UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesJACOB & CO ASTRONOMIA REVOLUTION - ปฏิวัติวงโคจรในเรือนคริสตัล

JACOB & CO ASTRONOMIA REVOLUTION – ปฏิวัติวงโคจรในเรือนคริสตัล

by: ‘TomyTom’

 

Astronomia (แอสโตรโนเมีย) รูปแบบนาฬิกาซึ่งนำเสนอความน่าทึ่งจากการเคลื่อนโคจรดุจดวงดาวขององค์ประกอบกลไกสู่สายตา ผลงานสร้างสรรค์อันล้ำเลิศโดย Jacob & Co. (จาคอบ แอนด์ โค) ถือเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชั่นนาฬิกาเด็ดแห่งยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่แรกเปิดตัวในปี 2016 และสานต่อด้วยเวอร์ชั่นต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2023 นี้ก็ได้ออกผลงานใหม่ ให้ชื่อว่า Astronomia Revolution (แอสโตรโนเมีย เรโวลูชั่น) ซึ่งใช้กลไกที่ออกแบบขึ้นใหม่เพื่อให้ได้ความเที่ยงตรง และความงดงามเชิงสถาปัตยกรรมกลไกระดับสูงสุดเท่าที่จะกระทำได้ ทั้งยังพัฒนาให้การหมุนของแกนกลางมีความเร็วต่อรอบเพียง 1 นาที เท่านั้น โดยเปิดตัวครั้งแรกที่งานแสดงนาฬิกา ‘Geneva Watch Week’ (เจนีวา วอทช์ วีค) ปี 2023 ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

MITSUBISHI

 

กลไกแบบ 3 แกนหมุน และมีจำนวนทับทิม 53 เม็ด คาลิเบรอใหม่ Cal.JCAM48B ที่พัฒนาและผลิตสำหรับ Jacob & Co. โดยเฉพาะในนาฬิการุ่นนี้ เป็นแบบไขลาน พร้อมกลไกทูร์บิญองแบบ ‘Flying’ (ฟลายอิง) ที่มีแกนหมุน 2 แกน ซึ่งแกนแรกจะหมุนรอบละ 60 วินาที ขณะที่แกนที่ 2 จะหมุนรอบละ 15 วินาที โดยมีแกนที่ 3 อันเป็นแคร่โคจรซึ่งหมุนรอบละ 60 วินาที เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งหมดนี้ทำงานด้วยความเร็วคงที่ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากนวัตกรรมชิ้นส่วนควบคุมความเร็วคงที่ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ และทางแบรนด์ได้ยื่นจดสิทธิบัตรไปแล้ว อีกสาระหลักในการนำเสนอก็คือ ดีไซน์อันงดงามของบรรดาชิ้นส่วนกลไกอันซับซ้อนที่ก่อให้เกิดลักษณะวงโคจรแนวโค้งดั่งการโคจรของดวงดาว แคร่โคจรที่ประดับด้วยแผ่นทองชาด 18K รูปหกเหลี่ยมขัดเงาวาวดุจกระจกเงาจำนวนถึง 18 ชิ้น เรียงรายเป็นพื้นผิวแบบรังผึ้ง ก่อเกิดการสะท้อนยามต้องแสง อันมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก ‘James Webb Space Telescope’ (เจมส์ เว็บบ์ สเปซ เทเลสโคป) เครื่องมือสำรวจอวกาศชิ้นสำคัญของชาวโลก และเข็มวินาทีสเตนเลสสตีลซึ่งมีส่วนปลายเป็นชิ้นศรที่ทำจากทับทิมสังเคราะห์ทรงพีระมิดขนาดใหญ่ ซึ่งจะควงหมุนรอบตัวเองในเวลารอบละ 15 วินาที ตามการหมุนของแกนที่ 2 ของจักรกลทูร์บิญอง

 

การโคจรด้วยเวลาอันรวดเร็วถึงรอบละ 60 วินาที ของคาลิเบรอใหม่ซึ่งเร็วกว่ารอบละ 20 นาที ของ Astronomia รุ่นแรก หรือรอบละ 10 นาที ของรุ่น Astronomia Solar (แอสโตรโนเมีย โซลาร์) จำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาลในการขับเคลื่อน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกแบบให้มีตลับลานถึง 2 ชุด โดยใช้ร่วมกับอุปกรณ์ควบคุมกำลังคงที่ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อการนี้ โดยใช้ ‘Whip’ (วิป) ทำการขับเคลื่อนเฟืองรูปดาวที่อยู่ใกล้กับเฟืองที่ 4 ทำหน้าที่เป็นกันชนคั่นระหว่างการส่งกำลังจากตลับลานกับกลไกทูร์บิญอง เพื่อให้เกิดการส่งพลังงานไปสู่กลไกควบคุมเวลาในปริมาณที่เหมาะสมและคงที่ ด้วยความถี่ 1/6 วินาที ซึ่งขจัดภาวะการส่งกำลังมากหรือน้อยเกินไปจนสิ้น จึงเป็นการเพิ่มระดับความแม่นยำในการทำงานให้กับกลไก ส่วนพลังงานสำรองจากการขยับจักรกลอกด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ของคาลิเบรอนี้อยู่ที่ 36 ชั่วโมง ส่วนการบอกเวลาจะกระทำด้วยเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีทรง ‘Dauphine’ (ดอฟีน) ที่ติดตั้งอยู่กลางโครงหน้าปัด ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) วงเล็กที่ทำจากโพลีคาร์บอเนตสีแดง พร้อมชิ้นหลักชั่วโมงทองกุหลาบซึ่งจะเคลื่อนหมุนไปพร้อมกับแคร่โคจร โดยการปรับตั้งเวลาและการขึ้นลานจะกระทำได้จากทางด้านหลังของตัวเรือนซึ่งเป็นฝาหลังชนิดแผ่นทึบ

 

กลไกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 42.3 มิลลิเมตร หนา 19.3 มิลลิเมตร อันน่าตื่นตานี้ถูกเผยให้เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแบบ 360 องศา ด้วยตัวเรือนขนาด 47.0 มิลลิเมตร ซึ่งหนาถึง 27.0 มิลลิเมตร ที่มีคริสตัลแซพไฟร์โปร่งใสเป็นองค์ประกอบหลักทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ซึ่งย่อมต้องเคลือบสารกันแสงสะท้อนมาด้วย ร่วมกับโครงตัวเรือน ขาตัวเรือน และฝาหลังที่ทำจากทองกุหลาบ 18K ทองขาว 18K หรือทองขาว 18K ที่เคลือบเป็นสีดำด้วยเทคนิค DLC อันเป็น 3 ทางเลือก ของเวอร์ชั่นเปิดตัว ทั้งหมดผลิตในแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ด้วยจำนวนน้อยนิดเพียงเวอร์ชั่นละ 6 เรือน ส่วนการกันน้ำกระทำได้ 30 เมตร จับคู่มากับสายคอร์ดูราสีดำที่ประกบแผ่นยางไว้ด้านหลัง พร้อมตัวล็อกทอง 18K สีเดียวกับเวอร์ชั่นตัวเรือน

 

ราคาที่ Jacob & Co. กำหนดขึ้นสำหรับสถานะการเป็นเจ้าของ Astronomia Revolution นั้นอยู่ที่ 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 20,656,500 บาท เท่ากันทั้ง 3 เวอร์ชั่น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up