UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesLOUIS ERARD x ALAIN SILBERSTEIN - ผลงานล่าสุดของสถาปนิกแห่งโลกเวลา

LOUIS ERARD x ALAIN SILBERSTEIN – ผลงานล่าสุดของสถาปนิกแห่งโลกเวลา

by : ‘TomyTom’

 

Louis Erard (หลุยส์ เอราร์) แบรนด์นาฬิกาสวิสเก่าแก่อายุ 9 ทศวรรษที่ห่างหายจากจุดสนใจของผู้คนไปนาน พาตนเองกลับมาเป็นที่จับจ้องอีกครั้งด้วยผลงานใหม่ในปี 2019 นี้ โดยนำลักษณะการแสดงเวลาแบบ ‘Regulator’ (เรกูเลเตอร์) ที่แยกเข็มบอกเวลาทั้ง 3 ออกจากกัน อันเป็นหนึ่งในคุณลักษณะประจำตัวที่ Louis Erard มักใช้กับนาฬิกาของตน มาผสมผสานเข้ากับเอกลักษณ์งานออกแบบจากฝีมือของ Alain Silberstein (อแลง ซิลเบอร์สเตียน) สถาปนิกและนักสร้างสรรค์นาฬิกาชื่อดังชาวฝรั่งเศสผู้มีอัตลักษณ์การออกแบบประจำตัว โดยประยุกต์รูปทรงเรขาคณิตและสีสันสดใสมาใช้บันดาลอารมณ์สนุกสนานให้กับนาฬิกา อันเป็นคุณลักษณะที่คนรักนาฬิกาผู้หลงใหลในงานดีไซน์พากันหลงใหลได้ปลื้มมานาน ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1980s เป็นต้นมา ซึ่งแม้แบรนด์นาฬิกา Alain Silberstein ของเขาเองจะปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2012 แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้เก็บสะสมนาฬิกาของเขาอยู่เป็นจำนวนมาก กระทั่งนาฬิกา MB&F (เอ็มบีแอนด์เอฟ) เอดิชั่นพิเศษที่ Silberstein เป็นผู้ออกแบบรายละเอียดการตกแต่ง ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็จำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็ว แม้จะมีราคาสูงมากตามมาตรฐานของ MB&F ก็ตาม

 

บัดนี้ผู้ที่ชื่นชอบในผลงานอันมีลายเซ็นเฉพาะตัวของ Alain Silberstein คงต้องตาลุกวาวกันอีกครั้ง กับความร่วมมือครั้งใหม่ที่เขาจับมือกับ Louis Erard ผลิตนาฬิการุ่นพิเศษแบบจำนวนจำกัดขึ้นมา 2 เอดิชั่น เอดิชั่นละ 178 เรือนในปี 2019 นี้ โดยมีความเป็นครั้งแรกของทั้ง 2 อยู่ด้วย เพราะ Louis Erard ไม่เคยให้นักออกแบบนอกบริษัทคนใดมาร่วมสร้างผลงานมาก่อน ส่วน Silberstein เองก็ยังไม่เคยออกแบบนาฬิกาสไตล์ ‘Regulator’ มาก่อน การประสานความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำผลงานจากฝีมือของ Silberstein กลับมาสู่นาฬิกาที่มีระดับราคาไม่สูงนัก ดังเช่นที่นาฬิกา Alain Silberstein เคยเป็นอีกครั้ง โดยชื่อเรียกขานของนาฬิการุ่นพิเศษนี้ก็คือ Louis Erard x Alain Silberstein Excellence Regulateur (หลุยส์ เอราร์ด x อแลง ซิลเบอร์สเตียน เอ็กเซลเลนซ์ เรกูเลเตอร์) ซึ่งจัดเป็นนาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) รุ่นพิเศษจากตระกูลคอลเลกชั่น Excellence

 

รูปแบบการแสดงเวลาที่เรียกว่า ‘Regulator’ เป็นรูปแบบกลไกเก่าแก่ที่แยกเข็มชั่วโมง นาที และวินาที กระจายติดตั้งคนละตำแหน่งกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่าเวลา ซึ่งนับตั้งแต่ Louis Erard พาแบรนด์กลับสู่ตลาดเมื่อปี 2003 ก็มักนำรูปแบบ ‘Regulator’ มาใช้กับนาฬิการุ่นต่างๆ ของตนมาโดยตลอด จนพูดได้ว่าการผลิตนาฬิกา ‘Regulator’ ออกจำหน่ายในราคาไม่สูงนักเช่นนี้ถือเป็นจุดขายหลักของแบรนด์เลยทีเดียว ขณะที่แรงบันดาลใจหลักในการออกแบบของ Alain Silberstein คือการเคลื่อนไหวของการแสดงเวลา ซึ่งรูปแบบ ‘Regulator’ จะส่งเสริมเสน่ห์แห่งตำแหน่งการเคลื่อนไหวให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยเขาบอกว่าสิ่งอ้างอิงที่บันดาลความคิดสร้างสรรค์ให้กับผลงานนี้ก็คือนาฬิกาที่ติดตั้งอยู่บนตึกต่างๆ ตลอดจนอาคารของสถานีรถไฟ นำมาซึ่งเข็มนาทีกลางหน้าปัดทรงลูกศรขนาดใหญ่ ชี้แสดงไปยังขีดสเกลนาทีที่ชัดเจนเรียบง่ายดุจหน้าปัดนาฬิกาของสถานีรถไฟ เสริมด้วยการเน้นรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์การออกแบบของเขา ได้แก่รูปทรงทางเรขาคณิต ทั้งสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม และวงกลม ในสีสันสดใสสีต่างๆ กระจายตัวเป็นหลักชั่วโมง สเกล และเข็มชี้ ขณะที่เข็มวินาทีใช้ทรงคดเคี้ยวอันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Silberstein ใช้ในนาฬิกาของเขาเสมอ ทั้งยังตั้งใจให้สีสันสดใสบนนาฬิการุ่นนี้มีแค่ 3 สีคือ แดง เหลือง และน้ำเงิน เพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์งานดีไซน์แบบ ‘Bauhaus’ (เบาเฮาส) แห่งเยอรมนี ต้นกำเนิดแห่งลัทธิดีไซน์สมัยใหม่ซึ่งเฉลิมฉลองวาระปีที่ 100 แห่งการก่อตั้งโรงเรียน ‘Bauhaus’ ในปี 2019 นี้เอง

