UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesHUBLOT BIG BANG UNICO GREEN SAXEM - เอดิชั่นใหม่ของ Big Bang ในร่างเขียวใส

HUBLOT BIG BANG UNICO GREEN SAXEM – เอดิชั่นใหม่ของ Big Bang ในร่างเขียวใส

by: ‘TomyTom’

 

Hublot (อูโบลท์) ผู้นำแห่งวัสดุศาสตร์ จับวัสดุโปร่งแสง ‘Saxem’ (ซาเซม) มาสร้างตัวเรือนสำหรับ Big Bang (บิ๊ก แบง) อีกครั้ง โดยหนนี้เลือกใช้สีเขียว หลังจากที่ในปี 2023 ที่ผ่านมาใช้สีเหลืองเลมอน ‘Neon Yellow’ (นีออน เยลโลว์) ไปแล้ว ขอเชิญพบกับ Hublot Big Bang Unico Green Saxem (อูโบลท์ บิ๊ก แบง ยูนิโก กรีน ซาเซม) สีเขียวใสดุจมรกตที่ผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ด้วยจำนวนเพียง 100 เรือน

MITSUBISHI

 

‘Saxem’ คือนวัตกรรมวัสดุความทนทานสูงและให้สีสม่ำเสมอในทุกมุมมอง ที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Hublot พัฒนาขึ้นเอง โดยมีองค์ประกอบเป็นแซพไฟร์อะลูมิเนียมออกไซด์ และแร่ ‘แรร์-เอิร์ธ’ การผลิตกระทำด้วยการผสม อะลูมิเนียมออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของแซพไฟร์ เข้ากับแร่ธาตุ ‘แรร์-เอิร์ธ’ หลายชนิด เช่น ธูเลียม โฮลเมียม และโครเมียม โดยนำมาใช้สร้างตัวเรือนนาฬิกาเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2019

 

ตัวเรือนรวมไปถึงขอบตัวเรือนของ Big Bang Unico Green Saxem เป็นสีเขียวโปร่งแสงผิวขัดเงาที่วัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ 42.0 มิลลิเมตร กับความหนารวมกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารกันแสงสะท้อน และฝาหลัง ‘Saxem’ สีเขียวกรุแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารกันแสงสะท้อน ที่ 14.5 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 50 เมตร จับคู่มากับสายยางสีเขียวกึ่งโปร่งแสงแต่งลายแนวเส้นในเฉดสีที่รับกับตัวเรือน ล็อกด้วยบานพับไทเทเนียมเคลือบสีดำ

 

การตกแต่งถูกคุมธีมไว้เพียง 2 สีหลัก คือสีเขียวของตัวเรือนและสาย สารเรืองแสง ตราแบรนด์ที่พิมพ์บนกระจกหน้าปัดฝั่งด้านใน สารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) บนหลักชั่วโมงที่เป็นแท่งขีดสลับกับเลขอารบิกแบบผ่ากลางกับเข็มทั้ง 5 และสเกลกับข้อความที่พิมพ์บนโครงหน้าปัดโปร่งแสง

และสีดำที่เคลือบผิวของสกรูไทเทเนียมบนขอบตัวเรือน ปีกข้าง และที่ส่วนบนกับส่วนล่างของตัวเรือน ตลอดจนปุ่มกดปลดล็อกสายของระบบ ‘One Click’ (วัน คลิก) และสีดำของเม็ดมะยมกับปุ่มกดที่เคลือบด้วยเทคนิค PVD ตลอดจนการใช้สีดำบนองค์ประกอบต่างๆ ในพื้นที่หน้าปัด อันได้แก่โครงหน้าปัดคอมโพสิตเรซินสีดำโปร่งแสงขัดเงาที่เป็นแบบ ‘Open-worked’ (โอเพนเวิร์กด์) และเข็มทั้ง 5 ร่วมด้วยสะพานจักรแบบ ‘Open-worked’ กับแท่นกลไกเคลือบสีดำ ส่วนตัวเลขวันที่แบบโครงใช้เป็นสีเทาให้อ่านค่าได้อย่างชัดเจนเหนือพื้นหลังสีดำในช่องที่เจาะไว้ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ในพื้นที่ของวงหน้าปัดจับเวลา 60 นาที แล้วตัดด้วยสีเงินของชิ้นส่วนกลไกอย่างเฟือง สกรู จักร ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และชิ้นส่วนอื่นๆ  ซึ่งมองเห็นได้จากฝั่งด้านหน้า

 

ขุมกำลังของ Big Bang เอดิชั่นนี้เป็นเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.HUB1280 ซีรีส์ ‘Unico 2’ (ยูนิโก ทู) กลไกอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันวันที่ และฟังก์ชันจับเวลา 60 นาที พร้อมระบบ ‘Flyback’ (ฟลายแบ็ก) ให้กดเริ่มจับเวลาครั้งใหม่ได้ต่อเนื่องในทันทีโดยไม่ต้องกดหยุดและรีเซตเข็มก่อน จำนวนชิ้นส่วนรวม 354 ชิ้น จำนวนทับทิม 43 เม็ด ความถี่การทำงาน คือ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และให้พลังงานสำรองได้สูงสุด 72 ชั่วโมง ซึ่งสำหรับรุ่นนี้ใช้โรเตอร์ฉลุโปร่งที่ทำจากทังสเตนเคลือบสีดำ และเคลือบสะพานจักรกับแท่นกลไกให้เป็นสีดำด้วยเทคนิค PVD

 

Hublot Big Bang Unico Green Saxem Ref.441.JG.4990.RT ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 110,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 4.496 ล้านบาท กับจำนวนการผลิตเพียง 100 เรือน ซึ่งสลักระบุเลขลำดับประจำเรือนและข้อความ ‘Limited Edition’ ไว้ที่วงฝาหลัง ที่เชื่อว่าคงจะจำหน่ายหมดไปในเวลาไม่นานเป็นแน่แท้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up