UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeNews'KEEP GOING FORWARD' - Seiko เปิดตัว 'อุ้ม' ธีราทร บุญมาทัน เป็น 'Seiko Brand...

‘KEEP GOING FORWARD’ – Seiko เปิดตัว ‘อุ้ม’ ธีราทร บุญมาทัน เป็น ‘Seiko Brand Friend’ คนที่ 2

by: ‘Sun-dial’

 

ในที่สุดก็ได้เวลาที่ยอดแบรนด์มหาชน Seiko (ไซโก) จะเปิดตัว ‘Seiko Brand Friend’ (ไซโก แบรนด์ เฟรนด์) คนที่ 2 ของปี 2022 ประจำประเทศไทย และนี่คือ ‘อุ้ม’ ธีราทร บุญมาทัน สิงห์นักเตะทีมชาติไทยที่ชาวญี่ปุ่นให้ฉายาว่า ‘บุญจัง’ โดยปัจจุบันเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย ควบตำแหน่งกัปตันทีมชาติไทย และด้วยผลงานท็อปฟอร์มในลีกต่างๆ ยังทำให้อุ้มได้รับอีกฉายาหนึ่งว่า ‘เท้าซ้ายปีศาจ’ ด้วย จากวัยเด็กที่อุ้มมีโอกาสเล่นฟุตบอลเยาวชนร่วมกับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และร่วมกันคว้าแชมป์ฟุตบอลระดับนักเรียนหลายรายการ โดยเส้นทางสายลูกหนังของอุ้มหลังจากจบมัธยมปลายแล้ว ก็ได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพให้กับ ‘สโมสรราชประชา’ ใน พ.ศ. 2551 ก่อนที่ต่อมาจะมีโอกาสย้ายไปสร้างชื่อในสโมสรชั้นนำของประเทศไทยอีกมากมาย

 

ตลอดเส้นทางการค้าแข้ง อุ้มได้สร้างชื่อให้กับตัวเองและต้นสังกัดอย่างต่อเนื่อง เช่น ใน พ.ศ. 2554 เขาสามารถพาทีมคว้าทริปเบิลแชมป์ ชัยชนะ 3 รายการ ภายในปีเดียว ซึ่งนับเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทยที่ทำได้ และใน พ.ศ. 2556 อุ้มยังได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของไทยลีกประจำฤดูกาลอีกด้วย จุดเปลี่ยนสำคัญของ อุ้ม-ธีราทร เกิดขึ้นในปี 2561 เมื่อเขาถูกยืมตัวไปเล่นในเจลีกของประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ฤดูกาล กับสโมสร ‘Vissel Kobe’ (วิสเซล โกเบ) ทำให้มีโอกาสเล่นกับนักฟุตบอลระดับโลกอย่าง Andrés Iniesta (อันเดรส อินิเอสตา) และ Lukas Podolski (ลูคัส โพด็อลสกี) ที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว อุ้มต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อแย่งตำแหน่งภายในทีม ก่อนที่จะได้รับโอกาสลงเล่นในลีกไป 28 เกม และสามารถทำได้ 2 แอสซิสต์

ความท้าทายครั้งใหม่เข้ามาทดสอบอุ้มอีกครั้งกับต้นสังกัดใหม่ ‘Yokohama F. Marinos’ (โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส) ยอดทีมจากแดนอาทิตย์อุทัย ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้กลายเป็นสิ่งที่เขาต้องจดจำไปตลอดกาล เมื่อเขาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักเตะไทยคนแรกที่คว้าแชมป์เจลีก หรือลีกสูงสุดของญี่ปุ่นได้สำเร็จ

MITSUBISHI

 

ช่วงเวลาที่น่าจดจำของอุ้มเกิดขึ้นในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล เป็นเกมตัดสินแชมป์ของคู่แข่งที่แย่งแชมป์กันโดยตรง ระหว่าง ‘Yokohama F. Marinos’ กับ ‘FC Tokyo’ (เอฟซี โตเกียว) ในนาที 26 เมื่อเขาสามารถยิงประตูขึ้นนำแบบสุดสวย ก่อนที่สุดท้าย ‘Yokohama F. Marinos’ จะเอาชนะไปได้ 3-0 ทำให้คว้าแชมป์เจลีก 2019 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ สร้างความประทับใจให้กับชาวเมืองโยโกฮาม่า และแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศ

ผลงานสุดยอดของอุ้มตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คือบทพิสูจน์ที่ชี้ชัดว่า นักเตะแข้งทองคนนี้คือแบ็คซ้ายระดับแถวหน้าของเอเชีย และจะยังคงไม่หยุดตามล่าหาความสำเร็จเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน

 

