UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMB&F LEGACY MACHINE PERPETUAL EVO BLUE TI - แทนที่สีเขียวด้วยสีฟ้าน้ำแข็ง

MB&F LEGACY MACHINE PERPETUAL EVO BLUE TI – แทนที่สีเขียวด้วยสีฟ้าน้ำแข็ง

by: ‘TomyTom’

 

LM Perpetual (แอลเอ็ม เพอร์เพทชวล) เป็นหนึ่งรุ่นนาฬิกาของ MB&F (เอ็มบีแอนด์เอฟ) ที่ได้รับการยกย่องและเป็นที่ต้องการมากที่สุด ด้วยการเป็นนาฬิกาฟังก์ชันซับซ้อน ‘Perpetual Calendar’ (เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์) ที่ Stephen McDonnell (สตีเฟน แมคดอนเนลล์) นักประดิษฐ์นาฬิกาชาวไอริช ร่วมกับนักประดิษฐ์ของ MB&F คิดค้นระบบกลไกปฏิทินถาวรขึ้นมาใหม่ เพื่อขจัดข้อบกพร่องของรูปแบบเดิมๆ และทำให้นาฬิการุ่นนี้คว้ารางวัลนาฬิกาปฏิทินที่ดีที่สุดจากสถาบัน GPHG (จีพีเอชจี) มาได้ในปี 2016 ต่อมาทาง MB&F ก็ได้ออกเวอร์ชั่น ‘Evo’ (อีโว) ที่ปรับแต่งดีไซน์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นมาจำหน่ายคู่ไปกับเวอร์ชั่นคลาสสิก โดยเริ่มจากเอดิชั่นตัวเรือนเซอร์โคเนียมที่มีตัวเลือก 3 เอดิชั่น คือแท่นเครื่องสีส้ม สีน้ำเงินเข้ม และสีดำ จากนั้นก็ออกเอดิชั่นตัวเรือนไทเทเนียม แท่นเครื่องสีเขียวตามมาในปี 2021 ซึ่งเอดิชั่นหลังนี้จะถูกแทนที่ด้วยเอดิชั่นล่าสุดที่มากับแท่นเครื่องสีฟ้าน้ำแข็งละมุนตา

MITSUBISHI

 

นอกจากเปลี่ยนแท่นเครื่องเป็นสีฟ้าน้ำแข็งและเปลี่ยนสายยางมาเป็นสีขาวแล้ว Legacy Machine Perpetual Evo Blue Ti (เลกาซี แมชีน เพอร์เพทชวล อีโว บลู ทีไอ) หรือ LM Perpetual Evo Blue Ti ยังคงคุณสมบัติและคุณลักษณะของเอดิชั่น ‘Green Ti’ เอาไว้ทุกประการ ได้แก่ดีไซน์ตัวเรือนที่เจืออารมณ์สปอร์ต เหมาะกับการสวมใส่เป็นนาฬิกาประจำวันมากกว่าเวอร์ชั่นคลาสสิก ด้วยรูปร่างที่เข้ากับหลักสรีรศาสตร์ โดยทำจากไทเทเนียมน้ำหนักเบา มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 44.0 มิลลิเมตร ผนึกโดมคริสตัลแซพไฟร์ทรงสูงทางด้านหน้า และฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์บานราบ รวมวัดความหนาได้ 17.5 มิลลิเมตร ทั้งยังเคลือบสารกันแสงสะท้อนบนผิวกระจก 2 ฝั่ง ทั้ง 2 บาน เพื่อให้มองทะลุสู่ความงดงามภายในได้อย่างชัดเจนที่สุด เม็ดมะยมแบบล็อกเกลียวที่ทำให้กันน้ำได้ 80 เมตร ซึ่งลึกกว่าตัวเรือนเวอร์ชั่นคลาสสิก ระบบซับแรงสะเทือน ‘FlexRing’ (เฟล็กซ์ริง) ที่ใช้วงแหวนสเตนเลสสตีลติดตั้งคั่นกลางระหว่างตัวเรือนกับกลไก เพื่อผ่อนแรงสะเทือนหรือแรงกระแทกจากตัวเรือนไปสู่ตัวกลไก

