UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLAURENT FERRIER GRAND SPORT TOURBILLON - โฉมหน้าปัดน้ำเงินพร้อมสายสตีล

LAURENT FERRIER GRAND SPORT TOURBILLON – โฉมหน้าปัดน้ำเงินพร้อมสายสตีล

by: ‘TomyTom’

 

เมื่อปี 2019 แบรนด์นาฬิการะดับเลอเลิศ Laurent Ferrier (โลฮองต์ เฟอร์ริเยร์) เปิดตัวเรือนเวลากลไกทูร์บิญองในร่างสไตล์สปอร์ตหรูออกมาเป็นครั้งแรก ให้ชื่อรุ่นว่า Grand Sport Tourbillon (แกรนด์ สปอร์ต ทูร์บิญอง) ซึ่งครานั้นก็ทำให้คนรักนาฬิกาหลายท่านหันมาให้ความสนใจแบรนด์ที่ตั้งชื่อตามนายช่างใหญ่ผู้เคยร่วมงานกับ Patek Philippe มานานหลายทศวรรษแบรนด์นี้มากขึ้น เนื่องจากรูปลักษณ์สไตล์ยุค1970s อันเป็นช่วงเวลาที่นาฬิกาสไตล์สปอร์ตหรูในตัวเรือนสเตนเลสสตีลรูปทรงแปลกตาเริ่มถือกำเนิดขึ้น มาถึงปี 2020 นี้ทางแบรนด์ก็ได้เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของ Grand Sport Tourbillon ออกมาแล้ว

 

Grand Sport Tourbillon เวอร์ชั่นแรกเมื่อปี 2019 เผยโฉมออกมาด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 100 เมตร ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลย้อมสี และใช้เม็ดมะยมทรงหัวหอม ร่วมกับหน้าปัดสีน้ำตาลแบบไล่เฉด ติดตั้งชิ้นหลักชั่วโมง เข็มชั่วโมง และเข็มนาทีทองขาว 18K เคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีส้ม จับคู่มากับสายยางสีดำดีไซน์สปอร์ต การแสดงเวลาเป็นแบบ 2 เข็มครึ่ง แสดงวินาทีที่ 6 นาฬิกา จากการขับเคลื่อนของกลไกขึ้นลานด้วยมือ ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง กำลังสำรอง 80 ชั่วโมง จำนวนทับทิม 23 ชิ้น จำนวนชิ้นส่วนรวม 188 ชิ้น Cal.LF 619.01 กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ที่รักษาความเที่ยงตรงด้วยจักรกลทูร์บิญอง และใช้สายใยจักรกลอกแบบคู่ มอบความงามของจักรกลทูร์บิญอง ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาทางด้านหลังของกลไก พร้อมงานขัดแต่งสุดประณีตบนสะพานจักรเคลือบรูเธเนียมปัดลายซาตินสู่สายตาผ่านแผ่นแซพไฟร์คริสตัลที่กรุอยู่กับฝาหลัง โดยเปิดราคาสำหรับจำนวนการผลิต 12 เรือนของเวอร์ชั่นแรกเอาไว้ที่ 172,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.7 ล้านบาท

 

สำหรับ Grand Sport Tourbillon เวอร์ชั่นที่เปิดตัวในปีนี้ ทางแบรนด์มิได้เพียงแค่เปลี่ยนโทนสีของหน้าปัดมาใช้สีกรมท่าที่ไล่เฉดจากบริเวณส่วนกลางไปเป็นสีดำรอบขอบอันเป็นโทนยอดนิยมของนาฬิกาสปอร์ตหรูเท่านั้น แต่ยังออกแบบสร้างสายสเตนเลสสตีลขึ้นมาด้วยดีไซน์ที่สอดคล้องกลมกลืนกับตัวเรือนเป็นอย่างยิ่งด้วย สิ่งที่หายไปจากที่ในเวอร์ชั่นปี 2019 ก็คือข้อความ ‘1979 Le Mans 2019’ (1979 เลอ มังส์ 2019) ที่จารึกบนฝาหลังด้านบน อันเป็นการรำลึกถึงรากฐานที่มาของแบรนด์ ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์เมื่อปี 1979 อันเป็นปีที่ ?พ. Ferrier ได้พบกับ François Servanin (ฟรังซัวส์ เซอร์วานอน) หุ้นส่วนของแบรนด์ซึ่งเป็นนักขับร่วมคันในทีมแข่งรถ สืบเนื่องมาจาก Mr. Ferrier นั้น นอกจากจะเป็นช่างนาฬิกาแล้ว เขายังเป็นนักแข่งรถกึ่งอาชีพผู้เข้าแข่งขันในรายการ ’24 Hours of Le Mans’ (ทเวนตีโฟร์ อาวร์ส ออฟ เลอ มังส์) มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยในปี 1979 เขาและเพื่อนร่วมขับได้นำรถ 935/77A หมายเลข 40 สังกัดทีม ‘Porsche Kramer Racing’ (ปอร์เช เครเมอร์ เรซิง) เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 จากนั้นเขากับ Servanin ก็เป็นเพื่อนกันเรื่อยมา และในที่สุดก็ร่วมกันก่อตั้งแบรนด์นาฬิกา Laurent Ferrier ขึ้นในปี 2009 แม้ถ้อยคำสำคัญดังกล่าวจะหายไป แต่สีส้มของสารเรืองแสงบนหลักชั่วโมง เข็มชั่วโมงและนาทีที่ทำจากทองขาว 18K ซึ่งเป็นการรำลึกถึงหนึ่งในสีสติ้กเกอร์บนรถแข่ง Porsche 935 ที่ทั้ง 2 ร่วมขับในปี 1979 นั้นยังคงอยู่เช่นเดิม

 

สารเรืองแสงสีส้มบนหลักชั่วโมงและเข็มนี้ดูจะทวีความโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่ออยู่บนพื้นหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มของเวอร์ชั่นใหม่ ทั้งยังคงบ่งบอกว่าเป็นนาฬิกาทูร์บิญองด้วยข้อความ ‘Tourbillon Grand Sport’ ที่พิมพ์อยู่บนหน้าปัดเหนือวงวินาที ซึ่งเป็นการเรียงลำดับข้อความที่ต่างกับชื่อรุ่น Grand Sport Tourbillon เหมือนเช่นเวอร์ชั่นแรก ส่วนจำนวนการผลิตนั้นยังคงกำหนดไว้ที่ 12 เรือนเช่นเดียวกับเวอร์ชั่นแรก รวมไปถึงราคาจำหน่ายที่กำหนดไว้เท่าเดิมคือ 172,000 สวิสฟรังก์ หรือราว 5.7 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up