UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesHUBLOT BIG BANG MP-11 WATER BLUE SAPPHIRE - ขุมพลังจักรกล 14 วัน ในร่างแซพไฟร์ฟ้าใส

HUBLOT BIG BANG MP-11 WATER BLUE SAPPHIRE – ขุมพลังจักรกล 14 วัน ในร่างแซพไฟร์ฟ้าใส

by: ‘Mr.Big’

 

งานวัสดุศาสตร์คือหนึ่งในความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นของ Hublot (อูโบลท์) โดยเฉพาะกับการเป็นผู้นำในด้านการใช้คริสตัลแซพไฟร์มาผลิตเป็นตัวเรือน โดยนำมาสร้างสรรค์ในคอลเลกชั่น Big Bang (บิ๊ก แบง) ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้นำเสนอเรือนเวลาที่ใช้ตัวเรือนแซพไฟร์ออกมาหลายรุ่น พร้อมกับพัฒนาให้มีรูปแบบที่โดดเด่นด้วยสีสันอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน สีเขียว สีม่วง หรือสีส้ม เป็นต้น และในปีนี้ก็ถึงเวลาที่ Hublot จะเปิดตัวสีสันใหม่ให้กับตัวเรือนแซพไฟร์ในคอลเลกชั่น Big Bang MP-11 (บิ๊ก แบง เอ็มพีอีเลเวน) ในสีฟ้าที่ดูสดชื่นสบายตาในชื่อ Big Bang MP-11 Water Blue Sapphire (บิ๊ก แบง เอ็มพีอีเลเวน วอเตอร์ บลู แซพไฟร์)

MITSUBISHI

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 หลังจาก 2 ปีที่ Hublot แนะนำตัวเรือนแซพไฟร์ออกสู่ตลาด นาฬิกา Big Bang MP-11 ก็เผยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของตัวเรือนแซพไฟร์ออกมาด้วยความใสกิ๊ง สามารถมองเห็นขุมพลังอันซับซ้อนที่อยู่ภายในได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งในเวลาต่อมาก็ได้นำเสนออีกหลายเวอร์ชั่นสีสันและการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน สีเขียว ‘Green Saxem’ (กรีน ซาเซม) รวมไปถึงเวอร์ชั่นเรนโบว์ที่นำอัญมณีหลากหลายสีมาประดับบนขอบตัวเรือนแซพไฟร์จนเกิดเป็นประกายแสงสเปกตรัมอย่างน่าประทับใจ และในปีนี้ สีสันใหม่ที่ Hublot มอบให้กับคอลเลกชั่นดังกล่าวก็คือสีฟ้า ‘Water Blue’ ความสดชื่นของสายน้ำที่แสนสบายตา โดยยังคงมาพร้อมดีไซน์เฉพาะตัว ซึ่งยกสันนูนในช่วงล่างขึ้นมาให้พอดีกับความหนาของชุดตลับลานจำนวน 7 ชุด ที่วางต่อกันเป็นแนวยาวเหนือชุดกลไก เพื่อมอบพลังงานสำรองที่ยาวนานถึง 14 วัน พร้อมด้วยเอกลักษณ์ขอบตัวเรือนที่ยึดด้วยสกรูไทเทเนียมรูปตัว ‘H’ จำนวน 6 ตัว ติดตั้งเม็ดมะยมขนาดใหญ่บากร่องเป็นแนวเกลียว ส่วนไซส์มาในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 45.0 มิลลิเมตร หนา 14.4 มิลลิเมตร ซึ่งก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อน เช่นเดียวกับคุณสมบัติความแข็งที่ทนทานต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้อย่างยอดเยี่ยม กับการกันน้ำระดับ 30 เมตร ผนึกหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารป้องกันการสะท้อน ซึ่งทำเป็นรูปทรงนูนเข้าระนาบเดียวกับทรงตัวเรือน

 

หน้าปัดยังคงส่งผ่านความประทับใจจากการเปลือยให้เห็นชุดจักรกลอันเปี่ยมไปด้วยพลัง โดยมีจุดโฟกัสสายตาอยู่ที่ตลับลาน 7 ชุด ที่วางเรียงกันด้านล่าง และมีแถบสายพานแสดงค่าพลังงานสำรองคงเหลือเป็นตัวเลขจำนวนวันอยู่ทางด้านซ้ายสุดของชุดตลับลาน โดยจะส่งกำลังผ่านชุดเฟืองทดแนวตั้งและ ‘Helical Gear’ (เฮลิคัล เกียร์) หรือเฟืองเฉียงที่ดีไซน์มาในทรงตัวหนอนแบบเฉพาะ ซึ่งมองเห็นได้ที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ไปสู่การขับเคลื่อนการแสดงเวลาแบบ 2 เข็ม บนวงกรอบหน้าปัดย่อยที่วางตำแหน่งแบบเยื้องศูนย์ไปทางด้านบนช่วง 12 นาฬิกา โดยรังสรรค์ตัวเลข โลโก้แบรนด์ รวมถึงข้อความต่างๆ ในสีฟ้าสดใส หลักชั่วโมงและเข็มก็แต้มด้วยเคลือบสารเรืองแสงสีฟ้าด้วย

 

จักรกลที่มอบกำลังสำรอง 14 วัน ให้กับนาฬิกาเรือนนี้เป็นกลไก ‘In-house’ ไขลาน Cal.HUB9011 ที่ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง จากส่วนประกอบทั้งสิ้น 270 ชิ้น ทับทิมกันสึก 39 เม็ด ในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 34.8 มิลลิเมตร ที่หนาถึง 10.95 มิลลิเมตร อันเนื่องจากการจัดวางตลับลานแบบแนวตั้ง ทั้งหมดนี้เผยให้ชมอย่างชัดเจนได้ทั้งด้านหน้าและฝาหลังที่กรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์ ประกอบกับสายยางสีฟ้าโปร่งแสง พร้อมตัวล็อกแบบหัวเข็มขัดที่ผลิตจากไทเทเนียมที่สลักชื่อ Hublot สีฟ้าอย่างโดดเด่น ผลิตแบบจำกัดจำนวนแค่ 50 เรือน กับราคาที่ตั้งไว้ที่ 155,000 ฟรังก์สวิส ซึ่งหากคิดเป็นเงินบาทไทยก็ตกอยู่ที่ราวๆ 6.3 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up