UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMB&F LM2 RED GOLD BLUE - งามหรูด้วยทองชาดตัดสีน้ำเงิน

MB&F LM2 RED GOLD BLUE – งามหรูด้วยทองชาดตัดสีน้ำเงิน

by: ‘TomyTom’

 

หากเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์นาฬิกาอิสระชื่อดัง MB&F (เอ็มบีแอนด์เอฟ) คงจะจำกันได้ว่าเมื่อครั้งที่ MB&F เปิดตัว LM2 (แอลเอ็มทู) นาฬิกาเลขที่ 2 แห่งตระกูล Legacy Machine (เลกาซี แมชีน) ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2013 นั้น มีเวอร์ชั่นตัวเรือนทองชาด 18K (เวอร์ชั่น LM2 RG) ปรากฎรวมอยู่ด้วย มาถึงปี 2019 นี้ตัวเรือนทองชาดได้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง แต่หนนี้เป็นเวอร์ชั่น ‘Red Gold Blue’ (เรดโกลด์ บลู) ซึ่ง MB&F ยืนยันว่านี่เป็น LM2 เวอร์ชั่นสุดท้ายที่สร้างตัวเรือนด้วยทองชาด 18K แล้ว โดยจะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 12 เรือนเท่านั้น

 

LM2 Red Gold Blue แสดงตัวตนที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นอื่นๆ ของ LM2 ด้วยแท่นเครื่องสีน้ำเงินสดซึ่งเป็นการทำสีด้วยกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า CVD ซึ่งขับเน้นแผ่นหน้าปัดขนาดเล็กสีขาวให้ลอยเด่นมีมิติได้อย่างน่าชม และสร้างความสมบูรณ์ของคู่สีด้วยเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีสีน้ำเงิน ทั้งยังสร้างคู่สีที่แตกต่างด้วยการใช้สีทองกับสะพานจักร 2 ชิ้นที่อยู่ใต้จักรกลอกสีเงิน และสะพานจักรขนาดใหญ่ที่พาดผ่านเฟืองสีทองขนาดใหญ่ ขณะที่ตัวเรือนของเวอร์ชั่นนี้ ยังคงมีขนาด 44.0 มิลลิเมตร เท่ากับ LM2 เวอร์ชั่นอื่นๆ แต่มีความหนา (รวมโดมคริสตัลแซพไฟร์) อยู่ที่ 19.0 มิลลิเมตร เท่ากับเวอร์ชันตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 (ส่วนเวอร์ชั่นอื่นๆ จะอยู่ที่ 20.0 มิลลิเมตร) และคาดกระชับข้อมือด้วยสายหนังจระเข้

 

ความโดดเด่นและเหนือชั้นของ LM2 ได้แก่การดีไซน์กลไกไขลานที่มีพลังงานสำรอง 45 ชั่วโมง ในแบบ 3 มิติ ด้วยการติดตั้งจักรกลอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 11.0 มิลลิเมตร 2 ชุด แขวนอยู่กับท่อนสะพานจักรทรงโค้ง ลอยตัวอยู่เหนือแท่นเครื่องและหน้าปัดบอกเวลา โดยอยู่ใต้โดมคริสตัลแซพไฟร์ที่โค้งสุดๆ สร้ามความประทับใจไม่เสื่อมคลาย โดยสะพานจักรทรงโค้งของ LM2 Red Gold Blue นี้เป็นแบบเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อนกลมขัดเงา เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่ออกมาในช่วงหลัง จักรกลอก 2 ชุดนี้แกว่งตัวทำงานแยกกันอย่างอิสระด้วยกลไกควบคุมคนละชุดกัน แต่อัตราการแกว่งของทั้งคู่จะถูกนำไปเฉลี่ยหาอัตรากลางของการเคลื่อนที่ เพื่อส่งผ่านไปสู่ขบวนเฟืองด้วยระบบกลไกอันซับซ้อนที่ออกแบบขึ้นเพื่อ MB&F โดยเฉพาะ โดยฝีมือของนักประดิษฐ์กลไกเวลาชื่อดัง Jean-François Mojon (ฌอง-ฟรองซัวส์ โมจอง) ขณะที่ความงดงามของการออกแบบและการตกแต่งชิ้นส่วนกลไกด้วยมือ ซี่งยึดรูปแบบแห่งศตวรรษที่ 19 เป็นแนวทางนั้นเป็นผลงานของ Kari Voutilainen (การิ วูติไลเนน) นักประดิษฐ์นาฬิกาผู้เยี่ยมยุทธ์ในด้านนี้ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดในการสร้างรูปแบบกลไกเพื่อเป็นการรำลึกและสดุดีแก่สุดยอดนักประดิษฐ์นาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต 3 ท่าน คือ Abraham-Louis Breguet (อับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์) Ferdinand Berthoud (เฟอร์ดินองด์ แบร์ธูด์) และ Antide Janvier (อองติด ฌองวิเยร์) ผู้คิดค้นระบบกลไกที่ใช้เครื่องควบคุม 2 ชุดทำงานร่วมกัน และนักประดิษฐ์ชั้นยอดแห่งยุคปัจจุบัน Philippe Dufour (ฟิลิปป์ ดูฟูร์) ซึ่งเป็นผู้แรกที่สร้างนาฬิกาข้อมือที่ใช้เครื่องควบคุม 2 ชุด และนำมาเฉลี่ยหาอัตรากลาง ขึ้นมา โดยนาฬิกาเรือนนั้นก็คือ Duality (ดูอลิตี) อันแสนโด่งดัง

 

MB&F LM2 Red Gold Blue ถูกตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 148,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 4,700,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up