UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesIWC PORTUGIESER ETERNAL CALENDAR - ปฏิทินชั่วนิรันดร์ และพระจันทร์ 45 ล้านปี

IWC PORTUGIESER ETERNAL CALENDAR – ปฏิทินชั่วนิรันดร์ และพระจันทร์ 45 ล้านปี

by: ‘TomyTom’

 

IWC (ไอดับเบิลยูซี) สร้างสิ่งเซอร์ไพรซ์วงการอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าฟังก์ชันปฏิทินตลอดชีพหรือ ‘Perpetual Calendar’ (เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์) นั้นแสดงปฏิทินได้ไม่นานพอ จึงดำเนินการพัฒนาฟังก์ชัน ‘Secular Perpetual Calendar’ (เซคิวลาร์ เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์) ที่บอกเวลาอย่างแม่นยำได้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใต้กฎเกณฑ์ปฏิทินที่ใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบัน บวกกับฟังก์ชันบอกข้างขึ้น-ข้างแรมด้วยพระจันทร์คู่ที่จะเกิดการเบี่ยงเบนไปจากวงโคจรของพระจันทร์เพียง 1 วัน หลังจากผ่านกาลเวลาไป 45 ล้านปี ขึ้นมา แล้วจับใส่ไว้ในนาฬิการุ่นใหม่ของคอลเลกชั่น Portugieser (ปอร์ตุกีเซอร์) ที่ให้ชื่อว่า Portugieser Eternal Calendar (ปอร์ตุกีเซอร์ อีเทอร์นัล กาเลนดาร์) โดยมีรหัสประจำรุ่นเป็น IW505701

MITSUBISHI

 

ปฏิทิน ‘Gregorian’ (เกรกอเรียน) ที่ใช้กันโดยสากลนั้นแบ่งปีออกเป็น 12 เดือน ซึ่งเดือนเหล่านั้นจะมีวันในปีปกติ 28, 30 หรือ 31 วัน และมีเลขปีที่หารด้วย 4 ลงตัวเป็นปีอธิกสุรทินที่เดือนกุมภาพันธ์จะมีวันเพิ่มขึ้น 1 วัน เป็น 29 วัน อันเป็นสิ่งที่กลไก ‘Perpetual Calendar’ รับรู้ แต่ปฏิทิน ‘Gregorian’ ก็ยังมีกฎที่หลายคนอาจไม่รู้ ซึ่งมีไว้เพื่อให้ปฏิทินสอดคล้องกับปีสุริยคติตามที่เกิดขึ้นจริง นั่นคือปีศตวรรษที่สามารถหารด้วย 400 ได้จะเป็นปีอธิกสุรทิน เท่ากับว่า ค.ศ. 2000 และ 2400 จะเป็นปีอธิกสุรทิน ขณะที่ ค.ศ. 2100, 2200 และ 2300 จะเป็นปีปกติ

 

กลไกปฏิทินตลอดชีพโดยทั่วไปจะเป็นการตั้งโปรแกรมจักรกลไว้สำหรับรอบ 4 ปีเท่านั้น นั่นหมายความว่าหลังจาก 3 ปีปกติผ่านไปแล้ว ปีที่ 4 จะเป็นปีอธิกสุรทินเสมอ ซึ่งหมายความว่า ค.ศ. 2100 ที่ตามกฎแล้วจะถูกยกเว้นให้เป็นปีปกตินั้น กลไกจะรับรู้ว่าเป็นปีอธิกสุรทิน ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องทำการปรับตั้งกลไกใหม่ในวันที่ 1 มีนาคม 2100 เพราะกลไกจะแสดงว่าเป็นวันที่ 29 กุมภาพันธ์ และก็ต้องมีการปรับตั้งใหม่เช่นนี้อีกใน ค.ศ. 2200 และ 2300 เท่ากับว่าในรอบระยะเวลา 400 ปี จะต้องมีการปรับตั้งใหม่ 3 ครั้ง

 

