UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesJAQUET DROZ GRANDE SECONDE CHRONOGRAPH - ปรับโฉมหน้าปัดใหม่

JAQUET DROZ GRANDE SECONDE CHRONOGRAPH – ปรับโฉมหน้าปัดใหม่

by: ‘Mr.Big’

 

ในแวดวงคนรักเครื่องบอกเวลาต่างรู้กันดีว่า Jaquet Droz (ฌาเกต์ โดรซ์) คือหนึ่งในแบรนด์ผู้สร้างสรรค์ประดิษฐกรรมเวลาชั้นสูงที่สร้างคุณค่าให้เรือนเวลาของพวกเขา เป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา ทั้งในแง่มุมของเชิงชั้นงานวิศวกรรมที่เหนือล้ำ หรือในแง่มุมของงานศิลปะแฮนด์เมดชั้นเลิศที่ใครต่อใครต่างเฝ้าฝัน ทั้งสองสิ่งล้วนผสานร่วมอยู่ในชื่อของ Jaquet Droz แบรนด์ซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับร้อยๆ ปี ซึ่งในเมืองไทย Jaquet Droz ก็เคยมาเปิดตลาดให้นักสะสมชาวได้มีโอกาสเลือกหาเรือนเวลาอันแสนล้ำค่าด้วยในอดีต ก่อนที่จะทิ้งช่วงหายไประยะหนึ่ง และล่าสุด พวกเขากลับมาอีกครั้งภายใต้ร่มเงาของ ‘Time Zone’ (ไทม์ โซน) บูติกนาฬิกาน้องใหม่ที่รวบรวมแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์ชั้นเลิศที่เพิ่งมีการเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันมานี้

 

และเมื่อพูดถึงคอลเลกชั่นที่สร้างชื่อให้กับ Jaquet Droz โดยเฉพาะในช่วงระยะหลังมานี้ อันดับแรกที่จะต้องนึกถึงก็คือ Grande Seconde (กรองด์ เซกองด์) คอลเลกชั่นที่สร้างซิกเนเจอร์ให้กับแบรนด์ด้วยการออกแบบเลย์เอาท์หน้าปัดในรูปแบบ ‘Sub-dial’ (ซับไดอัล) ที่วางซ้อนกันเป็นรูปเลข ‘8’ โดยดีไซน์หน้าปัดย่อยแสดงวินาทีให้มีขนาดใหญ่ตามชื่อ ‘Grande Seconde’ ซึ่งในปีนี้ก็ได้ดีไซน์หน้าปัดให้มีอัตลักษณ์ที่แปลกตาไปกว่าเดิมในรุ่น Grande Seconds Chronograph (กรองด์ เซกองด์ โครโนกราฟ)

 

ความโดดเด่นของ Grande Seconds Chronograph ในแวบแรกที่ได้เห็น คือการเปลี่ยนแปลงของเลย์เอาท์หน้าปัด โดยตำแหน่งหน้าปัดย่อยที่ปกติจะจัดวางเป็นรูปเลข 8 แนวตั้ง ได้ถูกปรับองศาให้เอียงในมุมทแยงที่สามารถลากเส้นตรงระหว่าง 1 ถึง 7 นาฬิกาได้อย่างมีลูกเล่น และแยกฟังก์ชันการทำงานโดยแบ่งเป็นส่วนหน้าปัดย่อยด้านบนที่มีขนาดเล็กกว่าทำหน้าที่แสดงเวลาในหน่วยชั่วโมงและนาที ส่วนหน้าปัดย่อยด้านล่างหรือที่เรียกว่า ‘Grande Seconde’ นั้น ในรุ่นนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แสดงวินาทีเหมือนดังเช่นปกติ แต่ทำหน้าที่แสดงวันที่ด้วยเข็มชี้ที่แอบซ่อนลูกเล่น ‘Retrograde’ (เรโทรทกรด) แบบเต็มวง หลอกตาผู้คนได้เป็นอย่างดี ร่วมกับเข็มแสดงค่าจับเวลาหน่วย 30 นาที ซึ่งทำงานสัมพันธ์กับการแสดงค่าจับเวลาในหน่วยวินาทีผ่านเข็มวินาทีของแกนหน้าปัดหลัก โดยฟังก์ชียจับเวลาของนาฬิการุ่นนี้สั่งการผ่านระบบ ‘Monopusher’ (โมโนพุชเชอร์) หรือสั่งเริ่มและหยุดการจับเวลาด้วยปุ่มกดเดียว ซึ่งเป็นระบบจับเวลารูปแบบคลาสสิกที่ต้องใช้เทคนิคการสร้างสรรค์ในระดับสูง โดยปุ่มกดดังกล่าวถูกติดตั้งไว้บนยอดเม็ดยม ณ ตำแหน่ง 4 นาฬิกา

 

ความสามารถดังกล่าว เป็นการขับเคลื่อนผ่านกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.26MR พร้อม ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical Clutch’ (เวอร์ติคัล คลัตช์) เสริมด้วยสายใยจักรกลอกซิลิกอน และโรเตอร์ขึ้นลานทอง 18K แบบเจาะโปร่ง เพื่อให้สามารถชมจักรกลเบื้องหลังได้อย่างเต็มตา ติดตั้งทับทิมกันสึกจำนวน 34 เม็ด ทำงานที่อัตราความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง อัตราสำรองพลังงานเฉลี่ย 40 ชั่วโมง บรรจุในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 43.0 มิลลิเมตร หนา 14.83 มิลลิเมตร กันน้ำ 30 เมตร ผนึกฝาหลังด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ จับคู่กับพื้นหน้าปัดผิวทรายสลับลายปัดด้านที่วงสเกล มีให้เลือกเป็นสีเงิน สีเทา และสีน้ำเงิน ประกอบกับสายหนังจระเข้งานแฮนด์เมด ตั้งราคาไว้ที่ 19,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 640,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up