UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLACO PILOT WATCHES IN TAUPE COLOR - นักบินเยอรมันกับสีหน้าปัดใหม่

LACO PILOT WATCHES IN TAUPE COLOR – นักบินเยอรมันกับสีหน้าปัดใหม่

by: ‘TomyTom’

 

Laco (ลาโค) แบรนด์เยอรมันที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาดีไซน์ย้อนยุคที่ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกานักบินของกองทัพเยอรมันในอดีต ซึ่งก็เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ที่ชอบนาฬิกาแนวนี้อย่างยิ่ง โดยในประเทศไทยเองก็มีผู้ครอบครองกันอยู่ไม่น้อย ล่าสุดในปี 2019 นี้ Laco ได้ออกเวอร์ชั่นหน้าปัดโทนสีใหม่ ‘Taupe’ (เทาเพอ) ซึ่งเป็นสีเทาอมน้ำตาลให้กับรุ่น Augsburg 42 (ออกสบูร์ก 42) และรุ่น Aachen 42 (อาคึน 42) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนาฬิกาไพลอทระดับพื้นฐานของ Laco ซึ่งเรียกชื่อคอลเลกชั่นง่ายๆ ว่า Pilot Watches Basic (ไพลอท วอทเชส เบสิก) โดยหน้าปัดสีใหม่นี้สร้างความแปลกตาให้กับดีไซน์ร่วมสมัยแฝงอารมณ์ย้อนยุคทั้ง 2 รุ่นนี้ได้มากพอดู

 

พื้นหน้าปัดสีเทาอมน้ำตาลนี้มาพร้อมงานตกแต่งผิวแบบ ‘Sunburst’ (ซันเบิร์สต) ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วกลายเป็นลักษณะที่สร้างอารมณ์งามหรูให้กับรูปลักษณ์อันเป็นสิ่งที่ Laco ไม่ค่อยได้กระทำกับนาฬิกาของตน หากเปรียบไปก็เหมือนกับเป็นเวอร์ชั่นที่เหมาะให้นายทหารระดับผู้บังคับบัญชาสวมใส่กันมากกว่าทหารที่เป็นนักบิน ส่วนสายที่ให้มาก็เป็นหนังวัวสี ‘Taupe’ เทาอมน้ำตาลในโทนที่เข้ากับสีของหน้าปัด เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีขาว พร้อมชิ้นหมุดโลหะคู่ตามสไตล์สายนาฬิกานักบินในอดีต

Augsburg Taupe 42

 

เวอร์ชั่นหน้าปัดสี ‘Taupe’ ทั้ง 2 รุ่น ยังคงใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลผิวด้าน ขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 11.75 มิลลิเมตร กันน้ำ 50 เมตร ผนึกหน้าปัดด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ ติดตั้งเม็ดมะยมชิ้นโตแสนโดดเด่นเช่นเดียวกับ Augsburg 42 และ Aachen 42 เวอร์ชั่นอื่นๆ โดยความแตกต่างระหว่าง Augsburg และ Aachen ก็ยังคงเป็นไปตามแบบแผนที่ Laco กระทำมา คือ Augsburg ใช้หน้าปัดแบบ ‘Prototype A’ (โปรโตไทป์ เอ) อันเรียบง่าย ส่วน Aachen ใช้หน้าปัดแบบ ‘Prototype B’ (โปรโตไทป์ บี) ซึ่งมีสเกล 2 ชุดซ้อนกัน โดยมีสเกลนาทีอยู่วงนอก และมีสเกลชั่วโมงอยู่วงใน เข็มชี้ของทั้ง 2 รุ่นใช้เป็นสีดำ เคลือบด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เช่นเดียวกับสเกลบนหน้าปัด โดยทั้ง 2 รุ่นของเวอร์ชั่นนี้จะใช้ ‘Super-LumiNova’ ชนิด C1 ซึ่งมีเนื้อสีในยามปกติเป็นสีขาว ต่างจากเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่ใช้ชนิด C3 ซึ่งยามปกติมีเนื้อสีอมเขียว ขนาดของเข็มชั่วโมงและนาทีของ 2 รุ่นจะแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบของสเกล และด้วยความที่ทั้ง 2 รุ่นนี้อยู่ในกลุ่มนาฬิการะดับพื้นฐานของแบรนด์ จึงประจำการด้วยเครื่อง Cal.Laco 21 แบบขึ้นลานอัตโนมัติ ทับทิมกันสึกหรอ 21 ชิ้น แสดงเวลา 3 เข็ม โดยเป็นกลไกที่ Laco นำเครื่อง Cal.Miyota 821A มาทำการตกแต่งชิ้นส่วนกลไกแบบพองามเพื่อให้ชื่นชมผ่านแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ที่กรุอยู่บนฝาหลัง นอกจากนี้ยังเพิ่มระดับความพิเศษให้กับเวอร์ชั่น ‘Taupe’ ด้วยการปรับแต่งกลไกให้เข็มวินาทีหยุดเดินในขณะดึงเม็ดมะยมขึ้นมาเพื่อให้ตั้งเวลาได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่เครื่องรหัสเดียวกันที่อยู่ในเวอร์ชั่นอื่นๆ ของ 2 รุ่นนี้ไม่มีคุณลักษณะดังกล่าว

Aachen Taupe 42

 

Laco ผลิตรุ่น Augsburg Taupe 42 Ref.862116 และรุ่น Aachen Taupe 42 Ref.862117 ในแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) โดยจำกัดจำนวนการผลิตไว้เพียงรุ่นละ 500 เรือน ซึ่งทุกเรือนจะถูกสลักหมายเลขประจำเรือนไว้บนขอบฝาหลัง ราคาของทั้ง 2 รุ่นถูกตั้งไว้ที่ 390 ยูโร หรือราว 13,000 กว่าบาท (รวมภาษีขายแล้ว) เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับหน้าตาและคุณภาพแล้วถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง และก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Laco แพร่หลายอยู่ในหมู่คนรักนาฬิกาแม้จะเป็นเพียงแบรนด์เล็กๆ ที่มิได้มีทุนในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์มากนัก

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up