UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBalance WheelHYT: TIME IS FLUID

HYT: TIME IS FLUID

Time Is Fluid

by : ‘SunDial’

 

มนุษยชาติรู้จักการนำพลังงานจากน้ำมาใช้ประโยชน์เพื่อการคำนวณเวลาด้วย ‘Clepsydra’ (เคลปซีดรา) หรือ ‘นาฬิกาน้ำ’ เป็นเวลากว่า 3,400 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่สมัยอารยธรรมไอยคุปต์และจีนโบราณ ในขณะที่ภูมิปัญญาโบราณของคนไทยเราก็มีวิธีวัดค่าเวลาโดยคร่าวด้วยการสังเกตการไหลของน้ำจากวัสดุหรือภาชนะที่เจาะรูไว้ด้านล่างแล้วนำไปวางบนผิวน้ำ น้ำจะไหลเข้าไปในรูที่เจาะเอาไว้อย่างต่อเนื่องตามกฎฟิสิกส์ ในการแทนที่ของของเหลวและแรงดึงดูดของโลก จนกว่าจะเต็มภาชนะแล้วจมลงไป เห็นได้จากวิธีจับเวลาการแข่งขันกีฬาหรือการละเล่น เช่น การชกมวย หรือตีไก่ ที่นิยมนำกะลามะพร้าวหรือกระป๋องน้ำที่เจาะรูมาใช้วัดค่าต่างนาฬิกาจับเวลา

 

สำหรับแนวคิดการใช้น้ำเป็นเครื่องบ่งชี้เวลาในกลไกนาฬิกาข้อมือนั้น ที่ผ่านมานั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเป็นที่รู้กันว่าน้ำกับกลไกนาฬิกานั้นไม่ควรอยู่ด้วยกัน แต่อุปสรรคคือเสน่ห์ท้าทายที่เย้ายวนมันสมองของมนุษย์เสมอ ในที่สุดเมื่อปี 2012 ที่ผ่านมาก็มีผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาสวิสที่คิดนอกกรอบ สามารถทลายกำแพงอุปสรรคนี้ด้วยการเปิดเปิดตัวนาฬิกาข้อมือที่แสดงเวลาด้วยของเหลวในนามแบรนด์ HYT (เอชวายที) ซึ่งใช้เวลานานในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา กว่าที่จะสามารถนำเรื่องที่คาดฝันอย่างการนำกฎการแทนที่ของของเหลวมาใช้กับนาฬิกาข้อมือจนประสบผลสำเร็จ ซึ่งผลงานลำดับแรกของแบรนด์ H1 (เอชวัน) ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการคว้ารางวัล ‘Innovation Watch Prize’ (อินโนเวชั่น วอทช์ ไพรซ์) หรือรางวัลนวัตกรรมเวลายอดเยี่ยม จากการประกาศรางวัลที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเวลา ‘Grand Prix d’Horlogerie de Genève’ (กรองด์ ปรีซ์ ดอร์โลเชรี เดอ เฌอแนฟ) หรือที่เรียกโดยย่อว่า GPHG (จีพีเอชจี) ประจำปี 2012 มาครอบครองได้อย่างเต็มภาคภูมิ และยืนยันได้ดีถึงความยอดเยี่ยมในระบบกลไกแสดงเวลาด้วยของเหลวของ HYT

 

The Alliances

HYT คือแบรนด์นวัตกรรมเวลาสายเลือดใหม่ที่มีรูปแบบการผลิตกลไกที่แปลก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ด้วยจุดเด่นการผสมผสานนวัตกรรมการผลิตที่ก้าวล้ำและแนวคิดใหม่ด้วยกลไกระบบจักรกลที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนจากระบบอัดแรงดันของเหลวให้เคลื่อนที่ไปตามหลอดแก้วขนาดเล็กเพื่อแสดงเวลา ซึ่งนวัตกรรมกลไกที่ขึ้นลานด้วยมือนี้คือบันทึกหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์โลกแห่งเครื่องบอกเวลา

 

