UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLOTUS EVIJA - ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า 2,000 แรงม้า

LOTUS EVIJA – ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า 2,000 แรงม้า

by: ‘AutoMania’

 

แบรนด์รถยนต์ชั้นนำของอังกฤษในอดีตอย่าง Lotus (โลตัส) ดูเหมือนจะเงียบเหงาและหายไปจากตลาดโลกเสียหลายปี หลังจากการถูกเปลี่ยนมือไปยังผู้ผลิตรถยนต์มากหน้าหลายตาหลายสัญชาติ ที่ดูจะไม่ค่อยเข้าใจบทบาทและทิศทางของแบรนด์สักเท่าใดนัก จนกลายมาเป็นแบรนด์หนึ่งในเครือ ‘Geely Group’ (จีลี่ กรุ๊ป) ในปัจจุบัน

 

การเสียเวลาไปกับผู้ปกครองที่ไม่เข้าใจแนวทางดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ Lotus ไม่อาจแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ แต่เมื่อมีผู้ปกครองที่เข้าใจทิศทางการเติบโตของแบรนด์เป็นอย่างดี และมีเวลาให้มากพอที่จะให้หวนกลับมาสู่สิ่งที่ควรจะเป็น ทีมงานของ Lotus จึงตอบแทนความไว้วางใจนั้นอย่างเต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ ที่นอกจากจะต้องสะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างเต็มที่ ผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับการขับขี่ที่ดีเยี่ยมในแบบของรถที่แปะโลโก้ Lotus แล้ว ยังสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่จะต้องพร้อมแข่งขันกับผู้ผลิตรถสปอร์ตมากหน้าหลายตาด้วย โจทย์เหล่านี้ตีแตกออกมาเป็นรถสปอร์ตรุ่นล่าสุดที่กระโดดไปท้าชิงในตลาดไฮเปอร์คาร์ด้วยความเร้าใจของรูปลักษณ์สุดแสนสปอร์ต เทคโนโลยีที่อัดล้ำมาเต็มที่ เครื่องยนต์ไฟฟ้าทั้งคันที่เรียกกำลังอย่างเมามันที่ 2,000 แรงม้า ตัวถังเบาเป็นพิเศษ ซึ่งล้วนทำให้รถคันนี้พร้อมที่จะสร้างสถิติมากมายหากมีการผลิตและจำหน่ายจริง

 

Lotus Evija (โลตัส อีไวอา) คือไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าสัญชาติอังกฤษคันแรกที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้แบรนด์ Lotus ยุคใหม่ ที่เหมือนการเปิดประตูบานใหม่ให้กับ Lotus ที่อยู่อย่างเงียบเหงามานานแสนนาน Phil Popham (ฟิล โพแฟม) ซีอีโอของ ‘Lotus Car’ (โลตัส คาร์) กล่าวในงานเปิดตัวรถคันนี้ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษว่า Evija คือรถยนต์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจะสร้างแบรนด์ Lotus ขึ้นในหัวใจและจิตใจของแฟนๆ รถสปอร์ตและบนเวทีรถยนต์ระดับโลกอีกครั้ง นอกจากนี้ยังสร้างวิสัยทัศน์ให้กับรถรุ่นอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต

“นี่คือหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นอีกครั้งหนึ่ง Evija คือรถยนต์ที่มีความเป็น Lotus อย่างสมบูรณ์แบบในทุกๆ สัมผัส มันถูกพัฒนาขึ้นด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่ลดละในการผลักดันขีดจำกัดทุกด้าน เพื่อเปิดเส้นทางใหม่ๆ ด้านความคิด และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงทั้งหมด”

 

ใครที่มีภาพจำของ Lotus คันไหนก็ตามอยู่ในหัว ขอให้ลบมันออกไปทั้งหมด เพราะนี่คือ Lotus ยุคใหม่ที่โดดเด่นทั้งหน้าตา เทคโนโลยี ระบบส่งกำลัง และระบบขับเคลื่อน เรียกว่าไม่มีอะไรที่คงความเป็นแบรนด์ Lotus แบบเดิมเอาไว้เลย แต่หากเจาะลึกลงไปในแต่ละส่วนของตัวรถ จะพบว่า Lotus พัฒนารถคันนี้โดยยึดคอนเซ็ปต์การเป็นรถสปอร์ตน้ำหนักเบา ซึ่ง Evija มาพร้อมน้ำหนักตัวรถแค่ 1,680 กิโลกรัมเท่านั้น โดยเป็นผลมาจากโครงสร้างแชสซีแบบโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์ที่ออกแบบให้เป็นโครงชิ้นเดียวกันเป็นครั้งแรกของแบรนด์ และมีน้ำหนักแชสซีเพียง 129 กิโลกรัม

