UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLAUREATO ABSOLUTE LIGHT - เครื่องสเกเลตันในเรือนโปร่งแสง

LAUREATO ABSOLUTE LIGHT – เครื่องสเกเลตันในเรือนโปร่งแสง

by: ‘TomyTom’

 

Girard-Perregaux (จิราร์ด-แปร์เรอโกซ์) ปล่อยผลงานชิ้นใหม่รับทศวรรษ 2020 ด้วยรุ่นใหม่จากตระกูลนาฬิกาสปอร์ตหรู Laureato (ลอรีอาโต) ที่มีนามว่า Laureato Absolute Light (ลอรีอาโต แอบโซลูท ไลท์) โดยคำว่า ‘Light’ นั้นสื่อความหมายถึง 2 ประการ ได้แก่ ‘ความเบา’ ของตัวนาฬิกาจากการใช้องค์ประกอบโครงสร้างอันได้แก่โครงตัวเรือนชั้นในและชิ้นขาตัวเรือนที่ทำจากไทเทเนียม รวมถึงโครงสร้างกลไกที่ฉลุเป็นโครง ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) เชิงเส้นชิ้นบางทั้งแท่นเครื่อง สะพานจักร ตลับลาน และโรเตอร์ และอีกความหมายหนึ่งคือ ‘แสง’ อันมาจากความโปร่งแสงของตัวเรือนและฝาหลังที่ทำจากแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ซึ่งทำให้มองทะลุผ่านเห็นเนื้อในของตัวนาฬิกาไปจนถึงเนื้อผิวข้อมือของผู้สวมใส่ ด้วยจำนวนการผลิตในแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ที่กำหนดจำนวนไว้เพียงแค่ 88 เรือนเท่านั้น

 

เครื่องที่ใช้กับรุ่นนี้ยังคงเป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานอัตโนมัติ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 54 ชั่วโมง เวอร์ชั่นโครง ‘Skeleton’ ทับทิมกันสึกหรอ 25 ชิ้น ของตระกูล Cal.GP01800 ที่ใช้กับ Laureato Skeleton เวอร์ชั่นอื่นๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว หากแต่หนนี้แท่นเครื่องและสะพานจักรที่ขัดแต่งด้วยมือนั้นถูกเคลือบเป็นสีเทาแอนทราไซต์ด้วยเทคนิค NAC บนชิ้นสะพานจักร และใช้แท่นเครื่องกับโรเตอร์เป็นสีเงิน แถมยังใจเด็ดพอที่จะไม่ลงสีในร่องสลักชื่อแบรนด์บนสะพานจักรให้เห็นกันชัดๆ อย่างในเวอร์ชั่นอื่นๆ ซึ่งเท่ากับเป็นการขับเน้นความโดดเด่นให้กับจักรกลอกทองเหลือง และชิ้นทับทิมสีชมพูให้ชัดเจนยิ่งขึ้นโดยปริยาย อีกทั้งยังออกแบบแท่นเครื่องขึ้นใหม่เป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม เพื่อให้รับกับรูปทรงของขอบตัวเรือนที่ครอบอยู่ด้านบน ยึดด้วยสกรู 8 ตัวบริเวณเหลี่ยมทั้ง 8 ของขอบตัวเรือนและแท่นเครื่อง โดยยึดจากฝั่งด้านหลังตัวเรือน รหัสอย่างเป็นทางการของกลไกเวอร์ชั่นนี้ก็คือ Cal.GP01800-1143 โดยยังคงมาพร้อมกับการแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็ก ณ ตำแหน่งแปลกตาที่ 10 นาฬิกา ซึ่งอยู่ใกล้กับแกนเข็มกลาง อันเป็นลักษณะประจำตัวของกลไก ‘Skeleton’ จากตระกูลนี้ที่ไม่สามารถอ่านค่าวินาทีได้ชัดเจนนัก แต่เป็นเหมือนอีกชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่บ่งบอกว่ากลไกกำลังทำงานอยู่มากกว่า

 

ส่วนตัวเรือนแซพไฟร์คริสตัลนั้นแม้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเรือนเซรามิกดำของเอดิชั่น Earth to Sky (เอิร์ธ ทู สกาย) อีก 2.0 มิลลิเมตร มาเป็น 44.0 มิลลิเมตร และหนาขึ้นราว 0.5 มิลลิเมตร เป็น 11.56 มิลลิเมตร แต่ก็ไม่ได้ดูเทอะทะจนเกินงาม ซึ่งก็เป็นด้วยอานิสงส์จากความโปร่งแสงของวัสดุนั่นเอง แต่น่าเสียดายที่ความสามารถในการกันน้ำของเอดิชั่น Absolute Light นี้ถูกระบุเอาไว้เพียง 30 เมตรเท่านั้น ในขณะที่ตัวเรือนเซรามิกของเอดิชั่น Earth to Sky ระบุไว้ถึง 100 เมตร ส่วนสายที่ให้มานั้นเป็นสายยางสีดำที่สร้างลายบนพื้นผิวให้คล้ายกับลายผ้า ล็อกด้วยบานพับไทเทเนียม ดีไซน์ของสายถูกออกแบบให้ยึดประสานเข้ากับขาตัวเรือนได้อย่างแนบเนียน ส่วนบนพื้นผิวของขาตัวเรือนไทเทเนียมนั้นงามเลิศด้วยการปัดลายซาตินบนผิวหลักสลับกับงานขัดเงาบริเวณขอบ

 

วงขอบหน้าปัดมิได้เป็นแบบแผ่นวงแหวนทำสีที่ติดตั้งด้วยชิ้นหลักชั่วโมงและพิมพ์สเกลตามรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป เพราะกับรุ่นนี้ทางแบรนด์ได้ออกแบบใหม่ให้เป็นวงแหวนโลหะซึ่งตกแต่งรูปลักษณ์มาคล้ายกับเปลือกหอย 12 ร่อง ด้วยการปัดลายซาตินบนพื้นผิวหลัก และขัดผิวให้วาวดุจกระจกเงาเป็นรูปทรงเกือบสามเหลี่ยมตามตำแหน่งหลักชั่วโมงทั้ง 11 ตำแหน่ง ร่วมด้วยการติดตั้งโลโก้ GP สีเงินที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา มาทำหน้าที่ให้เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีสีเงินเคลือบแถบสารเรืองแสงชี้แสดงค่าเวลา ทั้งหมดนี้มอบอารมณ์ความงามแบบทันสมัยให้กับนาฬิกากลไกจักรกลอันทรงคุณค่าได้อย่างน่าประทับใจ

 

Girard-Perregaux วางราคาสำหรับนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นผลิตจำนวนจำกัด 88 เรือน รุ่น Laureato Absolute Light Ref.81071-43-231-FB6A นี้เอาไว้ที่ 78,900 ฟรังก์สวิส หรือราว 2.6 ล้านบาทเท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up