แต่กลไกปฏิทินชั่วนิรันดร์ที่ IWC พัฒนาขึ้นมาใหม่นั้น โปรแกรมจักรกลได้ถูกออกแบบและตั้งให้รับรู้ถึงกฎอันซับซ้อนของปฏิทิน ‘Gregorian’ จึงสามารถบอกค่าปฏิทินได้อย่างถูกต้องโดยจะข้ามปีอธิกสุรทิน 3 ครั้ง ในรอบระยะเวลาทุก 400 ปี ไปจนถึง ค.ศ. 3999 เป็นอย่างต่ำ ทั้งนี้ก็เพราะ ค.ศ. 4000 นั้นยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่าจะเป็นปีอธิกสุรทินหรือไม่ โมดูลกลไกปฏิทินชั่วนิรันดร์ของ IWC ยังคงมีพื้นฐานโครงสร้างและระบบเช่นเดียวกับโมดูลกลไกปฏิทินตลอดชีพพร้อมระบุเลขปีของ IWC ในปัจจุบัน การตั้งค่าต่างๆ ของปฏิทินจึงยังคงใช้การปรับตั้งด้วยเม็ดมะยมเช่นเดิม ความแตกต่างอยู่ที่การมีชุดจักรกลเพิ่มเติมเข้ามาเสริมโปรแกรมจักรกลอธิกสุรทินที่ทำงานเพียงครั้งเดียวในรอบ 4 ปี จักรกลซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วน 8 ชิ้น ที่เพิ่มเข้ามาซึ่งเรียกว่าเกียร์ 400 ปี นี้จะทำหน้าที่ทำให้การทำงานครั้งเดียวในรอบ 4 ปี ทำงานหรือไม่ทำงาน โดยจะขยับหมุนจนครบ 1 รอบ ในระยะเวลา 4 ศตวรรษ ด้วยลักษณะเกียร์ที่มี 3 ขยัก ซึ่งจะทำให้ข้าม 3 ปีอธิกสุรทิน ในรอบเวลา 400 ปี ไปได้อย่างถูกต้องตามกฎ

 

การแสดงปฏิทินของโมดูลชุดนี้ยังคงกระจายตัวอยู่ ณ ตำแหน่งที่แฟนนาฬิกา IWC คุ้นเคยกันดี ด้วยการแสดงวันจากเข็มขนาดเล็กร่วมแกนเดียวกับเข็มวินาทีที่ 9 นาฬิกา การแสดงวันที่ด้วยเข็มขนาดเล็กร่วมแกนเดียวกับเข็มบอกพลังงานสำรองที่ 3 นาฬิกา และใช้เข็มขนาดเล็กบอกเดือนอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และมีเลขปี ค.ศ. ที่แสดงในรูปแบบดิจิตอลด้วยตัวเลข 4 หลัก อยู่ที่ตำแหน่ง 7-8 นาฬิกา โดยใช้ตัวเลขอารบิกบนจาน 3 วง ให้อ่านค่าประกอบกันคือ 2 หลักแรก 1 จาน (ซึ่งเท่าที่เห็นในภาพจะมีตัวเลขบอกได้ถึงหลัก 22XX โดยหากนาฬิกายังอยู่เกินกว่านั้นก็จะต้องเปลี่ยนจานใหม่) และ 2 หลักหลัง อย่างละจาน โดยเลขปีนั้นถูกตั้งโปรแกรมมาแล้วว่าปีใดจะเป็นปีอธิกสุรทิน จึงไม่ต้องห่วงในเรื่องความยุ่งยากของการปรับตั้งค่าปฏิทิน เพราะมีเลขปีปรากฎให้เห็นอยู่ชัดๆ

 

