UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMB&F HM10 ‘BULLDOG’ - ชวนสนุกด้วยดีไซน์ใหม่

MB&F HM10 ‘BULLDOG’ – ชวนสนุกด้วยดีไซน์ใหม่

by: ‘TomyTom’

 

MB&F (เอ็มบีแอนด์เอฟ) ปล่อยผลงานสร้างสรรค์ชิ้นใหม่สู่สายตาชาวโลกในปี 2020 นี้ด้วยลำดับที่ 10 จากตระกูลนาฬิกาสุดแหวกแนว Horological Machine (ออโรโลจิคัล แมชีน) โดยตั้งฉายาแสนน่ารักว่า Bulldog (บุลด็อก) อันมีที่มาจากดีไซน์ตัวเรือนขนาดกะทัดรัดที่มีสัดส่วนโค้งมนแต่ปาดตรงที่ฝั่งด้านบน และมีกระจกแซพไฟร์คริสตัลทรงโดมโค้ง ปกคลุมส่วนการแสดงค่าที่ประกอบด้วยโดมอะลูมิเนียมแผ่นบางน้ำหนักเบา แต่มีขนาดใหญ่ จำนวน 2 ชิ้น วางคู่กันดุจดวงตา ทำหน้าที่หมุนแสดงชั่วโมงที่โดมฝั่งซ้าย และนาทีที่โดมฝั่งขวาด้วยตัวเลขเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ให้อ่านค่าจากชิ้นหมุดทรงสามเหลี่ยม 3 มิติ ที่เคลือบสารเรืองแสงเอาไว้ด้วยเช่นกัน โดยโดมทั้ง 2 นี้มีน้ำหนักรวมกันเพียงแค่ 0.5 กรัมเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้สิ้นเปลืองพลังลานในการขับเคลื่อนน้อยที่สุด ส่วนพื้นที่ระหว่างโดมเวลาทั้ง 2 กับโดมกระจกนั้นอุทิศให้กับจักรกลอกขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 14.0 มิลลิเมตร ที่แขวนอยู่กับสะพานจักร 2 ขาทรงโค้ง ขณะที่พื้นที่ระหว่างโดมเวลาทั้ง 2 เป็นตำแหน่งของเฟืองหนีชิ้นใหญ่ สำหรับดีไซน์ท่อนกระบอกยื่นโค้งขึ้นมา ลักษณะคล้ายหูทั้ง 2 ฝั่งด้านบนของตัวเรือนนั้นใช้สำหรับหมุนตั้งเวลาและขึ้นลานแยกกัน ส่วนขาตัวเรือนก็ออกแบบให้สามารถขยับองศาได้ เพื่อให้สวมกระชับรับกับข้อมือที่สุด

 

เมื่อพลิกมาด้านหลังของตัวเรือนจะมองเห็นกลไกได้จากโดมแซพไฟร์คริสตัลในตำแหน่งเดียวกับด้านหน้าซึ่งภายในจะเห็นเขี้ยวสีเงินวาววับบนเหงือกสีดำที่ตั้งใจออกแบบให้คล้ายแผงขากรรไกรของสุนัขบุลด็อก นี่ไม่ใช่แค่การตกแต่ง แต่สามารถขยับอ้าและหุบได้เพื่อใช้ประโยชน์ในการบอกระดับกำลังสำรองของกลไก โดยหากขากรรไกรใกล้ประสานฟันปิดสนิทก็หมายความว่าลานใกล้หมดลงแล้ว แต่ถ้าอ้าขากรรไกรกว้างเห็นฟันครบก็แสดงว่ามีพลังงานมาก ทั้งยังสามารถมองเห็นได้จากด้านล่างของนาฬิกาขณะสวมใส่โดยไม่ต้องถอดออกแล้วค่อยพลิกขึ้นดูด้วย จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบทุกส่วนที่ประกอบเป็น HM10 ‘Bulldog’ (เอชเอ็มเท็น บุลด็อก) รุ่นนี้ถูกออกแบบขึ้นมาอย่างจำเพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือน กลไก ไปจนถึงสาย ทั้งยังมอบอารมณ์สนุกด้วยการสลักข้อความ ‘Forget the Dog, Beware of the Owner’ ไว้บนฝาหลัง ขณะที่มุมตัดด้านบนของตัวเรือนซึ่งเคลือบพื้นเป็นสีดำจะมีคำว่า ‘Bulldog’ ปรากฏนูนเด่นขึ้นมาด้วยดีไซน์ที่ดูราวกับป้ายชื่อรุ่นที่ติดอยู่บนกระจังหน้ารถยนต์

 

มิติตัวเรือนขนาด 54.0 x 45.0 มิลลิเมตร หนา 24.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 50 เมตร ซึ่งเมื่อดูภาพกลไกของ HM10 ‘Bulldog’ จะเห็นว่ามีทรวดทรงเดียวกับรูปร่างของตัวเรือน กลไกชุดนี้เป็นแบบขึ้นลานด้วยมือ สำรองพลังงานได้ 45 ชั่วโมง ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนรวม 301 ชิ้น ทับทิมกันสึก 34 ชิ้น เดินที่ความถี่ 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง โดยเป็นงานออกแบบและพัฒนาของทีม MB&F เอง แนวคิดในการออกแบบนาฬิการุ่นนี้เกิดขึ้นขณะที่ Maximilian Büsser (แม็กซิมิเลียน บืสเซอร์) ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์อยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยเขาบอกว่าจู่ๆ ก็เห็นลักษณะของนาฬิกาแบบนี้ผุดขึ้นมาในใจ ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่เขาเกิดนิมิตเช่นนี้

 

MB&F HM10 ‘Bulldog’ เปิดตัวครั้งแรกใน 2 เอดิชั่นด้วยกัน คือตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ที่ใช้โดมเวลาเป็นสีน้ำเงิน สวมคู่สายหุ้มผ้าสีน้ำเงิน ตั้งราคาไว้ 98,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 3.23 ล้านบาท และเอดิชั่นตัวเรือนทองชาด 18K ที่ใช้ขาตัวเรือนเป็นไทเทเนียมเกรด 5 และใช้โดมเวลาเป็นสีดำ สวมคู่กับสายหนังวัวสีน้ำตาล ตั้งราคาไว้ที่ 112,000 ฟรังก์สวิสหรือราว 3.7 ล้านบาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดย ‘Launch Editions’ (ลอนช์ เอดิชั่นส์) ทั้ง 2 แบบนี้ไม่ได้แจ้งว่าเป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) แต่อย่างใด จึงไม่รู้เหมือนกันว่า MB&F จะผลิตออกมาสักกี่เรือน

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up