UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLM101 MB&F X H. MOSER – ผสานรวมอย่างเหนือชั้น

LM101 MB&F X H. MOSER – ผสานรวมอย่างเหนือชั้น

by: ‘TomyTom’

 

ช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้มีความน่าตื่นตาตื่นใจครั้งใหม่เกิดขึ้นในวงการนาฬิกาโลก นั่นก็คือ นาฬิกาชั้นยอดที่เกิดจากความร่วมมือของ 2 แบรนด์นาฬิกาสวิสที่มีความเป็นเอกในแบบฉบับของตน อันได้แก่ MB&F (เอ็มบีแอนด์เอฟ) และ H. Moser & Cie. (เอช โมเซอร์ แอนด์ ซี) โดยผลงานในครั้งนี้มาใน 2 รูปแบบนาฬิกาที่เป็นตัวแทนแห่งตัวตนของทั้ง 2 แบรนด์อย่างเต็มเปี่ยม และไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันด้วยพื้นฐานที่มาจากนาฬิการุ่นเด่นของแต่ละแบรนด์ แต่ผสานลักษณะเฉพาะตัวของอีกแบรนด์หนึ่งรวมเข้าไป ทั้งในด้านรูปลักษณ์ และองค์ประกอบของกลไก กล่าวคือ LM101 MB&F x H. Moser (แอลเอ็ม วันโอวัน เอ็มบีแอนด์เอฟ ครอส เอช โมเซอร์) ของ MB&F ซึ่งใช้รุ่น Legacy Machine 101 (เลกาซี แมชีน วันโอวัน) หรือเรียกสั้นๆ ว่า LM101 เป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ และรุ่น Endeavour Cylindrical Tourbillon H. Moser x MB&F (เอนดีเวอร์ ไซลินดริคัล ทูร์บิญอง เอช โมเซอร์ ครอส เอ็มบีแอนด์เอฟ) ของ H. Moser & Cie. ซึ่งมีพื้นฐานมาจากรุ่น Endeavour Tourbillon (เอนดีเวอร์ ทูร์บิญอง) นั่นหมายความว่าแต่ละรุ่นจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตาม DNA ของแต่ละแบรนด์ ทั้งรูปแบบตัวเรือน และลักษณะของกลไก แต่มีการแฝง DNA ของอีกแบรนด์หนึ่งไว้อย่างลงตัวและแนบเนียน แต่เป็นที่รับรู้ได้อย่างชัดเจน

 

LM101 MB&F x H. Moser ยังคงมาพร้อมกับลักษณะพื้นฐานของ LM101 ทั้งรูปทรงตัวเรือนและชุดจักรกลอกขนาดใหญ่ที่แขวนลอยอยู่เหนือพื้นหน้าปัดด้วยสะพานจักรรูปง่ามตัว V ภายใต้โดมคริสตัลแซพไฟร์ หากแต่รูปแบบการแสดงค่าของเข็มชั่วโมงกับนาที และการแสดงระดับพลังงานสำรองคงเหลือถูกปรับเปลี่ยนให้เรียบง่ายในสไตล์มินิมัลลิสต์อันเป็น DNA ของ H. Moser & Cie. ด้วยการใช้เข็มชั่วโมงกับนาทีขนาดเล็กทรงใบไม้เรียวแหลม วางตำแหน่งเยื้องศูนย์กลางไปทางฝั่งขวาบนของนาฬิกา และใช้เข็มทรงดาบในการแสดงพลังงานสำรองติดตั้งอยู่เหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกา ทั้งหมดนี้มีเพียงแผ่นหน้าปัดลายรัศมี ‘Sunburst’ (ซันเบิร์สต์) บนพื้นสีสันสวยงามแบบไล่เฉดจากสีสว่างบริเวณส่วนกลางไปเป็นโทนดำรอบขอบที่เรียกว่าหน้าปัดแบบ ‘Fumé’ (ฟูเม) เป็นพื้นหลังเพียงแผ่นเดียว ปราศจากสเกล อักษร หรือแม้แต่ชื่อแบรนด์ใดๆ เพื่อถ่ายทอดลักษณะเด่นของซีรีส์นาฬิกา Concept (คอนเซ็ปต์) ของ H. Moser & Cie. ดังนั้นหากอยากเห็นชื่อแบรนด์ผู้ร่วมสร้างทั้ง 2 ก็จะต้องพลิกด้านหลังนาฬิกาขึ้นมาอ่านชื่อที่สลักอยู่บนขอบฝาหลังเท่านั้น