ส่วนจักรกลสำหรับบอกข้างขึ้น-ข้างแรมของพระจันทร์ที่ยกระดับระยะเวลาให้ยาวนานขึ้นอย่างน่าตะลึงเป็น 45 ล้านปี อันเป็นระดับที่ยังไม่มีใครสร้างขึ้นมาก่อน ซึ่งทาง IWC เรียกว่า ‘Perpetual Moon Phase’ (เพอร์เพทชวล มูนเฟส) นี้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษในการจำลองส่วนผสมของจักรที่แตกต่างกันขึ้นมามากกว่า 22 ล้านล้านชุด จนได้เกียร์ทดรอบที่ดีที่สุดซึ่งมีจักรอินเตอร์มีเดียทอยู่ 3 ชิ้น ด้วยกัน โดยชุดเกียร์หรือขบวนเฟืองนี้จะมีการเบี่ยงเบนไปจากวงโคจรของพระจันทร์เพียง 1 วัน หลังจากผ่านเวลาไป 45 ล้านปี

 

การแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของฟังก์ชันนี้เป็นแบบ ‘Double Moon™’ (ดับเบิล มูน) ที่ทำให้เห็นพระจันทร์ทั้งในมุมมองจากซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ได้พร้อมกันด้วยการใช้จาน 2 ชิ้น วางซ้อนทับกัน จานชิ้นบนที่ทำหน้าที่เป็นท้องฟ้าซึ่งมีการตัดเปิดเป็นช่องวงกลมขนาดเล็กไว้ 2 ช่อง จะเคลื่อนหมุนอยู่เหนือจานชิ้นล่างที่ยึดอยู่กับที่ ซึ่งมีวงกลมแทนดวงพระจันทร์อยู่ 2 วง เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระจันทร์ทั้ง 2 นี้กำลังเป็นข้างขึ้นหรือข้างแรม

 

ทั้งโมดูลกลไก ‘Secular Perpetual Calendar’ บอกปฏิทินชั่วนิรันดร์ และกลไก ‘Perpetual Moon Phase’ บอกข้างขึ้น-ข้างแรมตลอดชีพ ถูกติดตั้งเข้ากับกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) คาลิเบรอใหม่ที่พัฒนาขึ้นมารองรับ รวมเรียกว่า Cal.52640 เครื่องคาลิเบรอนี้เป็นระบบขึ้นลานอัตโนมัติแบบ ‘Pellaton’ (เพลลาตัน) ที่ขึ้นลานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้ง 2 ทิศทาง ด้วยโรเตอร์กลาง ที่เพิ่มความมั่นใจในเรื่องความทนทานของระบบขึ้นลานด้วยการนำเซอร์โคเนียมออกไซด์เซรามิก ซึ่งเป็นวัสดุที่แทบจะไม่เกิดการสึกหรอ มาสร้างเป็นชิ้นส่วนของระบบขึ้นลาน สำหรับตลับลานจะมีอยู่ 2 ชุด เพื่อให้สำรองพลังงานได้นานถึง 168 ชั่วโมง หรือเท่ากับ 7 วัน ความถี่การทำงานอยู่ที่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิมมีทั้งหมด 54 เม็ด และมีฟังก์ชันบอกพลังงานสำรองมาให้ด้วย การตกแต่งกระทำมาอย่างประณีตด้วยผิวเกรนลายวง ร่วมกับลายแถบริ้วแบบเจนีวาแนววงบนสะพานจักร และใช้โรเตอร์ทอง 18K ฉลุโปร่งขนาดใหญ่ที่ตกแต่งพื้นดวงตรา IWC ด้วยสีทอง โดยชื่นชมความงามได้เต็มตาผ่านฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์ทรงกล่องบานใหญ่

 

