UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesJAQUET DROZ GRANDE SECONDE OFF-CENTERED BLACK JADE - หยกดำอมตะ

JAQUET DROZ GRANDE SECONDE OFF-CENTERED BLACK JADE – หยกดำอมตะ

by: ‘TomyTom’

 

นาฬิกา Grande Seconde (กรองด์ เซกองด์) คอลเลกชั่นอันเป็นดั่งลายเซ็นของแบรนด์เก่าแก่ Jaquet Droz (ฌาเกต์ โดรซ์) นั้นปัจจุบันมีทั้งรูปแบบออริจินอลดั้งเดิมที่แสดงชั่วโมงกับนาทีด้วยเข็มบนวงหน้าปัดขนาดเล็กด้านบนวางตัวเหลื่อมอินเตอร์เซ็กต์กับวงหน้าปัดวินาทีด้านล่างซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ าอันเป็นลักษณะดั้งเดิมตั้งแต่แรกกำเนิดคอลเลกชั่นเมื่อปี 2002 และรูปแบบ ‘Off-Centered’ (ออฟ เซ็นเตอร์ด) ที่ขยับแท่นเครื่องให้แนวหน้าปัดทั้ง 2 หมุนขยับเอนไปทางขวา 30 องศาให้แกนเข็มของหน้าปัดทั้ง 2 วางตัวอยู่ในแนวจากตำแหน่ง 1 นาฬิกาถึง 7 นาฬิกาของตัวเรือน ซึ่งแน่นอนว่าตำแหน่งของเม็ดมะยมก็เคลื่อนเลื่อนตำแหน่งลงตามไปอีก 30 องศามาอยู่ที่ 4 นาฬิกาด้วยเช่นกัน โดยนาฬิกา Grande Seconde แบบ ‘Off-Centered’ นี้เปิดตัวออกมาครั้งแรกในปี 2016 ด้วยตัวเรือนขนาด 43.0 มิลลิเมตร ก่อนจะมีเวอร์ชั่นขนาด 39.0 มิลลิเมตร ตามออกมาภายหลัง

 

ล่าสุดในปี 2020 นี้ Jaquet Droz นำอีกลักษณะเด่นของแบรนด์ อันได้แก่การนำหินมีค่าชนิดต่างๆ มาสร้างเป็นแผ่นหน้าปัดให้กับ Grande Seconde Off-Centered โดยเวอร์ชั่นนี้เลือกใช้แผ่นหยกดำออสเตรเลียหนา 1.0 มิลลิเมตร ซึ่งงามอย่างน่าฉงนด้วยสีดำสนิท แต่ปรากฎผงโลหะสีเงินสุดละเอียดอยู่ในเนื้อหิน ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้ฝีมือและความชำนาญอย่างยิ่งยวดเพราะกระบวนการในการตัดและขัดแต่งหินแผ่นบางนั้นอาจทำให้เกิดการแตกหรือกระเทาะได้ง่าย จึงต้องใช้ความพิถีพิถัน ความอดทน และความแม่นยำอย่างสูง เหตุที่ Jaquet Droz เลือกนำหยกดำมาใช้ก็เพราะคุณค่า ด้วยหยกดำนั้นหายากกว่าหยกเขียวที่ผู้คนคุ้นเคยกันมากนัก ทั้งยังอิงความเชื่อของชาวจีนที่ถือว่าหยกดำเป็นสัญลักษณ์ของความสูงส่ง ความสมบูรณ์แบบ และความอมตะ นำมาซึ่งความนิยมในการใช้ทำเป็นเครื่องราง

 

มินิมัลลิสต์ คือนิยามที่เหมาะกับดีไซน์นาฬิการุ่นนี้เป็นที่สุด เพราะนอกจากจะมีองค์ประกอบที่น้อยมากแล้ว ยังไม่มีส่วนใดเลยที่มีไว้โดยปราศจากซึ่งประโยชน์การใช้งาน เห็นได้จากบนแผ่นหน้าปัดหยกดำที่มีเพียงตราสัญลักษณ์ของแบรนด์และข้อความบ่งบอกว่าผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ และมีเพียงขีดสเกลสีดำเส้นบางอยู่บนวงแหวนหน้าปัดเส้นเรียวทั้งสองเท่านั้น แม้แต่เข็มชี้ก็มาในแบบเกลี้ยงเกลาที่สุด รวมถึงโทนสีหลักที่นอกจากตราสัญลักษณ์กับอักษรข้อความสีขาวแล้วก็มีเพียงอีก 2 สีเท่านั้นที่อยู่บนนาฬิกาตลอดเรือน นั่นก็คือสีดำของแผ่นหน้าปัดหยกดำ ขีดสเกล และสายหนังจระเข้ และสีทองชาดสำหรับเข็มทั้ง 3 และตัวเรือนทองชาด 18K เช่นเดียวกับวงแหวนหน้าปัดทั้ง 2 วง เม็ดมะยม และหัวเข็มขัดล็อกสาย

 

ภายในของตัวเรือนทองชาด 18K ขัดเงาขนาด 43.0 มิลลิเมตร หนา 12.0 มิลลิเมตร ผนึกแผ่นแซพไฟร์คริสตัล บรรจุด้วยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ Cal.Jaquet Droz 2663A.P ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 68 ชั่วโมง จากตลับลาน 2 ชุด ที่มั่นใจได้ในประสิทธิภาพการทำงาน และความทนทานจากสายใยจักรกลอกและพาลเลทฮอร์นที่ทำจากซิลิกอน พร้อมความงามของงานขัดแต่งลายริ้วบนสะพานจักรให้เป็นแนวรัศมีอาทิตย์ แผ่ออกจากตำแหน่งของจักรกลอกและโรเตอร์ทองชาด 18K ฉลุโปร่งที่เผยให้เห็นผ่านฝาหลังกรุแผ่นแซพไฟร์คริสตัล

 

Jaquet Droz Grande Seconde Off-Centered Black Jade Ref.J006033275 ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 25,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 850,000 บาท โดยเป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) เพียง 88 เรือน ซึ่งที่ขอบฝาหลังของแต่ละเรือนจะมีการสลักหมายเลขประจำเรือนเอาไว้อย่างชัดเจนขนาบด้วยข้อความ ‘Mineral Stone’ (มิเนอรัล สโตน) และ ‘Black Jade’ (แบล็ก เจด) เพื่อบ่งบอกว่าเป็นหินแร่ชนิดหยกดำ

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up