UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLONGINES SPIRIT COLLECTION - นักบินตระกูลใหม่จาก แซงต์ อิมิเยร์

LONGINES SPIRIT COLLECTION – นักบินตระกูลใหม่จาก แซงต์ อิมิเยร์

by: ‘TomyTom’

 

แม้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การสัญจรทางอากาศจะถูกจำกัดบทบาทลงไปจากสถานการณ์ ‘CoViD-19’ (โควิดไนน์ทีน) แต่ Longines (ลองจินส์) ก็ยังคงเดินหน้าเปิดตัว Spirit Collection (สปิริต คอลเลกชั่น) เรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่สไตล์นักบิน (Pilot’s Watch – ไพลอทส์ วอทช์) ตามแผนงานที่วางไว้ รูปลักษณ์ของนาฬิกาในคอลเลกชั่นนี้มิใช่เป็นการนำนาฬิกานักบินที่เคยผลิตขึ้นในอดีตกลับมารีเมคขึ้นใหม่เหมือนกับที่เคยทำออกมาในคอลเลกชั่น Heritage (เฮอริเทจ) แต่เป็นการผสานรูปแบบดั้งเดิมจากอดีตเข้ากับงานผลิตนาฬิกาแห่งโลกสมัยใหม่โดยจัดเป็นสมาชิกใหม่ในตระกูล Sport (สปอร์ต) ของตน

 

ดีไซน์โดยรวมของคอลเลกชั่นนี้มีรูปโฉมแบบนาฬิกานักบินร่วมสมัย ขนาดของตัวเรือนสเตนเลสสตีลผิวปัดลายซาตินร่วมกับงานขัดเงาบริเวณขอบสันจึงอ้างอิงตามมาตรฐานนาฬิกาในยุคปัจจุบันคือ 40.0 ถึง 42.0 มิลลิเมตร ผนึกหน้าปัดด้วยแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน พร้อมคุณสมบัติในการกันน้ำได้ 100 เมตร ด้วยเม็ดมะยมชนิดขันเกลียวและฝาหลังที่ยึดด้วยสกรู 6 ชิ้น แต่จุดเด่นที่เห็นได้ทันทีคือสัญลักษณ์ดวงดาว 5 ดวงเรียงกันในแนวหน้ากระดานบนหน้าปัด ซึ่งตามประวัติของ Longines แล้ว ศักดิ์ศรีระดับ 5 ดาวนี้คือเครื่องหมายแสดงถึงคุณภาพและความไว้วางใจในระดับสูงของกลไกที่ประจำการอยู่ในตัวเรือนนั่นเอง จึงแน่ใจได้ว่ากลไกที่ใช้กับคอลเลกชั่นนี้จะต้องมีความดีเด่นสมศักดิ์ศรีเป็นแน่แท้ ปลายเข็มบางชิ้นถูกเพิ่มความเด่นด้วยการเคลือบสีแดง และมีการเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ทั้งบนหลักชั่วโมงเลขอารบิก รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดบริเวณหลักชั่วโมงแต่ละตำแหน่ง และบนเข็มกลางทั้ง 3 ส่วนบนฝาหลังแม้จะมองไม่เห็นกลไกเพราะเป็นแบบแผ่นทึบแต่ก็สวยงามด้วยภาพสลักขนาดใหญ่เป็นตราสัญลักษณ์ของ Longines อันประกอบไปด้วยปีก นาฬิกาทราย ลูกโลก และชื่อแบรนด์ ทั้งยังเสริมความสมบูรณ์แบบในการใช้งานด้วยทางเลือกของสายที่มีทั้งสายสเตนเลสสตีลแบบ 3 แถวดีไซน์สปอร์ตร่วมสมัย พร้อมตัวล็อกชนิดบานพับ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด และสายหนังวัวดีไซน์วินเทจเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว

 

คอลเลกชั่น Spirit เปิดตัวออกมาพร้อมกัน 2 รูปแบบคือ แบบ 3 เข็มกับแบบโครโนกราฟ โดยแบบ 3 เข็มจะมีตัวเรือนให้เลือก 2 ขนาด คือ Ref.L3.810.4. ขนาด 40.0 มิลลิเมตร และ Ref.L3.811.4. ขนาด 42.0 มิลลิเมตร ซึ่งนอกจากขนาดแล้วยังมองเห็นความแตกต่างได้จากการที่แบบตัวเรือน 42.0 มิลลิเมตร จะมีเลขหลักชั่วโมงที่ 3 ปรากฎอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ขนาด 40.0 มิลลิเมตร จะหายไปเลย ทั้งคู่ล้วนขับเคลื่อนด้วยเครื่อง Cal.L888.4 ซึ่งมีพื้นฐานมาจากกลไกอัตโนมัติความถี่การทำงาน 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิม 21 ชิ้น พลังงานสำรอง 64 ชั่วโมง แสดงเวลา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ อันเป็นกลไกเวอร์ชั่นระดับท็อปรหัส A31.L11 ของ ETA เพราะเป็นคาลิเบรอที่ใช้สายใยจักรกลอกซึ่งทำจากซิลิกอน และได้รับการทดสอบและรับรองว่าผ่านมาตรฐานความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ของ COSC โดยสามารถเลือกเป็นเจ้าของกันได้ 3 เวอร์ชั่นหน้าปัด คือเวอร์ชั่นหน้าปัดสีดำผิวด้าน เข็มและชิ้นหลักชั่วโมงสีเงิน จับคู่กับสายสเตนเลสสตีลหรือสายหนังวัวสีน้ำตาลเข้ม เวอร์ชั่นหน้าปัดสีเงินผิวเกรน เข็มและชิ้นเลขหลักชั่วโมงรมดำ จับคู่กับสายสเตนเลสสตีลหรือสายหนังวัวสีน้ำตาลอ่อน และเวอร์ชั่นหน้าปัดสีน้ำเงินปัดลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) เข็มและหลักชั่วโมงสีเงิน จับคู่กับสายสเตนเลสสตีลหรือสายหนังวัวสีน้ำเงิน

