UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesIWC AQUATIMER PERPETUAL CALENDAR DIGITAL DATE-MONTH CERATANIUM - 'Aquaman' บันดาลใจ

IWC AQUATIMER PERPETUAL CALENDAR DIGITAL DATE-MONTH CERATANIUM – ‘Aquaman’ บันดาลใจ

by: ‘TomyTom’

 

เมื่อชื่อของตระกูลนาฬิกาดำน้ำ Aquatimer (อควาไทเมอร์) ของ IWC (ไอดับเบิลยูซี) ช่างพ้องกับฮีโร่ ‘Aquaman’ (อควาแมน) การคอลแลบส์กันจึงเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย IWC ประกาศก้องว่าได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับภาพยนตร์จากค่าย ‘Warner Bros. Picture’ (วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิกเจอร์) เรื่อง ‘Aquaman and the Lost Kingdom’ (อควาแมน แอนด์ เดอะ ลอสต์ คิงดอม) ที่เพิ่งออกฉายในเดือนธันวาคม 2023 และได้ออกนาฬิกาแสนพิเศษมา 2 รุ่น คือ Aquatimer Perpetual Calendar Digital Date-Month Ceratanium (อควาไทเมอร์ เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์ ดิจิตัล เดทมันธ์ เซราเทเนียม) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาประกอบฉากเรือนสีแดงกับเรือนสีฟ้าที่ทาง IWC ส่งเข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยนาฬิกาที่ทำออกมาจำหน่ายในแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ทั้ง 2 รุ่น นี้มาในเรือนร่างสีดำทะมึนขนาดใหญ่ แซมด้วยสีแดงรุ่นหนึ่ง กับสีฟ้าอีกรุ่นหนึ่ง ทั้งยังใช้กลไกที่มีฟังก์ชันอันซับซ้อนอีกต่างหาก

MITSUBISHI

 

ขนาดของนาฬิกาทั้ง 2 รุ่น นี้อยู่ที่ 49.0 มิลลิเมตร หนา 19.5 มิลลิเมตร น่าจะใหญ่โตบึกบึนที่สุดของ IWC ก็ว่าได้ กับรูปลักษณ์ที่มีพื้นฐานหน้าตามาจากรุ่นที่เปิดตัวออกมาในปี 2014 ซึ่งมีทั้งฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลา และฟังก์ชันปฏิทินตลอดชีพที่บอกวันที่และเดือนเป็นตัวเลขแบบ 2 หลัก ที่ IWC มักนำกลไกฟังก์ชันนี้มาใช้กับรุ่นท็อปหรือรุ่นพิเศษๆ ของตน

 

ตัวเรือน ขอบตัวเรือน และวงฝาหลังของทั้ง 2 รุ่น เป็นสีดำล้วน ทำขึ้นจาก ‘Ceratanium’ โลหะสูตรเฉพาะของแบรนด์ มีส่วนผสมเป็นไทเทเนียมและเซรามิก ตัวเรือนขนาดใหญ่เช่นนี้จึงยังคงมีน้ำหนักเบากว่าที่สายตาคะเนอยู่ไม่น้อย ขอบตัวเรือนยังคงมากับระบบ ‘SafeDive System’ (เซฟไดว์ ซิสเต็ม) ของ IWC เช่นเดียวกับ Aquatimer ยุคปัจจุบัน โดยใช้ระบบกลไกในการเชื่อมโยงระหว่างขอบตัวเรือนที่อยู่ด้านนอก และวงแหวนพร้อมสเกลนาทีสำหรับใช้จับเวลาขณะอยู่ใต้น้ำที่อยู่ด้านในของตัวเรือน เกิดเป็นความปลอดภัยและรูปลักษณ์ที่กลมกลืนสวยงามเพราะไม่ต้องมีขอบตัวเรือนชิ้นใหญ่หนาอยู่บนตัวเรือนอีกต่อไป เม็ดมะยมก็เป็นแบบขันเกลียว ส่วนการกันน้ำรับรองว่าสามารถทำได้ถึง 10 บาร์ ทหรือเท่ากับ 100 เมตร จับคู่มากับสายยางแบบมีร่อง ล็อกด้วยหัวเข็มขัด ‘Ceratanium’ สีดำ ทั้งมีระบบถอดเปลี่ยนสายแบบฉับไว ‘Quick-exchange System’ (ควิกเอ็กซ์เชนจ์ ซิสเต็ม) มาให้เช่นเดียวกับ Aquatimer เจเนอเรชั่นปัจจุบันด้วย