 

รูปลักษณ์ภายนอกนั้นหากไม่แปะโลโก้ก็คงยากที่จะคาดเดาว่าเป็น Lotus เพราะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง มาพร้อมกรอบไฟหน้าทรงเพรียวบาง ซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่มากับล้อแมกนีเซียมขนาด 20 นิ้วที่ล้อหน้า และ 21 นิ้วที่ล้อหลัง ยาง ‘Pirelli Trofeo R’  (พิเรลลี โทรฟีโอ อาร์) ที่ติดตั้งระบบเบรก ‘AP Racing Aluminium Forged’ (เอพี เรซิง อลูมิเนียม ฟอร์จด์) มาพร้อมดิสก์เบรกแบบคาร์บอนเซรามิก

 

แนวหลังคาออกแบบให้มีความลาดเอียงและลื่นไหลแบบรถสปอร์ตยุคใหม่ กระจกมองข้างถูกเปลี่ยนเป็นระบบกล้องมองภาพที่กางออกโดยอัตโนมัติเมื่อทำการปลดล็อก ติดตั้งกล้องตัวที่ 3 บนหลังคารถ ที่จะแสดงผลร่วมกันเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนที่สุดเมื่ออยู่บนท้องถนน ด้านท้ายของรถมาพร้อมดิฟฟิวเซอร์ขนาดโอเวอร์ไซส์ ติดตั้งไฟท้ายขนาดใหญ่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี LED ทั้งระบบ ซ่อนพอร์ตชาร์จไฟเอาไว้แบบเนียนๆ ที่ตำแหน่งใต้ชื่อแบรนด์ด้านหลังตัวรถ ซึ่งโลโก้คำว่า ‘Lotus’ นี้จะเรืองแสงเมื่อมีการเข้าเกียร์ถอยหลังอีกด้วย นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบแอโรไดนามิกแบบแอ็กทีฟที่สปอยเลอร์หลังสามารถกางออกได้ มาพร้อมระบบลดแรงเสียดทานแบบที่ติดตั้งในรถแข่งสูตร 1 และฝากระโปรงหน้ายังติดตั้งช่องอุโมงค์ลมที่พวกเขาเรียกว่า ‘Venturi’ (เวนทูรี) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการไหลเวียนอากาศในตัวถังรถ

 

ภายในห้องโดยสารออกแบบมาอย่างล้ำหน้ากว่าใคร ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มความดุดัน แผงแดชบอร์ดแบบลอยตัว ติดตั้งมาตรวัดแบบดิจิตอลทั้งระบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันส์หุ้มอัลคันทารา เบาะที่นั่งคาร์บอนไฟเบอร์หุ้มอัลคันทารา และลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งเข็มขัดนิรภัย 4 จุดเป็นอุปกรณ์เสริมได้

 

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ที่รีดพละกำลังรวมกันสูงสุดได้ 2,000 แรงม้า พร้อมแรงบิด 1,700 นิวตัน-เมตร โดยมีเป้าหมายที่จะวิ่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาต่ำกว่า 3 วินาที ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งทีม Lotus คุยว่ารถคันนี้จะวิ่งได้ระยะทาง 400 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง โดยมาพร้อมระบบชาร์จที่เร็วที่สุดในโลก รองรับการชาร์จไฟ 800 กิโลวัตต์ ซึ่งจะทำให้ชาร์จเต็มแค่ใน 9 นาทีเท่านั้น แต่ระบบนี้ยังไม่มีการใช้งานจริง ก็เลยชาร์จมาตรฐาน 350 กิโลวัตต์เต็มในเวลา 18 นาทีกันไปก่อน

 

Lotus Evija จะเริ่มส่งมอบอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2564 ด้วยสนนราคา 1.7 ล้านปอนด์ และมีจำนวนการผลิตจำกัดเพียง 130 คัน ใครสนใจก็วางเงินจอง 2.5 แสนปอนด์กันได้เลย

Sompol Mingkhuan
Sompol Mingkhuan
บรรณาธิการบริหาร นิตยสารนาฬิกา Watch World-Wide ผู้คร่ำหวอดในวงการนาฬิกามายาวนานกว่า 20 ปี จนได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up