ตัวเรือนขนาด 40.0 มิลลิเมตร

ตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร

Prestige Edition มาพร้อมกับสาย 3 ชนิดให้เลือกใช้งานตามความพอใจในแต่ละวัน (ในภาพเป็นรุ่น 42.0 มิลลิเมตร)

 

นอกจากนี้ Spirit แบบ 3 เข็มยังมีความพิเศษอีกระดับ เพราะนอกจากจะมีให้เลือกจับคู่กับสายสเตนเลสสตีลหรือสายหนังวัวแล้ว ยังมีการจัดเอดิชั่นที่เรียกว่า ‘Prestige Edition’ (เพรสตีจ เอดิชั่น) ซึ่งมาพร้อมกับสายถึง 3 เส้น คือสายสเตนเลสสตีล สายหนังวัว และสายหนังวัวแบบ ‘NATO’ (นาโต) สีน้ำตาล ให้สลับเปลี่ยนใช้งาน โดยที่สายแต่ละเส้นจะติดตั้งระบบ ‘Interchangeable System’ (อินเตอร์เชนจ์เอเบิล ซิสเต็ม) อันเป็นระบบที่ทำให้สามารถถอดและติดตั้งสายเข้ากับตัวเรือนได้อย่างง่ายดายด้วยมือเปล่ามาให้ และบรรจุมาในกล่องที่สร้างขึ้นมาสำหรับเอดิชั่นนี้โดยเฉพาะ ราคาจำหน่ายของรุ่น 3 เข็ม ไม่ว่าจะจับคู่กับสายสเตนเลสสตีลหรือสายหนังวัวก็ถูกตั้งไว้เท่ากันที่ 78,000 บาท สำหรับขนาดตัวเรือน 40.0 มิลลิเมตร และ 81,900 บาท สำหรับขนาด 42.0 มิลลิเมตร ส่วน ‘Prestige Edition’ ซึ่งมาพร้อมกับสาย 3 ชนิดให้เลือกสลับใช้งานจะต้องจ่ายเพิ่มเป็น 101,400 บาท สำหรับขนาด 40.0 มิลลิเมตร และ 105,300 บาท สำหรับขนาด 42.0 มิลลิเมตร โดยมีเวอร์ชั่นหน้าปัดให้เลือกครบทั้ง 3 สี

 

สำหรับ Spirit Chronograph ซึ่งใช้รหัส Ref.L3.820.4 จะใช้ตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร เพียงแบบเดียว แต่มีสีหน้าปัดให้เลือก 3 เวอร์ชั่น และมีทั้งที่จับคู่มากับสายสเตนเลสสตีล หรือสายหนังวัวให้เลือกเช่นเดียวกับแบบ 3 เข็ม การขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของ Cal.L688.4 ซึ่งมีพื้นฐานมาจากกลไกอัตโนมัติพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง ทับทิม 27 ชิ้น พร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลาได้สูงสุด 12 ชั่วโมง ควบคุมด้วย ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) พร้อมการแสดงวันที่ Cal.ETA A08.L01 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นระดับท็อปเช่นกัน เพราะใช้สายใยจักรกลอกซิลิกอน และได้รับการรับรองมาตรฐานความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ อีกทั้งกลไกคาลิเบรอนี้ยังมีปุ่มกด ณ ตำแหน่ง 10 นาฬิกา เพิ่มมาอีกปุ่มหนึ่งด้วย ซึ่งหากดูแบบไม่คิดอะไรแล้วคงเข้าใจว่าเป็นกลไกโครโนกราฟระดับแอดวานซ์ที่มีฟังก์ชัน ‘Split-seconds’ (สปลิทเซกันด์ส) แต่ที่จริงแล้วเป็นปุ่มสำหรับปรับตั้งวันที่ต่างหากโดยเป็นปุ่มแบบมีวงแหวนล็อกเกลียวเพื่อป้องกันการพลาดกดโดนโดยไม่ตั้งใจ และมอบประสิทธิภาพในการกันน้ำไปในตัว Longines เรียกค่าตัวของรุ่น Spirit Chronograph เอาไว้ที่ 113,100 บาท เท่ากันหมด ไม่ว่าจะเลือกจับคู่กับสายชนิดใด

 

ส่วนกำหนดการในการเริ่มวางจำหน่ายนั้น คาดว่าจะเป็นในราวเดือนกันยายน 2020

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up