UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMAURICE LACROIX PONTOS S DIVER 2024 - เวอร์ชั่นใหม่ของเรือนดำน้ำสไตล์ 'Compressor'

MAURICE LACROIX PONTOS S DIVER 2024 – เวอร์ชั่นใหม่ของเรือนดำน้ำสไตล์ ‘Compressor’

by: ‘TomyTom’

 

Maurice Lacroix (มอริซ ลาครัวซ์) นำเสนอ 2 เวอร์ชั่นใหม่ ของนาฬิกาดำน้ำรุ่น Pontos S Diver (พอนโตส เอส ไดเวอร์) ซึ่งเป็นนาฬิกาที่เปิดตัวครั้งแรกใน ค.ศ. 2013 ก่อนจะระงับการผลิตไปในราวปี 2016 เนื่องจากทางแบรนด์จำเป็นจะต้องไปโฟกัสกำลังการผลิตไปที่ตระกูล Aikon (ไอคอน) ซึ่งเปิดตัวมาใหม่และขายดิบขายดีจนต้องทุ่มกำลังการผลิตให้อย่างเต็มที่ กระทั่งปี 2023 เมื่อจัดการเรื่องกำลังการผลิตได้ลงตัว จึงเริ่มผลิตตระกูล Pontos S Diver อีกครั้ง โดยสร้างเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ด้วยตัวเรือนที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่นแรกเมื่อ ค.ศ. 2013 อยู่เล็กน้อย มาถึงปีนี้ก็เสริมทางเลือกด้วย 2 เวอร์ชั่นใหม่ คือตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีดำ และตัวเรือนบรอนซ์ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาใหม่นี้

MITSUBISHI

 

คุณลักษณะอันโดดเด่นของ Pontos S Diver ปี 2024 ยังคงเป็นเช่นเดิมอย่างครบถ้วน และเหมือนกับเจเนอเรชั่นปี 2023 ด้วยสไตล์นาฬิกาดำน้ำที่นิยมกันในยุค 1970s ที่เรียกว่า ‘Compressor Diver’ (คอมเพรสเซอร์ ไดเวอร์) ซึ่งมีวงแหวนสำหรับปรับตั้งการกำหนดเวลาดำน้ำอยู่ใต้กระจกหน้าปัด และปรับตั้งด้วยการหมุนเม็ดมะยมอีกชุดหนึ่ง แยกออกจากเม็ดมะยมสำหรับปรับตั้งเวลา ซึ่งสำหรับ Pontos S Diver วางตำแหน่งไว้ที่ 2 นาฬิกา ให้จับหมุนปรับได้สะดวก การกันน้ำกระทำได้ถึงระดับ 30 ATM หรือเทียบเท่า 300 เมตร ขนาดตัวเรือนอยู่ที่ 42.0 มิลลิเมตร กับความหนา 13.0 มิลลิเมตร ส่วนความชัดเจนในการอ่านค่าขณะอยู่ใต้น้ำนั้นจัดมาเต็มเหนี่ยวด้วยการเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ ที่เปล่งแสงสว่างเรืองเป็นสีเขียวในความมืดไว้บนหลักชั่วโมงทุกชิ้น เข็มชั่วโมง เข็มนาที และสเกลทุกหลัก 5 นาที บนวงแหวนตั้งเวลาดำน้ำ สำหรับฟังก์ชันวันที่นั้นเจาะหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยมไว้ที่ 6 นาฬิกา

 

กลไกที่เป็นขุมกำลังในการขับเคลื่อน เป็นกลไกอัตโนมัติ จำนวนทับทิม 26 เม็ด ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 38 ชั่วโมง Cal.ML 115 บอกเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมวันที่ ซึ่งเนื้อแท้คือ Cal.SW-200 ของ ‘Sellita’ (เซลลิตา) จึงไม่จำเป็นต้องเปิดให้เห็น ฝาหลังจึงใช้แบบแผ่นทึบที่ยึดอย่างแน่นหนาด้วยสกรู 6 ตัว

 

เวอร์ชั่นตัวเรือนบรอนซ์ผิวปัดลาย เป็นงานผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ด้วยจำนวนที่จำกัดไว้ 888 เรือน มากับหน้าปัดสีดำผิวเกรนหยาบเพื่อลดแสงสะท้อน ร่วมด้วยแท่งหลักชั่วโมง เข็ม และสัญลักษณ์อักษร ‘m’ ที่เคลือบด้วยทอง ขณะที่สเกลและข้อความต่างๆ และปลายเข็มวินาทีใช้สีเบจ ส่วนวงแหวนรอบเม็ดมะยมตำแหน่ง 2 นาฬิกา เป็นสีดำ สำหรับสารเรืองแสงจะใช้เป็นสีเบจ และมากับสายหนังสีน้ำตาลที่ดีไซน์การตัดเย็บและฟอกผิวมาในสไตล์สายนาฬิกาวินเทจ พร้อมสัญลักษณ์อักษร ‘m’ สีทองที่สายฝั่งด้านล่าง ล็อกด้วยหัวเข็มขัดที่ทำจากบรอนซ์เช่นเดียวกับตัวเรือน ซึ่งหากอยากใส่ลงน้ำก็เห็นจะต้องซื้อสายยางที่ทางแบรนด์มีจำหน่ายมาเปลี่ยน โดยสามารถเปลี่ยนได้อย่างง่ายดายแบบไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ ช่วย ด้วยระบบ ‘Easy Strap Exchange System’ (อีซี สแตร็ป เอ็กซ์เชนจ์ ซิสเต็ม) สำหรับราคาจำหน่ายของ Pontos S Diver เวอร์ชั่นนี้ กำหนดไว้ที่ 2,500 ฟรังก์สวิส หรือราว 100,500 บาท

 

ส่วนเวอร์ชั่นตัวเรือนสีดำซึ่งมีฐานะเป็นนาฬิกา ‘Special Edition’ (สเปเชียล เอดิชั่น) ซึ่งไม่ได้บอกว่าจะผลิตขึ้นมากี่เรีอนนั้น จะใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลผิวทรายที่เคลือบเป็นสีดำด้วยเทคนิค DLC โดยมากับหน้าปัดสีดำผิวเกรนหยาบเช่นกัน แต่ต่างการตกแต่งด้วยหลักชั่วโมงและเข็มสีดำ ร่วมกับสเกลกับข้อความสีขาว และอักษร ‘m’ เคลือบโรเดียม และมีการเสริมสีเหลืองที่แถบสี่เหลี่ยมของตำแหน่งหลักชั่วโมง ที่เข็มนาที เข็มวินาที ซึ่งรับกับแนววงแหวนสีเหลืองรอบเม็ดมะยมตำแหน่ง 2 นาฬิกา ขณะที่สารเรืองแสงใช้เป็นสีขาว ส่วนสายที่ติดตั้งมาให้เป็นยางสีดำ ล็อกด้วยหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีลสีดำผิวทรายที่เคลือบด้วยเทคนิค DLC เช่นเดียวกับตัวเรือน ราคาจำหน่ายของ Pontos S Diver Black DLC เวอร์ชั่นนี้ กำหนดไว้ที่ 2,100 ฟรังก์สวิส หรือราว 84,400 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up