UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesIWC PORTUGIESER CHRONOGRAPH - สดใสใน 3 สีหน้าปัดใหม่

IWC PORTUGIESER CHRONOGRAPH – สดใสใน 3 สีหน้าปัดใหม่

by: ‘Mr.Big’

 

ที่ผ่านมาเราอาจเห็น IWC (ไอดับเบิลยูซี) รังสรรค์คอลเลกชั่น Portugieser (ปอร์ตูไกเซอร์) ในรูปแบบนาฬิกาเดรสหรือสปอร์ตหรูเรือนใหญ่ที่คงมาดสง่างามเข้มขรึม พร้อมพื้นหน้าปัดที่เลือกใช้สีสไตล์โมโนโทนอย่างสีขาว สีเทา หรือสีดำเป็นหลัก ถ้าจะมีสีสันหน่อยก็จะเป็นสีน้ำเงิน ทว่าครั้งนี้ กับรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปี 2020  นี้IWC ขอแหกขนบด้วยการใช้โทนสีสดใสอย่างสีแดงเบอร์กันดี สีเขียว และสีน้ำเงิน มาเป็น 3 โทนสีใหม่ของหน้าปัด สร้างความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิม ประหนึ่งกำลังอิงเทรนด์ย้อนยุคให้คอลเลกชั่นนี้กลับไปสู่รูปแบบนิยมในยุค 70s

 

ต้องบอกว่า IWC เติมสีสันลงบนหน้าปัดนาฬิการุ่นใหม่นี้ได้อย่างน่าสนใจ โดยสีเขียวที่เลือกใช้เป็นเฉดสีเดียวกับที่ปรากฏในรุ่น Portugieser Annual Calendar (ปอร์ตูไกเซอร์ แอนนวล กาเลนดาร์) ปี 2018 ส่วนสีแดงเบอร์กันดีเป็นเฉดสีใหม่ที่เพิ่งปรากฏเป็นครั้งแรกในคอลเลกชั่น Portugieser ซึ่งโทนสีสดใสทั้ง 2 เมื่อพิจารณาให้ดีจะมีความรู้สึกย้อนยุคอยู่นิดๆ ส่วนสีน้ำเงินก็ให้ความรู้สึกสง่างาม ดูเอ็กซ์คลูซีพมีระดับในอีกลุคหนึ่ง เมื่อผสานกับเทคนิคการปัดดลายรัศมีจึงช่วยเพิ่มประกาย ขับเสน่ห์ของโทนสีออกมาได้อย่างเต็มที่ ส่วนเลย์เอาท์ในการจัดวางฟังก์ชัน รวมถึงรายละเอียดของฟอนต์ตัวเลขยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิม คือรูปแบบที่จำลองมาจากนาฬิกาเดินสมุทร ‘Marine Chronometer’ (มารีน โครโนมิเตอร์) ที่ใช้ในการเดินเรือสมัยก่อน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของคอลเลกชั่นดังกล่าว โดยนำเสนอการแสดงเวลาในรูปแบบ 2 เข็มครึ่งด้วยเข็มทรงใบไผ่ แยกการแสดงวินาทีไปไว้ในหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนเข็มวินาทีบนแกนหลักระบุค่าจับเวลาในหน่วยวินาที สัมพันธ์กับการแสดงค่าจับเวลา 30 นาทีบนหน้าปัดย่อย 12 นาฬิกา พร้อมชื่อโลโก้แบรนด์บริเวณ 3 นาฬิกา

 

เช่นเดียวกับในส่วนของการทำงานยังคงใช้เป็นชุดกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.69355 ซึ่งเป็นซีรีย์กลไกที่เริ่มนำมาใช้ติดตั้งในคอลเลกชั่น Portugieser เป็นครั้งแรกในปี 2018 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 150 ปี ของการก่อตั้งแบรนด์ โดยเป็นการพัฒนามาจากชุดจักรกล Cal.69370 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตัวเครื่อง 30.0 มิลลิเมตร ประกอบด้วยจำนวนชิ้นส่วนทั้งสิ้น 194 ชิ้น ร่วมกับทับทิมกันสึก 27 เม็ด อัตราความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง มีค่าสำรองพลังงานสูงสุด 46 ชั่วโมง พร้อมขัดลาย ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) บนแท่นเครื่องอย่างประณีต

 

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ บรรจุอยู่ในตัวเรือนขนาด 41.0 มิลลิเมตร หนา 13.1 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นการปรับลดขนาดมาตรฐานของ Portugieser ลงมาจากขนาดเดิมซึ่งอยู่ที่ 42.0 มิลลิเมตร สร้างสรรค์จากสเตนเลสสตีลในรุ่นหน้าปัดสีแดงและเขียว ส่วนรุ่นหน้าปัดสีน้ำเงินจับคู่กับตัวเรือนทองชาด 18K พร้อมความพิเศษด้วยการจัดจำหน่ายในรูปแบบ ‘Boutique Edition’ (บูติก เอดิชั่น) ทั้ง 3 แบบมีค่าการกันน้ำอยู่ที่ 30 เมตร ฝาหลังผนึกด้วยคริสตัลแซพไฟร์ใส เพื่อโชว์ความตระการตาของจักรกลชั้นเลิศที่อยู่ภายใน ประกอบกับสายหนังจระเข้ ตั้งราคาจัดจำหน่ายสำหรับรุ่นหน้าปัดสีแดงเบอร์กันดีและสีเขียวไว้ที่ 8,200 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 270,000 บาท และรุ่นหน้าปัดสีน้ำเงินที่ราคา 17,900 ฟรังก์สวิส หรือราว 590,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up