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่สำคัญคือ ‘Preciflex’ (พรีซิเฟล็กซ์) ผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ‘Micro-Fluids Motion’ (ไมโครฟลูอิดส์ โมชั่น) รายสำคัญของโลก และ ‘PreciHealth’ (พรีซิเฮลธ์) ผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ในระดับโลก เชี่ยวชาญด้านการลำเลียงสารเหลวเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้คือผู้ถือหุ้นใหญ่ของ HYT ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองเนอชาแตล (Neuchâtel) หนึ่งในศูนย์กลางการประดิษฐ์นาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์ ในเมื่อบริษัทที่เป็นผู้ชำนาญเฉพาะทางเหล่านี้มาร่วมกันพัฒนาและผลิตเรือนเวลาที่มีลักษณะการทำงานที่พิเศษ แตกต่างจากที่เคยมีมา จึงเป็นที่วางใจได้ถึงประสิทธิภาพในนวัตกรรมกลไกที่นำเทคโนโลยีชั้นสูงจากทั้ง 2 บริษัทนี้มาประยุกต์ใช้ ตลอดจนมาตรฐานในการผลิต ไปจนถึงการดูแลและบำรุงรักษาหลังการขายด้วย

 

หลักการทำงานของระบบกลไกนี้มีแนวคิดคล้ายกับเครื่องจักรไอน้ำที่มีรูปแบบการทำงานโดยอาศัยชุดลูกสูบ (Bellow) อัดแรงดันน้ำ 2 ชุด ทำหน้าที่ขับดันของเหลวให้ไหลเวียนสลับกันไปมาอยู่ในระบบปิด ทั้งยังมีระบบกันสะเทือนที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี สามารถป้องกันไม่ให้สารเคมีรั่วไหลออกมาทำอันตรายกับกลไกหลักได้ โดยผู้สวมใส่สามารถที่จะเห็นการเคลื่อนที่ของของเหลวที่ย้อมสีสะท้อนแสงเอาไว้ และใช้เป็นตัวบอกเวลาหลักชั่วโมงแทนเข็มชั่วโมงด้วยท่อลำเลียงสารเหลว (Capillary) ที่ติดตั้งล้อมพื้นหน้าปัดที่เปลือยให้เห็นการทำงานอันชวนทึ่ง โดยบริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกาคือชุดลูกสูบ 2 ชุดที่ทำหน้าที่ดูดและขับดันสารเหลวที่ใช้บอกเวลาชั่วโมง

 

เคล็ดลับของระบบกลไกนี้อยู่ที่ชุดกลไก 2 ชุดที่ต่อพ่วงออกมาจากกลไกหลัก ทำหน้าที่ควบคุมแรงดันลูกสูบในแต่ละด้านให้ของเหลวในระบบเคลื่อนที่ไปเพื่อใช้แทนเข็มบอกชั่วโมง โดยลูกสูบทางฝั่งซ้ายทำหน้าที่ดันของเหลวย้อมสี ซึ่งสามารถผลิตได้ทั้งสีแดง น้ำเงิน เขียว และดำ โดย 3 สีแรกนั้นเป็นสีสะท้อนแสงที่ช่วยให้สามารถอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนแม้ในยามที่มีแสงน้อย ในขณะที่ลูกสูบอีกอันที่ติดตั้งไว้ด้านขวาจะทำหน้าที่ฉีดของเหลวใสไร้สี เพื่อดันให้ของเหลวย้อมสีซึ่งทำหน้าที่แสดงค่าชั่วโมงเคลื่อนที่กลับไป ทั้งในยามที่ของเหลวย้อมสีเคลื่อนบอกเวลามาจนครบ 12 ชั่วโมงแล้วต้องกลับไปตั้งต้นการแสดงค่าใหม่ และเมื่อมีการปรับตั้งค่าเวลาผ่านเม็ดมะยม

แนวคิดของการผลิตกลไกที่อาศัยแรงดันน้ำมาใช้ในการบอกเวลานั้นดูเหมือนง่าย แต่ที่จริงแล้วกว่าที่จะประสบความสำเร็จนั้นไม่ง่ายเลย เพราะเป็นกรรมวิธีการผลิตที่ซับซ้อนมาก โครงการสร้างสรรค์กลไกอันน่าทึ่งนี้กว่าจะประสบความสำเร็จจนเป็นรูปเป็นร่างได้นั้นต้องผ่านกระบวนการวิจัยมากมายหลายขั้นตอน เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค ตลอดจนถึงการศึกษาในระดับนาโนเทคโนโลยีซึ่งมี ความท้าทายหลายด้าน ได้แก่