และด้วยเรื่องราวความมุ่งมั่น และการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งของ ‘อุ้ม’ ธีราทร บุญมาทัน เช่นนี้ ทำให้ Seiko (ประเทศไทย) ยินดีต้อนรับนักเตะแข้งทองผู้นี้เข้าสู่ครอบครัว Seiko โดยประกาศแต่งตั้งเขาเป็น ‘Seiko Brand Friend’ คนที่ 2 ของปี 2022 ซึ่งการโคจรมาพบกันครั้งแรกของ 2 เรื่องราวความสำเร็จระหว่าง นาฬิกา Seiko Prospex Speedtimer (ไซโก พรอสเป็กซ์ สปีดไทเมอร์) ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีการพัฒนาต่อยอดมาจากนาฬิกาจับเวลาที่ใช้สำหรับการแข่งขันในกีฬาระดับโลก และ ‘อุ้ม’ ธีราทร บุญมาทัน ที่มาพร้อมผลงานอันน่าชื่นชมมากมาย รวมถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดพัฒนา คือสิ่งที่เข้ากันอย่างไม่อาจปฏิเสธ โดยมีแคมเปญ ‘Keep Going Forward’ (คีพ โกอิง ฟอร์เวิร์ด) ของ Seiko Prospex เป็นจุดประสานที่สะท้อนแรงบันดาลใจของ ‘นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่’ ของทั้งคู่ โดยนาฬิกาสปอร์ตอารมณ์เรโทร Seiko Prospex Speedtimer นั้นมี 2 ทางเลือก ทั้งแบบกลไกอัตโนมัติ Speedtimer Mechanical Chronograph (สปีดไทเมอร์ เมคานิคัล โครโนกราฟ) และแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสง Speedtimer Solar Chronograph (สปีดไทเมอร์ โซลาร์ โครโนกราฟ)

 

ปี 2022 นี้ Seiko เผยโฉม Speedtimer Solar Chronograph รุ่นใหม่ถึง 3 ลุค ทั้งหมดถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดใหม่ ด้วยการผสมผสานจิตวิญญาณของนาฬิกาจับเวลาเรือนแรกที่มีความสำคัญของแบรนด์ เข้ากับเทคโนโลยีกลไก ‘Solar’ ของ Seiko ที่ตอบสนองได้ทั้งความเที่ยงตรง ความเชื่อใจในการทำงาน และความยั่งยืนในการใช้งาน สิ่งที่อยู่ใน Speedtimer Solar Chronograph ทุกรุ่นคือรายละเอียดที่สะท้อนถึงความเที่ยงตรงในการจับเวลาระดับสูงสุด ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากสำหรับนาฬิกาจับเวลา เข็มวินาทีของระบบจับเวลาถูกออกแบบให้ยาวขึ้น เพื่อความสะดวกและการอ่านค่าที่แม่นยำและรวดเร็วเมื่อต้องทำงานร่วมกับสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) บนขอบตัวเรือน เข็มจับเวลานาทีวางในตำแหน่ง 6 นาฬิกา โดยเข็มทั้ง 2 ชุด ฉาบด้วยสีแดงเพื่อลุคสปอร์ตที่โฉบเฉี่ยว อีกทั้งเพื่อความรวดเร็วในการอ่านค่าแม้เพียงเหลือบตามอง โดยเจาะช่องหน้าต่างบอกวันที่ไว้ที่ 4-5 นาฬิกา

 

ทั้ง 3 รุ่น ขับเคลื่อนด้วย Cal.V192 พร้อมระบบ ‘Solar’ สามารถจับเวลาสูงสุด 60 นาที พร้อมหน้าปัดย่อยแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา สำรองพลังงานได้นานถึง 6 เดือน หลังจากชาร์จเต็ม โดยสามารถตรวจสอบระดับพลังงานสำรองได้ที่หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 6 นาฬิกา สามารถต้านทานสนามแม่เหล็กได้ถึง 4,800 A/m บรรจุอยู่ในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41.4 มิลลิเมตร หนา13.0 มิลลิเมตร ที่สามารถกันน้ำได้ลึกเทียบเท่าระดับ 100 เมตร จับคู่มากับสายสเตนเลสสตีลดีไซน์สปอร์ต พร้อมตัวพับล็อกที่แน่นหนาแข็งแรง ปลดล็อกด้วยปุ่มกด เสริมความสปอร์ตด้วยขอบตัวเรือนแบบทูโทน ผนึกหน้าปัดด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ทรงโค้งที่เคลือบสารกันแสงสะท้อนไว้ที่ผิวด้านใน โดยสามารถอ่านค่าได้อย่างชัดเจนแม้ในขณะแสงน้อยด้วยสารเรืองแสง ‘LumiBrite’ (ลูมิไบรท์) ที่เคลือบไว้บนหลักชั่วโมงและเข็มชี้

 

Seiko ประเทศไทย จะวางจำหน่าย Prospex Speedtimer Solar Chronograph ทั้ง 3 รุ่น นี้พร้อมๆ กันในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ พร้อมทั้งที่บูติกของ Seiko ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม9 บูติกออนไลน์ของ Seiko เคาน์เตอร์นาฬิกา Seiko ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านตัวแทนจำหน่ายของ Seiko ทั่วประเทศ โดยตั้งราคาไว้เท่ากันทุกรุ่นที่ 30,000 บาทถ้วน

Sompol Mingkhuan
Sompol Mingkhuan
บรรณาธิการบริหาร นิตยสารนาฬิกา Watch World-Wide ผู้คร่ำหวอดในวงการนาฬิกามายาวนานกว่า 20 ปี จนได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up