UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesHISTORIQUES CORNES DE VACHE 1955 - คลาสสิกโครโนกราฟในร่างสตีล

HISTORIQUES CORNES DE VACHE 1955 – คลาสสิกโครโนกราฟในร่างสตีล

by: ‘Mr.Big’

 

ปี 2015 ที่ผ่านมา Vacheron Constantin (วาเชอรอง กองสตองแตง) เปิดตัวคอลลเลกชั่น Historiques (อิสตอรีคส์) เพื่อเป็นการยกย่องและสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ โดยการสร้างสรรค์นาฬิกาในคอลเลกชั่นนี้จะเลือกเรือนเวลาที่โดดเด่นในอดีตของแบรนด์มาเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์เรือนเวลารุ่นปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาเคยเปิดตัว Historiques Cornes de Vache 1955 (อิสตอรีคส์ กอร์เนส์ เดอ วาช 1955) นาฬิกาโครโนกราฟที่รังสรรค์ขึ้นโดยอ้างอิงการออกแบบจากนาฬิการุ่น 6087 ที่เคยผลิตในปี 1955 โดยขึ้นไลน์ผลิตในเวอร์ชั่นตัวเรือนทอง 18K และแพลทินัม ส่วนรุ่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลแม้ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วย แต่ก็อยู่ในรูปแบบจำนวนจำกัดเพียง 36 เรือน และจำหน่ายหมดในเวลาอันรวดเร็ว

 

ล่าสุดในปี 2019 นี้ Vacheron Constantin ได้นำความคลาสสิกของ Historiques Cornes de Vache 1955 กลับมาผลิตอีกครั้ง โดยสวมร่างสเตนเลสสตีลอย่างที่คอนาฬิกาหลายคนเฝ้าฝันหา ซึ่งการออกแบบโดยรวมยังคงรูปแบบคลาสสิกจับตาจากรุ่นปี 2015 ภายใต้ตัวเรือนขนาด 38.5 มิลลิเมตร หนา 10.9 มิลลิเมตร กันน้ำ 30 เมตร โดดเด่นด้วยขาสายแบบ ‘เขาวัว’ หรือ ‘Cones de Vache’ ในภาษาฝรั่งเศส อันเป็นที่มาของชื่อรุ่น

 

ในส่วนดีไซน์หน้าปัด ครั้งนี้นำเสนอในสีเทา ล้อมด้วยขอบสเกลนาทีสีขาว ตกแต่งด้วยมาร์คเกอร์สีเงินที่รังสรรค์จากทองขาว 18K แตกต่างจากรุ่นทอง 18K ที่เป็นหน้าปัดสีเทาล้วน ตกแต่งด้วยมาร์คเกอร์ทอง 18K จึงให้ความรู้สึกแบบโมเดิร์นคลาสสิกมากกว่าที่จะคลาสสิกจ๋าแบบคราวก่อน รายละเอียดต่างๆ ยังถูกจัดวางเช่นเดิม ตกแต่งขอบหน้าปัดชั้นนอกด้วยสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) บอกเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง โดยแยกการแสดงวินาทีไว้บนหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 9 นาฬิกา ส่วนเข็มวินาทีหลักทำหน้าที่จับเวลาร่วมกับการแสดงค่าจับเวลา 30 นาทีบนหน้าปัดย่อย 3 นาฬิกา ซึ่งออกแบบให้มีสีของเข็มเป็นสีน้ำเงิน ‘Blued-steel’ (บลูด์สตีล) แตกต่างกับเข็มบอกเวลาปกติที่เป็นสีเงิน

 

ด้านการทำงานเลือกใช้จักรกลที่มีความคลาสสิกแต่มาตรฐานสูงอย่างกลไก ‘In-house’ ไขลานโครโนกราฟ Cal.1142 ซึ่งมีความหนาของเครื่องอยู่ที่ 5.57 มิลลิเมตร ประกอบด้วยชิ้นส่วนจำนวน 164 ชิ้น เสริมด้วย ‘Column Wheel’ (คอลัมน์ วีล) ทับทิม 21 เม็ด อัตราความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ความสามารถในการสำรองลานสูงสุด 48 ชั่วโมง ขัดแต่งอย่างประณีตพร้อมประทับตรา ‘Hallmark of Geneva’ (ฮอลมาร์ค ออฟ เจนีวา) ยืนยันคุณภาพระดับสูง โดยสามารถชื่นชมกลไกชุดดังกล่าวผ่านทางฝาหลังซึ่งผนึกด้วยคริสตัลแซพไฟร์ใส ประกอบกับสายหนังลูกวัวสไตล์วินเทจที่ตัดเย็บโดย ‘Maison Serapian’ (เมซง เซอราเปียน) แบรนด์เครื่องหนังเก่าแก่แห่งอิตาลี ตั้งราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 39,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,210,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up