UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMAURICE LACROIX AIKON PVD LIMITED EDITION - เงางามอย่างมีสไตล์ใน 2 เฉดสี

MAURICE LACROIX AIKON PVD LIMITED EDITION – เงางามอย่างมีสไตล์ใน 2 เฉดสี

by: ‘Mr.Big’

 

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 คอลเลกชั่น Aikon (ไอคอน) จาก Maurice Lacroix (มอริซ ลาครัวซ์) ก็ครองความนิยมในหัวใจคนรักนาฬิกามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ประทับจิตในรูปลักษณ์ที่สง่างามคมคาย มีเอกลักษณ์ พร้อมด้วยคุณภาพทั้งภายนอกและภายใน ภายใต้ทางเลือกของรูปแบบและสีสันที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์ จนกลายเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นยอดนิยมที่สร้างกระแสต่อเนื่องอยู่ ณ เวลานี้ และวันนี้ Maurice Lacroix ก็มีความภูมิใจที่จะนำเสนอสมาชิกใหม่ของครอบครัว Aikon กับ 2 สีสันล่าสุด ที่สร้างความโดดเด่นของการเล่นกับแสงและเงาจากงานเคลือบพื้นผิวด้วยเทคนิค PVD มาอย่างหล่อ สร้างรูปแบบอันมีสไตล์ให้ดูแตกต่างออกไปจากรุ่นเดิมๆ กับ Aikon PVD (ไอคอน พีวีดี)

MITSUBISHI

 

เรือนเวลารุ่นใหม่นี้สร้างสรรค์มาใน 2 เวอร์ชั่นสีสัน ของตัวเรือนสเตนเลสสตีล ได้แก่สีเทาดำ หรือสีน้ำเงิน โดยสีสันดังกล่าวถูกนำเสนออย่างโดดเด่นจากการเคลือบผิวด้วยเทคนิค PVD จึงสะท้อนความเงางามและมิติของแสงออกมาได้อย่างเด่นชัด ตัวเรือนส่วนที่ผ่านกระบวนการปัดด้านจะมีความคมชัดของลายเส้นมากขึ้น ขณะที่ขอบข้างตัวเรือนและดีไซน์กงเล็บ 6 ตำแหน่ง ที่อยู่บนกรอบวงแหวนอันเป็นส่วนที่ถูกขัดเงา ก็จะสะท้อนประกายเงางามออกมามากกว่าปกติ ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นตัวเรือนที่มาในลุคสีเดียวกัน แต่ก็มีความต่างกันจากการสะท้อนของแสงบนพื้นผิว ทำให้มีเสน่ห์น่ามองเป็นอย่างยิ่ง โดยนำเสนอมาในขนาดตัวเรือน 39.0 มิลลิเมตร หนา 11.0 มิลลิเมตร สำหรับรุ่นสีน้ำเงิน และขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 11.0 มิลลิเมตร ในรุ่นสีเทาดำ ทั้ง 2 แบบ มาพร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียว กรุคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารตัดแสงสะท้อน และความสามารถในการกันน้ำถึง 200 เมตร

 

พื้นหน้าปัดยังคงสะดุดตาด้วยเอกลักษณ์ของงานสลักลาย ‘Clous de Paris’ (กลูส์ เดอ ปารีส์) ในเฉดสีเดียวกับตัวเรือน แต่เพิ่มความน่าสนใจด้วยการไล่เฉดแบบ ‘Fumé’ (ฟูเม่) จากโทนสว่าง ณ จุดศูนย์กลาง ไปยังโทนเข้มบริเวณรอบขอบอย่างเนียนตา เพื่อสร้างมิติประกายแสงให้ล้อไปกับความเงางามของตัวเรือนเคลือบ PVD โดยนับเป็นครั้งที่ 2 ของ Maurice Lacroix ที่ใช้เทคนิคไล่เฉดสีดังกล่าวกับ Aikon หลังจากที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกในรุ่น ‘Thailand Limited Edition’ (ไทยแลนด์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น) เมื่อปีที่แล้ว ส่วนหลักชั่วโมงและเข็มมอบความเด่นชัดในการดูเวลาด้วยการเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาว สำหรับการแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม และออกแบบให้ไร้ช่องหน้าต่างแสดงวันที่ เพื่อไม่ให้เสียอรรถรสความงดงามของหน้าปัด ทั้งยังเป็นรูปแบบที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นในคอลเลกชั่นเท่าไรนัก

 

การทำงานของ Aikon PVD ยังคงใช้การขับเคลื่อนของกลไกออโตเมติก Cal.ML115 แบบ ‘No Date’ (โน เดท) อันเป็นชุดจักรกลที่พัฒนามาจาก Cal.Sellita SW-200 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.6 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 26 เม็ด ความถี่ในการทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สามารถสำรองพลังงานได้ 38 ชั่วโมง พร้อมระบบแฮ็กเข็มวินาที เพื่อให้การตั้งเวลาเป็นไปอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น แท่นเครื่องและสะพานจักรขัดแต่งด้วยลายวนก้นหอย ‘Perlage’ (เพอร์ลาจ) สลับกับงาน ‘Colimaçon’ (โกลิมาซง) เคลือบด้วยโรเดียม ส่วนโรเตอร์ขึ้นลานฉลุเป็นโลโก้ ‘M’ ซึ่งงานอันประณีตเหล่านี้สามารถรับชมได้ทางฝาหลังที่กรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์ ประกอบกับสายยางโทนสีรับกับตัวเรือนและหน้าปัด พร้อมระบบ ‘Quick-release’ (ควิกรีลีส) ให้สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวช่วย ส่งมอบให้เป็นเจ้าของกันแบบจำกัดจำนวนแค่รุ่นละ 888 เรือน ในราคาเท่ากันที่ 90,900 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up