 

ในส่วนของกลไกเป็นการแสดงความคลาสสิกของกลไกจักรกลอันซับซ้อน เข้ากับเทคนิคออกแบบเชิงโครงสร้าง ที่จะเผยให้เห็นระบบกลไกต่างๆ ทางฝั่งด้านหน้าเหนือแท่นเครื่องเคลือบสีฟ้าอ่อน ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นหลังอันสวยงาม จักรกลอกสีเงินขนาดใหญ่ 14.0 มิลลิเมตร ถูกแขวนอยู่บนสะพานจักรรูปตัว ‘V’ โค้ง ให้ลอยอยู่เหนือกลไกและหน้าปัด 4 วง โดยวงแบบแผ่นเต็มทำกัลวานิกเป็นสีดำ ร่วมกับหลักชั่วโมงแบบแท่งขีดที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา จะแสดงเวลาเป็นชั่วโมงกับนาทีที่ชี้บ่งด้วยเข็มสีเงิน ส่วนแผ่นวงแหวนกัลวานิกสีดำที่ตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกา จะแสดงวัน เดือน วันที่ ด้วยเข็มสีเงินตามลำดับ สำหรับมาตรชิ้นสะพานแนวโค้ง 2 ตำแหน่ง จะใช้บอกลำดับปีอธิกสุรทินและพลังงานสำรองด้วยเข็มสีเงิน และศรเข็มบอกเวลาและปฏิทินจะเคลือบด้วยสารเรืองแสงสีขาวที่ให้แสงสีฟ้า

 

เครื่องที่ใช้กับรุ่นนี้เป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลาน กักเก็บพลังงานได้ 72 ชั่วโมง จากตลับลาน 2 ชุด ความถี่การทำงานอยู่ที่ 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันปฏิทินตลอดชีพซึ่งเป็นกลไกแบบ ‘Integrated’ (อินทีเกรเตด) ผสานรวมอยู่ในโครงสร้างแบบโอเพนเวิร์กด์ จำนวนชิ้นส่วนรวม 581 ชิ้น ทับทิม 41 ชิ้น คาลิเบรอเดียวกับที่ใช้ใน LM Perpetual ซึ่งยอดเยี่ยมทั้งด้านความงดงามเชิงจักรกลของโครงสร้างกับชิ้นส่วน และความสะดวกต่อการใช้งาน เพราะจงใจออกแบบระบบการปรับตั้งให้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย โดยแยกตำแหน่งการปรับตั้งของแต่ละค่าออกจากกันด้วยปุ่มกดแยกกัน 4 ปุ่ม สำหรับตั้งวัน วันที่ เดือน และปีอธิกสุรทิน ทั้งยังออกแบบระบบประมวลผลจักรกล ‘Mechanical Processor System’ (เมคานิคัล โปรเซสเซอร์ ซีสเตม) ขึ้นมาเพื่อป้องกันการกระโดดข้ามวัน และการขัดกันของเฟือง ด้วยการกำหนดการหมุนตามปกติไว้ที่ 28 วัน โดยจะทดวันเพิ่มตามจำนวนวันในแต่ละเดือนอย่างแม่นยำ และมีระบบกลไกนิรภัยทำหน้าที่ตัดการเชื่อมต่อของปุ่มปรับตั้งกับระบบกลไกขณะกำลังเปลี่ยนวันที่ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการขัดกันของเฟืองเมื่อบังเอิญกดปุ่มในช่วงเวลาต้องห้าม

 

งานตกแต่งชิ้นส่วนกลไกนั้นมีการลบเหลี่ยม ขัดเงา แต่งลายแถบริ้วแบบเจนีวา และเคลือบสะพานจักรและฝั่งด้านหลังของแท่นเครื่องเป็นสีเทาเข้ม ทั้งยังสลักข้อความต่างๆ อย่างสละสลวยด้วยมือ

 

ราคาจำหน่ายของ Legacy Machine Perpetual Evo Blue Ti ถูกกำหนดไว้ที่ 168,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 6.855 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up