UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLADY ARPELS PONT DES AMOUREUX SPECIAL SEASONS EDITION - สะพานรัก 4 ฤดู

LADY ARPELS PONT DES AMOUREUX SPECIAL SEASONS EDITION – สะพานรัก 4 ฤดู

by: ‘Mr.Big’

 

หลังจากที่ได้แนะนำคอลเลกชั่นแห่งความรักในแบบฉบับปารีเซียงกับ ‘Love Series’ (เลิฟ ซีรีส์) ไปเมื่อไม่นานมานี้ (คลิกเพื่อดูข้อมูลนาฬิกา Love Series) ล่าสุด Van Cleef & Arpels (วอง คลีฟ เอต์ อาร์เปลส์) ได้ต่อยอดนิยามรักครั้งใหม่ด้วยการเผยโฉม Lady Arpels Pont des Amoureux (เลดี อาร์เปลส์ ปงต์ เดส์ ซามูเรอซ์) คอลเลกชั่นเรือนเวลาสุดหรูที่มีความหมายอันหอมหวนว่า ‘สะพานรัก’ สะพานที่จะมาสะท้อนเรื่องราวแห่งความรักโรแมนติกอีกครั้ง

 

อันที่จริง Pont des Amoureux เป็นคอลเลกชั่นที่เคยเปิดตัวมาแล้วในปี 2010 ถ่ายทอดเรื่องราวการพบกันระหว่างคู่รักที่ขยับเข้าหากันบนสะพานท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก และจะเคลื่อนเข้ามาจุมพิตกันกลางสะพานเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน และเที่ยงวัน แต่ในรุ่นใหม่นี้ จะไม่ได้จำกัดเพียงแค่จุมพิตรักวันละแค่ 2 ครั้งอีกต่อไป แต่ยังเปิดโอกาสให้คู่รักทั้งสองได้แสดงความรักต่อกันได้ทุกเวลาที่ต้องการ รวมถึงในบรรยากาศและฤดูกาลที่แตกต่างกันถึง 4 แบบ โดยยังคงไฮไลท์ในลูกเล่นน่ารักกุ๊กกิ๊กที่จัดการแสดงเวลาในรูปแบบ ‘Retrograde’ (รีโทรเกรด) โดยแทนค่าหน่วยชั่วโมงด้วยตุ๊กตากลรูปผู้หญิงถือร่มที่อยู่ริมสะพานฝั่งซ้าย และแทนค่าหน่วยนาทีด้วยตุ๊กตากลรูปผู้ชายถือช่อกุหลาบซ่อนไว้ข้างหลังบนเชิงสะพานฝั่งขวา ซึ่งจะขยับเข้าหากันพอดีที่เวลา 12 และ 0 นาฬิกา และจุ๊บกันเบาๆ ก่อนจะแยกจากกันและเดินกลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง

 

แต่นั่นเป็นเพียงความสามารถปกติของนาฬิกา Pont des Amoureux หากแต่รุ่นที่สร้างสรรค์ขึ้นมาล่าสุดนี้ ได้เพิ่มฟังก์ชันที่จะทำให้ตุ๊กตากลทั้ง 2 จุมพิตกันเวลาใดก็ได้ เพียงแค่กดปุ่มที่ติดตั้งอยู่บริเวณ 8 นาฬิกา ตุ๊กตากลทั้ง 2 ก็จะเดินมาจุมพิตกันทันที ก่อนที่จะกลับสู่ตำแหน่งการบอกเวลาตามปกติ เป็นผลจากการทำงานโมดูลพิเศษที่ติดตั้งอยู่ภายในกลไกออโตเมติกที่พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของ Cal.Q020 โดย Valfleurier (วัลเฟลอริเยร์) ที่มาพร้อมความสามารถในการสำรองพลังงาน 36 ชั่วโมง

 

สำหรับเรื่องราวแห่งความรักบนสะพานทั้ง 4  รุ่นใหม่นี้ Van Cleef & Arpels ถ่ายทอดลงบนพื้นหน้าปัดที่รังสรรค์ออกมาเป็น 4 ฤดู ด้วยเทคนิคการเคลือบสีลงยาแบบ ‘Grisaille Enamel’ (กริซายล์ อีนาเมล) โดยใช้ผงเคลือบสีขาวที่รู้จักกันในชื่อ ‘Blanc de Limoges’ (บลอง เดอ ลิโมฌส์) ออกมาเป็นงานจิตรกรรมชั้นเลิศที่ดูนุ่มนวลและกลมกลืนดังฉากในละครรักโรแมนติก โดยใช้เวลารังสรรค์ฉากวาดบนหน้าปัดไม่ต่ำกว่า 40-50 ชั่วโมงต่อชิ้น

 

สำหรับนาฬิกาทั้ง 4 ฤดูเริ่มจากตัวแทนแห่งฤดูร้อน หน้าปัดปรากฏเป็นฉากที่แสนสดใสของต้นไม้สีเขียวชอุ่มและพระอาทิตย์ ใต้สะพานตกแต่งด้วยทองแกะสลักเป็นรูปดอกไม้สีเขียวและผีเสื้อ รุ่นที่ 2 ตัวแทนแห่งฤดูหนาว เป็นภาพสะพานรักในบรรยากาศยามค่ำคืนที่มีจันทร์เสี้ยวลอยเด่นบนฟากฟ้า ใต้สะพานเป็นทองแกะสลักเป็นรูปหิมะที่ปกคลุมกิ่งไม้ และมีเกล็ดหิมะโปรยปราย ถ่ายทอดบรรยากาศแห่งความรักในฤดูหนาวได้อย่างชัดเจน

 

รุ่นที่ 3 ตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ผลิ ในฉากท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ต้นไม้ผลิใบเขียวขจี ใต้สะพานตกแต่งด้วยทองแกะสลักรูปดอกไม้สีชมพู สะท้อนความรักที่หวานแหววและอ่อนโยน และรุ่นสุดท้าย ตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ร่วง ในฉากหลังที่ให้บรรยากาศของยามเย็น กับใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีส้ม ร่วงหล่นลงตามแรงลม โดยที่ใต้สะพานตกแต่งด้วยทองแกะสลักเป็นรูปก้านใบไม้สีส้มที่เป็นสัญลักษณ์ของฤดูกาล

 

สำหรับตัวเรือนนั้นเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันดังนี้คือ รุ่นฤดูร้อนและฤดูหนาวสร้างสรรค์จากทองขาว 18K รุ่นฤดูใบไม้ผลิ ผลิตจากทองกุหลาบ 18K ส่วนรุ่นฤดูใบไม้ร่วงเลือกใช้ทอง 18K โดยทั้ง 4 รุ่นมีขนาดตัวเรือนเท่ากันคือ 38.0 มิลลิเมตร ขอบและด้านข้างของตัวเรือนได้รับการประดับเพชรเต็มพื้นที่ เช่นเดียวกับสายที่สร้างสรรค์ด้วยวัสดุชนิดเดียวกับตัวเรือน ปูประดับด้วยเพชรน้ำงามสลับกับอัญมณีในสีสันที่เข้ากับฤดูกาลนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นแซพไฟร์สีเหลืองและ ‘Spessartite’ (สเปสซาร์ไทต์) สีส้ม ในรุ่นฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง แซพไฟร์สีชมพูและม่วงสำหรับฤดูใบไม้ผลิ และไพลินสีน้ำเงินสำหรับฤดูหนาว ในส่วนของราคาเริ่มต้นที่ 123,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4 ล้านบาท โดยสามารถแยกซื้อเป็นเรือนเดี่ยวๆ หรือจะซื้อทั้งชุดก็ได้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up