรกลทูร์บิญองแบบ 3 แกน โครงสร้างไทเทเนียม ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 99 ชิ้น และมีน้ำหนักเบาเพียง 0.449 กรัม โดยดีไซน์กรงทูร์บิญองเป็นรูปตัวอักษร ‘Hs’ (เอชเอส) วางซ้อนเหลื่อมกันในแนวโค้ง โดยเป็นรูปแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายโครงเหล็กที่ประดับอยู่บนประตูลิฟท์ภายใน ‘Hermès Flagship Store’ (แอรฺเมส แฟล็กชิพ สโตร์) ในกรุงปารีส โดยทูร์บิญองที่หมุนในแต่ละแกนมีความเร็วในการหมุนต่างกัน ได้แก่ 60 วินาที 30 วินาที และ 25 วินาที ติดตั้งเอาไว้ภายในช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ที่ล้อมกรอบด้วยแผ่นวงแหวนโค้งเคลือบสีเทาในรุ่นไทเทเนียม หรือสีขาวสำหรับรุ่นทองกุหลาบ 18K ประดับด้วยตัวเลขอารบิกบอกเวลาดีไซน์พลิ้วเอียงซึ่งให้ความรู้สึกราวกับม้าที่กำลังควบกระโจน และแสดงเวลาด้วยเข็มแบบกงเล็บเคลือบสีน้ำเงินที่โผล่ขึ้นมาทางขอบนอก โดยแสดงเวลาเป็นนาทีและชั่วโมง ส่วนฟังก์ชัน ‘Minute Repeater’ แบบ ‘Tuning-fork’ (จูนิงฟอร์ก) หรือส้อมเสียง ถูกแสดงให้เห็นอย่างโดดเด่นที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ผ่านชุดค้อนคู่ทรง ‘Equestrian’ (อีเควสเทรียน) ที่มีลักษณะคล้ายหัวม้า ซึ่งจะตีลงบนลวดเสียงรูปตัว ‘U’ ทรงคล้ายส้อมเสียง ที่ทำจาก ‘Tempered Steel’ (เทมเพอร์ด สตีล) เพื่อสร้างเสียงขานเวลาอันไพเราะกังวานในทุกๆ ชั่วโมง 15 นาที และทุกเศษ 1 นาที โดยสั่งการฟังก์ชันนี้ผ่านตัวสไลด์ที่ติดตั้งไว้ข้างฝั่งซ้ายของตัวเรือน เสริมด้วยเข็มกวาดสำหรับแสดงค่าพลังงานสำรอง ติดตั้งอยู่เหนือชุดค้อนขานเวลาและชื่อแบรนด์

 

ความสามารถทั้งหมดทั้งมวลนี้ ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานทูร์บิญอง Cal.H1926 ซึ่งเป็นตัวเลขคาลิเบรอที่อ้างอิงไปถึงปีที่ ‘Hermès Flagship Store’ ในกรุงปารีส มีการรีโนเวทบูติกครั้งใหญ่ โดยกลไกชุดนี้ Hermès พัฒนาร่วมกับ ‘Le Cercle des Horlogers’ (เลอ เซิคล์ เดส์ ออร์โลแฌร์) ผู้ผลิตจักรกลระดับสูงจากลา โชซ์เดอฟงด์ส (La Chaux-de-Fonds) โดยออกแบบในสไตล์ ‘Cut-out’ (คัทเอาท์) ที่มีโครงสร้างชุดเกียร์ซึ่งออกแบบเป็นซี่ล้อและติดตั้งภายใต้แรงบันดาลใจจาก ‘Duc Attelé’ ซึ่งเป็นรถม้า 4 ล้อ พร้อมหลังคาที่ลากโดยม้า 2 ตัว ดังที่ปรากฏอยู่ในโลโก้ของ Hermès ที่ได้ต้นแบบมาจากภาพวาดของ Alfred de Dreux (อัลเฟรด เดอ เดรอซ์) ศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศสแห่งศตวรรษที่ 19 โดยชุดกลไกที่ผ่านการเคลือบสีเทาแอนธราไซต์อันแสนพิเศษนี้ เผยให้รับชมได้แบบเต็มๆ ตาด้วยการติดตั้งแท่นเครื่องที่ทำจากคริสตัลแซพไฟร์ ภายใต้ฝาหลังที่กรุด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ กลไกชุดนี้ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่มากถึง 563 ชิ้น ใช้ทับทิม 54 เม็ด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 34.0 มิลลิเมตร หนา 16.0 มิลลิเมตร และถึงแม้ว่าจะขับเคลื่อนการทำงานแบบไขลาน แต่ก็มีความถี่สูงถึง 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง พร้อมกำลังสำรองลาน 48 ชั่วโมง ที่เก็บกักและส่งพลังงานจากตลับลาน 2 ชุด

 

Arceau Duc Attelé ทั้ง 2 รุ่น ประกอบกับสายหนังผิวด้านที่มีสีสันแมทช์กับหน้าปัด พร้อมตัวล็อกที่ผลิตจากวัสดุชนิดเดียวกับตัวเรือน ผลิตมาให้เป็นเจ้าของแค่แบบละ 24 เรือนเท่านั้น ส่วนราคาไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด โดยผู้ที่สนใจอยากครอบครองเรือนเวลาสุดซับซ้อนนี้ สามารถสอบถามราคาได้จากทางแบรนด์โดยตรง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up