 

นอกจากความโดดเด่นที่กล่าวมาแล้ว ยังมีความน่าสนใจซ่อนอยู่อีก 2 ประการ ประการแรกก็คือ ตัวเรือนขนาด 40.0 มิลลิเมตร หนา 16.0 มิลลิเมตร ของ LM101 MB&F x H. Moser นั้นสร้างขึ้นจากสเตนเลสสตีล วัสดุแสนธรรมดาแต่มีความน่าสนใจ เพราะเป็นวัสดุที่ MB&F แทบจะไม่ได้นำมาใช้กับตัวเรือนนาฬิกาของตนเลย ประการที่ 2 คือกลไกไขลานความถี่การทำงาน 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง พลังงานสำรอง 45 ชั่วโมง ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนจำนวน 221 ชิ้น และทับทิมจำนวน 23 เม็ด ที่ใช้กับรุ่นนี้ ใช้จักรกลอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 14 มิลลิเมตร ที่เคลื่อนแกว่งด้วยสายใยจักรกลอกชนิดดับเบิล อันเป็นรูปแบบสายใยจักรกลอกของ H. Moser & Cie. ซึ่งถือเป็นการผสาน DNA ของต่างแบรนด์เข้ามาในกลไกที่ MB&F พัฒนาขึ้นเองแบบ ‘In-house’ (อินเฮาส์) ได้อย่างแนบเนียนเป็นที่สุด ส่วนงานฟินิชชิงและงานตกแต่งความงามให้กับชิ้นส่วนของกลไกยังคงเป็นไปตามรูปแบบและวิธีการที่ปรมาจารย์ความงามแห่งกลไกนาม Kari Voutilainen (การิ โวติไลเนน) สร้างสรรค์ไว้ พร้อมสลักชื่อ K. Voutilainen กำกับไว้ร่วมกับชื่อ MB&F ลงบนสะพานจักรเหมือนเช่นพี่น้องร่วมตระกูล Legacy Machine ทั้งหลาย

 

LM101 MB&F x H. Moser ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 4 เวอร์ชั่น ผลิตแบบจำนวนจำกัดเพียงเวอร์ชั่นละ 15 เรือนเท่านั้น โดย 3 เวอร์ชั่นจะใช้หน้าปัดแบบ ‘Fumé’ อันเป็นสไตล์ของ H. Moser & Cie. แต่ต่างกันด้วยสีสัน คือสีน้ำเงิน ‘Funky Blue’ (ฟังกี บลู) สีแดง และสีเขียว ‘Cosmic Green’ (คอสมิก กรีน) ส่วนอีก 1 เวอร์ชั่นใช้เป็นการปัดลายประกายรัศมี ‘Sunburst’ บนพื้นสีฟ้า ‘Aqua Blue’ (อควา บลู) แต่ไม่ได้เป็นสีแบบ ‘Fumé’ นั้นจะมีจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน ‘Ahmed Seddiqi & Sons’ (อะเหมด เซดดิคิ แอนด์ ซัน) ผู้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ MB&F ในดูไบ ทุกเวอร์ชั่นล้วนใช้เข็ม สะพานจักร และจักรกลอกเป็นสีเงิน ส่วนสายหนังที่จับคู่มานั้น 3 เวอร์ชั่นที่ใช้หน้าปัด ‘Fumé’ ต่างสีกันจะเป็นหนังวัวสีน้ำตาล ขณะที่เวอร์ชั่นหน้าปัดสีฟ้า ‘Aqua Blue’ จะได้เป็นสายหนังจระเข้สีดำ ราคาจำหน่ายของทั้ง 4 เวอร์ชั่นถูกตั้งไว้เท่ากันหมดคือ 53,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 1.75 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up