UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesHUBLOT SPIRIT OF BIGBANG DEPECHE MODE - มรณานุสติจากเจ้าพ่อดนตรีอิเล็กทรอนิกส์

HUBLOT SPIRIT OF BIGBANG DEPECHE MODE – มรณานุสติจากเจ้าพ่อดนตรีอิเล็กทรอนิกส์

by: ‘Mr.Big’

 

‘Depeche Mode’ (ดีเพช โหมด) วงดนตรีจากประเทศอังกฤษ เจ้าของสมญา ‘Godfather of Electronic Music’ (ก๊อดฟาเธอร์ ออฟ อิเล็กทรอนิกส์ มิวสิก) หรือ ‘พ่อทูนหัวแห่งดนตรีอิเล็กทรอนิกส์’ นับเป็นวงดนตรีที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนานกับ Hublot (อูโบลท์) นับตั้งร่วมงานกันครั้งแรกเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาต่างมีกิจกรรมร่วมกันมากมาย รวมถึงการออกเรือนเวลารุ่นพิเศษในโอกาสต่างๆ มาแล้วหลายรุ่น และเพื่อเป็นการฉลองให้กับความสำเร็จของ ‘Memento Mori’ (มีเมนโต โมริ) สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 15 ของวง และการทัวร์คอนเสิร์ตที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ ทั่วโลก ทั้ง 2 จึงร่วมกันสร้างสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษ Spirit of Big Bang Depeche Mode (สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง ดีเพช โหมด) ด้วยจำนวนจำกัดแค่ 100 เรือน ซึ่งนอกจากวัตถุประสงค์เพื่อการเฉลิมฉลองแล้ว ยังมีจุดมุ่งหมายที่จะนำรายได้จากการจำหน่ายสมทบทุนให้กับ ‘Conservation Collective’ (คอนเซอร์เวชั่น คอลเลกทีฟ) องค์กรการกุศลระดับโลกที่มีเครือข่ายมูลนิธิการกระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งปฏิบัติภารกิจในการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ

MITSUBISHI

 

Spirit of Big Bang Depeche Mode ถูกดีไซน์ขึ้นด้วยการนำแรงบันดาลใจจากความหมายอันลึกซึ้งของบทเพลงในอัลบั้ม ‘Memento Mori’ ที่สื่อนัยยะในเรื่องของมรณานุสติอย่างมีศิลปะ ผ่านบทเพลงและทำนองดนตรีที่กลั่นออกมาได้อย่างกินใจ เรือนเวลารุ่นนี้จึงเผยโฉมออกมาด้วยรูปลักษณ์ดำทะมึนแบบ ‘All Black’ (ออล แบล็ก) ของตัวเรือนเซรามิกทรงถังเบียร์โค้งเข้าสรีระข้อมือ ขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 13.8 มิลลิเมตร ผิวพ่นทรายสลับงานขัดมันบริเวณขอบ ตกแต่งลายสลักสี่เหลี่ยมพีระมิดขนาดใหญ่ล้อมขอบตัวเรือนแบบ ‘Hobnail’ (ฮ็อบเนล) ขณะที่สกรูรูปตัว ‘H’ ซึ่งยึดขอบตัวเรือนและขาสายก็ทำเป็นสีดำเช่นเดียวกัน และมีความสามารถในการกันน้ำที่ 100 เมตร

 

หน้าปัดออกแบบได้อย่างน่าสนใจ พื้นสีดำมันถูกขัดจนสะท้อนแสงดุจผิวกระจก ตกแต่งด้วยลายหัวกะโหลกแบบอินฟาเรด อันเป็นสัญลักษณ์ที่ ‘Depeche Mode’ ใช้ในการทัวร์คอนเสิร์ตในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ภายในหัวกะโหลกทำเป็นช่องว่างเพื่อบรรจุลูกปัดเซรามิกขนาดจิ๋วจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้ และเว้นพื้นที่ว่างไว้ให้ลูกปัดเหล่านั้นไหลขึ้นลงเหมือนนาฬิกาทราย โดยมีเส้นโครงรูปนาฬิกาปรากฏอยู่เบื้องหลัง เป็นการสะท้อนแนวคิดเรื่องเวลาของชีวิต ที่สุดท้ายทุกคนย่อมพบกับความตาย โดยส่วนฐานของโครงเส้นรูปนาฬิกาทรายประดับด้วยชื่อแบรนด์ที่ด้านบน ส่วนด้านล่างติดตั้งอักษรย่อ ‘DM’ สีดำตัดเส้นแดงระหว่างข้อความ ‘Swiss Made’ (สวิส เมด) ขณะที่หลักชั่วโมงถูกติดตั้งมาแค่ 6 หลัก คือที่ตำแหน่ง 2, 3, 4 และ 8, 9, 10 นาฬิกา โดยประดิษฐ์จากลูกบาศ์กพีระมิดเซรามิกสีดำ 2 ชิ้น เรียงต่อกันเป็นทรงแท่ง ส่วนการแสดงเวลาเป็นแบบ 3 เข็ม ชี้แสดงด้วยเข็มสีดำทั้งหมด

 

การทำงานเป็นการขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Cal.HUB1710 ที่พัฒนาขึ้นจากเครื่อง Cal.Elite 670 ของ Zenith (เซนิธ) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกลไก 25.6 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 27 เม็ด ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และสามารถกักเก็บพลังงานได้นาน 50 ชั่วโมง โดยชิ้นส่วนต่างๆ ได้รับการเคลือบให้มีสีเข้มขึ้น ใช้โรเตอร์ขึ้นลานแบบฉลุโปร่งเป็นลายตัวอักษร ‘H’ ที่เป็นโลโก้ของ Hublot ซึ่งความพิเศษเหล่านี้ เผยให้ชมผ่านทางฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ พร้อมสัญลักษณ์ ‘Depeche Mode’ แบบอักษรสะท้อน และโลโก้ ‘Conservation Collective’ ที่เป็นองค์กรการกุศลด้านสิ่งแวดล้อมที่ ‘Depeche Mode’ และ Hublot ให้การสนับสนุน ประกอบกับสายยางสีดำปั๊มลายหนามพีระมิด หรือสายผ้าสีดำที่ทอขึ้นจากวัสดุรีไซเคิล สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 1,240,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up