UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesHUBLOT CRUZ-DIEZ COLLECTION - ศิลปะลานตาบนหน้าปัด

HUBLOT CRUZ-DIEZ COLLECTION – ศิลปะลานตาบนหน้าปัด

by: ‘TomyTom’

 

Hublot (อูโบลท์) นำศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยสีสันตามแนวทางของ Carlos Cruz-Diez (การ์ลอส กรูซ-ดิเอซ) ศิลปินชาวเวเนซูเอลาที่เพิ่งล่วงลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ด้วยวัย 95 ปี ผู้โด่งดังจากแนวคิดที่ว่า สีสันนั้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้มากกว่าจะเป็นแค่ปริมาณอันคงที่ สีสันตามการตีความของเขาจึงเป็นดั่งของเหลวที่เลื่อนไหลได้ ผลงานทั้งศิลปะบนผนังห้อง ภาพวาด และงานประติมากรรมของ Cruz-Diez ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกและขับเคลื่อนศิลปะแนว ‘Op Art’ (ออพ อาร์ต) ในยุคทศวรรษ 1960s ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ลักษณะของภาพลวงตา โดยเป็นลักษณะการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากภาพแบบคงที่ ความน่าสนใจของศิลปะตามแนวทางของ Cruz-Diez เป็นแรงบันดาลใจให้นักออกแบบของ Hublot นำมาถ่ายทอดบนพื้นฐานนาฬิกาตระกูล Classic Fusion (คลาสสิก ฟิวชั่น) ผ่านรูปแบบสีสันลวดลายบนหน้าปัดและแผ่นหนังวัวที่ผนึกอยู่บนสายยางสีดำ อันเป็นภาพปรากฎที่เปี่ยมไปด้วยเส้นสายแห่งสีสัน ดุจการไหลของสายน้ำ โดยสร้างสรรค์ออกมาเป็นคอลเลกชั่น Classic Fusion Cruz-Diez (คลาสสิก ฟิวชั่น กรูซ-ดิเอซ) ที่มีให้เลือกเป็นเจ้าของกันถึง 3 วัสดุตัวเรือน คือไทเทเนียม เซรามิกดำ และ ‘King Gold’ (คิง โกลด์) 18K ใน 2 ขนาดตัวเรือน คือขนาด 38.0 มิลลิเมตร หนา 10.25 มิลลิเมตร และขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 10.45 มิลลิเมตร โดยเป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ที่รวมทุกวัสดุและทุกขนาดแล้วจะมีจำนวนเพียงแค่ 300 เรือนเท่านั้น

 

ความโดดเด่นของนาฬิกาผลิตจำนวนจำกัดคอลเลกชั่น Classic Fusion Cruz-Diez มิได้เป็นเพียงแค่รูปแบบของสีสันเท่านั้น แต่ยังนำเสนอการเคลื่อนไหวของศิลปะแนว ‘Op Art’ เพื่อเชิดชูลักษณะผลงานของ Cruz-Diez ด้วยการใช้แผ่นหน้าปัด 2 ชิ้นแยกกัน และวางต่างระดับกัน โดยจะเคลื่อนหมุนเพื่อปรับเปลี่ยนภาพปรากฎของเหลือบสีและแนวเส้นที่เป็นโครงร่างทรงข้าวหลามตัดไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป แผ่นหน้าปัดรอบนอกซึ่งอยู่ระดับสูงกว่าจะหมุนเคลื่อนไปพร้อมกับเข็มนาทีซึ่งวางตัวพาดขนาบจรดขอบวงหน้าปัดฝั่งใน ขณะที่แผ่นหน้าปัดวงกลางซึ่งวางตัวอยู่ต่ำกว่าจะเคลื่อนไปพร้อมกับเข็มชั่วโมง ทั้งยังมีเข็มวินาทีมาให้ด้วย (เข็มสีเงินสำหรับตัวเรือนไทเทเนียมและตัวเรือนเซรามิกดำ เข็มสีทองสำหรับตัวเรือน ‘King Gold’ 18K) ทำให้ยังคงดูเหมือนกับเป็นนาฬิการูปแบบ 3 เข็มกลางตามปกติแต่มีพื้นหลังที่เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะของภาพแบบภาพลานตาที่เรียกว่า ‘Kaleidoscope’ (คาไลโดสโคป) โดยจะเคลื่อนแปรตำแหน่งไปทีละนิดในทุกวินาทีที่กลไกนาฬิกาขับเคลื่อน

 

เครื่อง Cal.MHUB1100.H3 ที่ใช้กับนาฬิการุ่นนี้เป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง ที่ปรับแต่งบนพื้นฐานของ Cal.HUB1100 เพื่อนำมาใช้สำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยสามารถมองเห็นกลไกและความสวยงามของโรเตอร์สีเงินฉลุโปร่งเป็นโครงอักษร ‘Hublot’ ลงสีดำได้ผ่านกระจกแซพไฟร์ที่ผนึกอยู่กับฝาหลัง และบนแผ่นกระจกนี้ยังปรากฎชื่อ ‘Cruz-Diez’ เพื่อบ่งบอกความพิเศษเอาไว้ด้วย โดยแบบเรือนไทเทเนียมและแบบเรือนเซรามิกจะเป็นอักษรสีเงินตัดด้วยเส้นขอบสีดำ ขณะที่แบบเรือน ‘King Gold’ 18K จะเป็นอักษรสีทองที่ตัดด้วยเส้นขอบสีดำเช่นกัน

 

ราคาจำหน่ายและจำนวนการผลิตของ Hublot Classic Fusion Cruz-Diez Collection

ตัวเรือนไทเทเนียม: ขนาด 45.0 มิลลิเมตร ราคา 10,300 ฟรังก์สวิส หรือราว 340,000 บาท จำนวนการผลิต 100 เรือน – ขนาด 38.0 มิลลิเมตร ราคา 9,300 ฟรังก์สวิส หรือราว 307,000 บาท จำนวนการผลิต 25 เรือน

ตัวเรือนเซรามิกดำ: ขนาด 45.0 มิลลิเมตร ราคา 12,300 ฟรังก์สวิส หรือราว 405,000 บาท จำนวนการผลิต 100 เรือน – ขนาด 38.0 มิลลิเมตร ราคา 10,900 ฟรังก์สวิส หรือราว 360,000 บาท จำนวนการผลิต 25 เรือน

ตัวเรือน ‘King Gold’ 18K: ขนาด 45.0 มิลลิเมตร ราคา 25,300 ฟรังก์สวิส หรือราว 835,000 บาท จำนวนการผลิต 30 เรือน – ขนาด 38.0 มิลลิเมตร ราคา 19,900 ฟรังก์สวิส หรือราว 660,000 บาท จำนวนการผลิต 20 เรือน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up