 

 

ตัวเรือนของรุ่นนี้เป็นสเตนเลสสตีลขนาด 40.0 มิลลิเมตร ผนึกด้านหน้าด้วยแผ่นแซพไฟร์คริสตัลที่เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนมาให้ทั้งฝั่งด้านในและด้านนอก และกรุกระจกใสบนฝาหลังเพื่อเปิดให้ชื่นชมความงามของกลไก โดยมีการพิมพ์สัญลักษณ์และข้อความสีดำเพื่อบ่งบอกความพิเศษบนกระจกว่า ‘Le Regulateur – Limited Edition 1 of 178 – Louis Erard x Alain Silberstein’ เอาไว้ด้วย ส่วนสายนาฬิกาเป็นหนังวัวที่มีการเย็บด้าย 3 แถวอย่างสวยงาม ล็อกด้วยหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีล

 

กลไกที่ใช้กับนาฬิการุ่นนี้เป็นแบบขึ้นลานด้วยมือ ซึ่งนำเครื่องความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิมกันสึกหรอ 17 ชิ้น Cal.ETA Peseux 7001 มาปรับแต่งและติดตั้งชุดโมดูลการแสดงเวลาแบบ ‘Regulator’ พร้อมฟังก์ชันแสดงพลังงานสำรอง ‘Louis Erard RE9’ แสดงชั่วโมงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ติดตั้งเข็มนาทีไว้กลางหน้าปัด และเข็มวินาทีที่ 6 นาฬิกา แสดงพลังงานสำรองด้วยเข็มที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา รวมกันเป็นกลไกขนาด 26.0 มิลลิเมตร หนา 4.7 มิลลิเมตร โดยมอบพลังงานสำรองได้ราว 42 ชั่วโมง โดยเวอร์ชั่นของเครื่อง 7001 ที่ทาง Louis Erard เลือกมาใช้นั้นเป็นเกรดสูงสุดซึ่งมีการตกแต่งลวดลายแบบ ‘Côte de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) บนสะพานจักรและใช้สกรูสีน้ำเงิน ทั้งยังสลักชื่อแบรนด์ Louis Erard สีทองกำกับไว้ด้วย

 

Louis Erard x Alain Silberstein Excellence Regulateur เปิดตัวออกมาพร้อมกัน 2 เวอร์ชั่น ด้วยจำนวนการผลิตที่กำหนดไว้เพียงเวอร์ชั่นละ 178 เรือน โดยแตกต่างกันที่สีตัวเรือน หน้าปัด และสาย คือแบบตัวเรือนสเตนเลสสตีลพร้อมพื้นหน้าปัดสีเงินแบบ ‘Opaline’ (โอปอลีน) ผิวด้าน สเกลบนหน้าปัดชั่วโมงเป็นสีแดงและเทา เข็มนาทีเคลือบแล็คเกอร์สีน้ำเงิน เข็มชั่วโมงเคลือบแล็คเกอร์สีแดง และเข็มวินาทีเคลือบแล็คเกอร์สีเหลือง ในขณะที่เข็มพลังงานสำรองเคลือบแล็คเกอร์สีเทา หลักนาทีสีน้ำเงิน สเกลสีเทา สายสีน้ำตาลตกแต่งด้วยด้ายสีน้ำเงิน หัวเข็มขัดสเตนเลสสตีล ราคาจำหน่าย 2,800 ฟรังก์สวิส หรือราว 93,000 บาท ส่วนอีกเวอร์ชั่นหนึ่งใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบดำด้วยเทคนิค PVD จับคู่มากับพื้นหน้าปัดสีดำ วงหน้าปัดชั่วโมงสีขาวผิวด้าน สเกลชั่วโมงเป็นสีแดงและสีดำ เข็มนาทีเคลือบแล็คเกอร์สีเหลือง เข็มชั่วโมงเคลือบแล็คเกอร์สีแดง เข็มวินาทีเคลือบแล็คเกอร์สีฟ้า โดยเข็มพลังงานสำรองเคลือบแล็คเกอร์สีขาว หลักนาทีสีเหลือง สเกลสีขาว สายสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง หัวเข็มขัดสเตนเลสสตีลเคลือบดำด้วยเทคนิค PVD ราคาจำหน่าย 2,900 ฟรังก์สวิส หรือราว 99,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up