 

สีแดงหรือสีฟ้าที่แซมแทรกอยู่บนหน้าปัด เข็ม ตลอดจนวงขอบหน้าปัดชิ้นนอกของนาฬิกา 2 รุ่น นี้มาจากนาฬิกาที่เป็นพร็อพประกอบฉากบนข้อมือของ ‘Black Manta’ (แบล็ก แมนตา) และ ‘Dr. Stephen Shin’ (ดร.สตีเฟน ชิน) ในภาพยนตร์ โดยมากันเต็มทั้งสเกล หลักชั่วโมง ข้อความ และเข็ม ขณะที่พื้นขององค์ประกอบทั้งหลายอย่างหน้าปัดกับเข็มใช้เป็นสีดำ โดยสีบนเข็มและสเกลบนขอบหน้าปัดวงนอกนั้นใช้สารเรืองแสงเพื่อให้เรืองสว่างขึ้นมาในความมืดดุจเรือนอันเป็นที่มาแห่งแรงบันดาลใจ แถมยังเพิ่มความเด่นในรายละเอียดด้วยตะแกรงสีดำแบบลายรังผึ้งเหนือจานบอกเดือนกับวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 กับ 9 นาฬิกา ซึ่งเจาช่องหน้าต่างเหลี่ยมคู่สำหรับอ่านค่าไว้ที่ด้านบนเข้ามาอีก ส่วนเลขบอกลำดับปีก็เจาะช่องหน้าต่างเหลี่ยมไว้อย่างแยบยลในวงหน้าปัดวินาทีขนาดเล็ก ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนหน้าปัดตำแหน่ง 12 นาฬิกา มีเข็มจับเวลา 12 ชั่วโมง และเข็มจับเวลา 60 นาที อยู่ร่วมแกนเดียวกัน

 

กลไกอันเหนือชั้นที่ใช้กับนาฬิกา 2 รุ่นนี้ คือเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ จำนวนทับทิม 51 เม็ด ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง Cal.89802 ซึ่งมีพื้นฐานเป็นกลไกชนิด ‘Integrated’ (อินทีเกรเตด) ที่รวมกลไกจับเวลาแบบ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) พร้อมฟังก์ชัน ‘Flyback’ (ฟลายแบ็ก) ไว้เป็นหนึ่งเดียวในกลไกขึ้นลานอัตโนมัติด้วยระบบลิ้นสปริง ‘Pawl-winding’ (พาวล์ไวน์ดิง) ซึ่งทำให้ขึ้นลานได้เร็ว แล้วจึงติดตั้งโมดูลกลไกปฏิทินตลอดชีพชนิดบอกค่าวันที่กับเดือนด้วยตัวเลขขนาดใหญ่ 2 หลัก จากจานดิสก์อันซับซ้อน ร่วมด้วยบอกลำดับปีอธิกสุรทินด้วยจานดิสก์ขนาดเล็กเข้าไป กลไกคาลิเบรอนี้สามารถสำรองพลังงานได้นาน 68 ชั่วโมง เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเพิ่มความพิเศษเฉพาะรุ่นด้วยโรเตอร์ที่เคลือบให้เป็นสีคล้ำด้วยกระบวนการเคลือบนิกเกิล ทั้งยังฉลุและตกแต่งลายมาในแบบเฉพาะตัว ต่างจากคาลิเบรอนี้ที่ใช้กับนาฬิการุ่นอื่น โดยมองเห็นได้เต็มตาจากแผ่นแซพไฟร์คริสตัลของฝาหลัง

 

IWC ผลิตนาฬิกา Aquatimer Perpetual Calendar Digital Date-Month Ceratanium ทั้ง 2 รุ่น นี้ในแบบ ‘Limited Edition’ ด้วยจำนวนที่จำกัดไว้แค่ 25 เรือน ต่อรุ่น ราคาจำหน่าย 62,000 ยูโร หรือราว 2.371 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up