 

– การผลิตสารเคมีเหลวที่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมทั้งความใส สีสัน ความข้นเหลวที่เหมาะสมตามคุณสมบัติที่ต้องการ เพื่อนำมาใช้ในระบบอัดแรงดันสารเคมีเหลวภายในระบบปิด ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติป้องกันแรงสะเทือนและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ไม่มีการรั่วไหลหรือระเหยของสารเคมี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีและคุณสมบัติต่างๆ ในระยะยาว นวัตกรรมหลายอย่างได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ รวม 7 สิทธิบัตรที่ได้จดทะเบียนคุ้มครองสำหรับส่วนเกี่ยวเนื่องของระบบอัดแรงดันสารเคมีในระบบ ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดด จนกระทั่งพัฒนาสำเร็จเป็นนวัตกรรมกลไกเวลาที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ผสมผสานเทคนิคการออกแบบกลไกขั้นสูงและศาสตร์ทางด้านนาโนเทคโนโลยี สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในระบบอัดแรงดันสารเคมีเหลวคือไฮโดรลิกที่มีแรงดันสม่ำเสมอ เพียงพอที่จะขับดันของเหลวในระบบที่ผสมสารเรืองแสงเอาไว้ให้ทำงาน และการหมุนเวียนทำได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ชุดปั๊มแรงดันที่ทำงานต่อเนื่องในช่วงการบีบอัดแรงดันในระบบลำเลียงของเหลวต้องมีแรงดันคงที่สม่ำเสมอ ลดอัตราการสูญเสียพลังงานในระบบขับดัน ซึ่งต้องยกย่อง ‘Preciflex’ ที่สามารถคิดค้นและพัฒนาวาล์วในชุดขับแรงดันที่ผลิตจากวัสดุอัลลอยที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ และมีการสึกหรอต่ำ สำหรับการจ่ายและปิดกั้นสารเคมีเหลว ซึ่งระบบนี้พัฒนาขึ้นโดยได้รับแนวคิดมาจากระบบเซ็นเซอร์ที่ใช้ในภารกิจอวกาศขององค์การ NASA (นาซ่า) โดยปรับปรุงให้มีรูปทรงและขนาดที่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในกลไกนาฬิกาข้อมือ ทั้งการลดแรงเสียดทาน เพิ่มความคล่องตัวสูง พร้อมระบบป้องกันแรงกระแทก และสามารถป้องกันสารเคมีรั่วไหลได้เป็นอย่างดี

 

– การคำนวณปริมาณสารเคมีเหลวที่จะบรรจุลงในระบบลำเลียงสารเคมีเหลว ที่ทุกหยดที่จะบรรจุในระบบปิดจะต้องมีความแม่นยำสูง แสดงผลที่ไม่ผิดพลาด ซึ่งในระหว่างขั้นตอนของการค้นคว้าวิจัยในการผลิต นอกจากจะต้องหาสารเคมีเหลวที่มีคุณลักษณะเหมาะสมแล้ว ทีมวิศวกรต้องคำนวณหาปริมาณสารเคมีเหลวที่แม่นยำ เป็นการใช้ศาสตร์ความรู้ขั้นสูงทางด้านนาโนเทคโนโลยี เพื่อป้องกันไม่ให้มีการระเหยหรือหดหายไปจากระบบลำเลียงสารเคมีเหลวเลย แม้แต่ในขณะหมุนมะยมตั้งเวลาซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เพราะมีการเคลื่อนของสารเคมีเหลวอย่างรวดเร็วด้วยระบบป้องกันความเสียหายของท่อที่ใช้ในระบบลำเลียงขับดันสารเคมีเหลว

 