เวอร์ชั่นแรกของนาฬิกา Portugieser Eternal Calendar มากับความเรียบง่ายด้วยตัวเรือนสีเงินผ่องสกาวขนาด 44.4 มิลลิเมตร ที่ทำขึ้นจากแพลทินัม ขัดผิวเงางามที่ด้านหน้า ร่วมกับการปัดลายที่ด้านข้าง และหน้าปัดทรงโดมขนาดใหญ่ที่ทำขึ้นจากคริสตัลแซพไฟร์ด้วยกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน เริ่มจากพื้นผิวด้านล่างที่ทำเป็นผิวฟรอสต์ฝ้าและเคลือบด้วยแลคเกอร์สีขาว ส่วนพื้นของวงหน้าปัดขนาดเล็กทั้ง 4 ณ ตำแหน่ง 12, 3, 6 และ 9 นาฬิกา นั้นถูกเจาะเป็นช่องเช่นเดียวกับหน้าต่างทรงเหลี่ยมขอบมนสำหรับบอกปีที่ตำแหน่ง 7-8 นาฬิกา และหน้าต่างทรงกลมที่เปิดให้เห็นการทำงานของจักรกลสำคัญ คือชุดเกียร์ 400 ปี ที่ทำให้ประดิษฐกรรมเวลาเรือนนี้ก้าวจากการแสดงปฏิทินแบบ ‘Perpetual Calendar’ ขึ้นไปเป็น ‘Eternal Calendar’ ได้โดยสมบูรณ์ ที่ตำแหน่งราว 4 นาฬิกา สำหรับความหนาของตัวเรือนโดยรวมอยู่ที่ 15.0 มิลลิเมตร เท่าๆ กับรุ่น Portugieser Perpetual Calendar เดิม และสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 50 เมตร

 

หน้าปัดขนาดเล็กทั้ง 4 ถูกสร้างขึ้นจากแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ใสขัดเงา เพื่อให้ดูต่างไปจากผิวฟรอสต์ฝ้าของหน้าปัดหลัก แล้วจึงผนึกเข้ากับแผ่นหน้าปัดหลัก จากนั้นก็ประทับพิมพ์สเกล ข้อความ และสัญลักษณ์ต่างๆ ด้วยสีดำ และติดตั้งหลักชั่วโมงเลขอารบิกเคลือบโรเดียมขัดเงาลงบนผิว อาศัยความลึกของแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ให้เห็นว่าชิ้นหลักชั่วโมงและเส้นพิมพ์นั้นลอยอยู่เหนือพื้นแผ่นหน้าปัด ปิดท้ายด้วยชิ้นวงแหวนโค้งเคลือบแลคเกอร์สีขาวพิมพ์สเกลนาทีแบบรางรถไฟและตัวเลขสีดำ กับข้อความ ‘Swiss Made’ (สวิส เมด) ติดตั้งเป็นวงขอบหน้าปัด โดยคั่นไว้ระหว่างแผ่นหน้าปัดและกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงกล่อง ซึ่งช่วยเพิ่มพูนมิติชวนมองให้กับหน้าปัดได้อีกระดับ

 

ทุกเข็มบอกปฏิทินจะใช้เป็นสีน้ำเงินทั้งหมด เพื่อให้แตกต่างอย่างชัดเจนกับเข็มบอกเวลาเคลือบโรเดียมขัดเงา ซึ่งสำหรับรุ่นนี้จะใช้ตัวเลขสีดำพิมพ์ลงบนจานสีขาว ส่วนจานข้างขึ้น-ข้างแรมชิ้นบนนั้นทำขึ้นจากแก้วโปร่งแสงผิวฝ้า ซึ่งมีพื้นที่วงนอกตกแต่งด้วยแนวเส้นวงและพิมพ์สเกลดิถีจันทร์เป็นตัวเลขกับจุดสีดำ ขณะที่จานชิ้นล่างเป็นไทเทเนียมผิวสีเงินที่ตกแต่งลายด้วยการทำ ‘Guilloché’ (กิโยเช) และทำผิวพระจันทร์ทั้ง 2 ดวง เป็นสีน้ำเงินเข้ม คาดข้อมือด้วยสายหนังจระเข้สีดำที่ผลิตโดย ‘Santoni’ (ซานโตนี) สถาบันผลิตเครื่องหนังแฮนด์เมดเลื่องชื่อจากอิตาลี ล็อกด้วยบานพับแพลทินัม สำหรับราคาจำหน่ายนั้นทางแบรนด์ไม่ได้ระบุไว้อย่างเป็นทางการ แต่บอกว่าให้สอบถามได้จากแบรนด์โดยตรง ทว่าทางเว็บไซต์ต่างประเทศแจ้งราคาไว้ที่ 150,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 6.088 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up