UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMAURICE LACROIX AIKON AUTOMATIC BRONZE - เรือนบรอนซ์เวอร์ชั่นใหม่

MAURICE LACROIX AIKON AUTOMATIC BRONZE – เรือนบรอนซ์เวอร์ชั่นใหม่

by: ‘Mr.Big’

 

ปี 2017 หรือ 1 ปี หลังจากการถือกำเนิดของ Aikon (ไอคอน) คอลเลกชั่นยอดนิยมจาก Maurice Lacroix (มอริซ ลาครัวซ์) ที่พัฒนารูปแบบมาจาก Calypso (คาลิปโซ) หนึ่งในคอลเลกชั่นที่ขายดีในยุค 90s ซึ่งที่ผ่านมา Maurice Lacroix ได้เสริมทัพเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับ Aikon ด้วยการนำวัสดุร่วมสมัยอย่างบรอนซ์ มาสร้างสรรค์ได้อย่างโดดเด่น และให้บุคลิกที่สวยงามแตกต่างออกไป โดยมีการนำบรอนซ์มาใช้สร้างสรรค์เรือนเวลาในคอลเลกชั่น Aikon อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Aikon Automatic Bronze (ไอคอน ออโตเมติก บรอนซ์) ก็ปรากฏโฉมออกมาใบสีสันใหม่ ให้ความรู้สึกย้อนยุคไปสู่ดินแดนคาวบอย

MITSUBISHI

 

เรือนเวลาร่างบรอนซ์รุ่นใหม่นี้ยังคงนำเสนอความโดดเด่นในสไตล์ Aikon แท้ๆ กับตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 11.0 มิลลิเมตร สร้างมิติให้พื้นผิวบรอนซ์อร่ามด้วยงานปัดลายแนวดิ่ง สลับกับความมันเงาของบ่าทั้ง 6 ที่เป็นเอกลักษณ์ด้านดีไซน์บนขอบตัวเรือน โดยหากสวมใส่ใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ก็จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับอากาศและสภาพแวดล้อม จนเกิดเป็นรอยคราบ ‘Patina’ (พาตินา) ซึ่งจะกลายเป็นลวดลายบนพื้นผิวที่ไม่เหมือนใคร และสร้างความยูนีคให้กับนาฬิกาแต่ละเรือน นอกจากนี้ยังสามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร จึงเหมาะที่จะเป็นเรือนเวลาสำหรับสวมใส่ในทุกกิจกรรมกลางแจ้ง

 

หน้าปัดของรุ่นนี้เป็นสีน้ำตาลช็อคโกแลตบนพื้นผิวที่สลักเป็นลายเหลี่ยมแบบ ‘Clous de Paris’ (กลูส์ เดอ ปารีส์) แล้วไล่เฉดแบบ ‘Fumé’ (ฟูเม) จากโทนสว่าง ณ จุดศูนย์กลาง ไล่ความเข้มจนเป็นสีดำที่บริเวณขอบหน้าปัด ตกแต่งด้วยหลักชั่วโมงทรงแท่งและเข็มเคลือบสีทอง พร้อมทั้งแต้มสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova®’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เพิ่มความสะดวกให้กับการดูเวลาในที่มืด การแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม จัดแสดงควบคู่ไปกับฟังก์ชันวันที่ซึ่งใช้ตัวเลขอารบิกสีดำบนแผ่นดิสก์สีขาว ภายในช่องหน้าต่างกรอบทองที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา โดยมีชื่อแบรนด์และโลโก้ที่เคลือบเป็นสีทองโดดเด่นอยู่ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา

 

กลไกทำงานของรุ่นนี้ยังคงใช้กลไกออโตเมติก Cal.ML135 ที่พัฒนาขึ้นมาจากชุดเครื่อง SW200 ของ ‘Sellita’ (เซลลิตา) โดยเคลือบชิ้นส่วนกลไกด้วยโรเดียม แท่นเครื่องและสะพานจักรขัดแต่งลายก้นหอย ‘Colimaçonnage’ (โกลิมาซงนาจ) สลับกับลาย ‘Perlage Circular Graining’ (เพอร์ลาจ เซอร์คิวลาร์ เกรนิง) ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และสามารถเก็บกักพลังงานได้ 38 ชั่วโมง โดยเปิดโอกาสให้ชมชุดจักรกลพร้อมโรเตอร์ฉลุลายผ่านฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ประกอบกับสายหนังสีน้ำตาลสไตล์วินเทจ ประดับด้วยพินสัญลักษณ์ ‘m’ เคลือบสีทอง พร้อมระบบเปลี่ยนสาย ‘EasyStrap’ (อีซีสแตร็ป) ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ภายในไม่กี่วินาที โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องมือใดๆ ผลิตมาให้เป็นเจ้าของกันแค่ 888 เรือน กับราคาซึ่งตั้งเอาไว้ที่ 2,500 ยูโร ซึ่งหากตีเป็นเงินบาทก็ตกอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาทถ้วน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up