H2O

จากผลงานนวัตกรรมเวลาลำดับแรก H1 มาจนถึงผลงานคอลเลกชั่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวตามกันมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง H2O (เอชทูโอ) ผลงานที่ Watch World-Wide หยิบยกมานำเสนอในครั้งนี้ที่ยังคงความน่าทึ่งของระบบกลไกที่ออกแบบมาเฉพาะ โดยกลไก Cal.201 ที่ใช้ใน H2O ประดิษฐ์พิเศษเพื่อ HYT เป็นการเฉพาะโดย APRP (เอพีอาร์พี) หรือ ‘Audemars Piguet Renaud Papi’ (โอเดอมาร์ส ปิเกต์ เรอโนด์ ปาปี) ที่โด่งดังนั่นเอง กลไกชุดนี้เป็นระบบขึ้นลานด้วยมือ ทำงานที่รอบความถี่ 3 เฮิร์ตซ์ หรือ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ใช้ทับทิมกันสึกหรอ 28 เม็ด สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 192 ชั่วโมงหรือ 8 วัน แสดงเวลาเป็นชั่วโมงด้วยสารเคมีเหลวเรืองแสงสีน้ำเงิน แดง หรือเขียว พร้อมการแสดงค่านาทีด้วยเข็มขนาดใหญ่ แต้มด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ที่ติดตั้งไว้กึ่งกลางกลไกที่ปราศจากพื้นหน้าปัด เปิดเปลือยให้เห็นระบบการทำงานอันน่าทึ่งอย่างเต็มที่ โดยระหว่างตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา ติดตั้งเข็มแสดงสถานะของเม็ดมะยม ทั้งปกติ ตั้งเวลา และขึ้นลาน นอกจากนี้ยังมีมาตรแสดงระดับพลังงานสำรองคงเหลือและตัววัดความร้อนติดตั้งไว้อีกด้วย

นอกจากกลไกทำงานอันน่าทึ่งที่เปิดให้เห็นการทำงานอย่างเต็มตาแล้ว รูปลักษณ์ของ H2O ก็น่าอัศจรรย์ใจไม่แพ้กัน เพราะตัวเรือนหลักของนวัตกรรมเวลาเรือนนี้คืออ่างคริสตัลแซพไฟร์ซึ่งคว่ำครอบกลไกทำงานไว้ โดยติดตั้งตัวเลขอารบิกแสดงชั่วโมงที่แต้มด้วยสารเรืองแสงไว้โดยรอบขอบข้างอย่างมีสไตล์ ความโดดเด่นเฉพาะตัวนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ประดิษฐ์ได้ยาก เพราะไม่ใช่การหลอมคริสตัลแซพไฟร์ขึ้นรูปเป็นทรงชามคว่ำ แต่เป็นการสกัดก้อนคริสตัลแซพไฟร์จนได้เป็นรูปเรือนในทรงและขนาด ตลอดจนความหนาที่ต้องการ ก่อนจะขัดจนใสแจ๋วไร้ตำหนิด้วยหัวขัดที่ทำจากเพชร และเคลือบด้วยสารตัดแสงสะท้อน จากนั้นจึงนำมาประกอบบนฐานตัวเรือนขนาด 51.0 มิลลิเมตร ซึ่งกรุฝาหลังตัวเรือนด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ที่เคลือบด้วยสารกันแสงสะท้อนเพื่ออวดการทำงานของกลไกทางด้านหลังเช่นกัน โดยตัวเรือนนี้ผลิตจากสเตนเลสสตีล หรือสเตนเลสสตีลที่เคลือบเป็นสีดำด้วยเทคนิค DLC หรือสีน้ำตาลด้วยเทคนิค PVD โดยเรือนเวลาสุดเท่ H2O นี้มีความสูงทั้งเรือนรวม 19.95 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำได้เทียบเท่าระดับความาลึก 30 เมตร ทุกเวอร์ชั่นมาพร้อมกับสายยางเนื้อนุ่มกระชับข้อมือและตัวพับล็อกไทเทเนียมที่ทั้งแข็งแรงและแข็งแกร่ง สามารถเลือกได่ทั้งรุ่นมาตรฐานและความพิเศษที่ผลิตจำกัดจำนวนในแบบ ‘Limited Edition’ ที่มัดใจผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัย และหลงใหลในศาตร์แห่งเครื่องบอกเวลา

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างมากมายตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่เชื่อได้ว่า HYT จะไม่หยุดยั้งเพียงแต่นี้ และจะยังคงมีความน่าตื่นเต้นใหม่ๆ ออกมาเรียกเสียงปรบมือจากโลกเวลาอีกแน่นอน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up