UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMETRO ROSE GOLD 33 - เรือนทองแนวโอลด์สคูลจาก NOMOS

METRO ROSE GOLD 33 – เรือนทองแนวโอลด์สคูลจาก NOMOS

by: ‘TomyTom’

 

ช่วงหลังมานี้ แบรนด์นาฬิกาหลายรายเริ่มผลิตนาฬิกาที่มีขนาดตัวเรือนเล็กลงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาออกมาเป็นทางเลือกกันมากขึ้น ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมือนการหวนกลับไปหาขนาดที่นิยมกันในยุคก่อนหน้า ที่แม้แต่คุณผู้ชายก็ใส่นาฬิกาขนาดราว 30.0 มิลลิเมตร กว่าๆ กันเป็นหลัก แต่สำหรับ Nomos Glashütte (โนโมส กลาสฮุตเตอ) แบรนด์นาฬิกาดีไซน์มินิมอลจากเยอรมนีนั้น แม้จะเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งมาไม่นานนัก แต่ก็ผลิตนาฬิกาในขนาดตัวเรือนประมาณนี้ออกมาจำหน่ายตั้งแต่แรกเริ่มจนปัจจุบัน หากแต่ Metro Rose Gold 33 (เมโทร โรส โกลด์ 33) ผลงานใหม่จากคอลเลกชั่น Metro ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้กลับไปไกลยิ่งกว่าด้วยการใช้ตัวเรือนขนาดเล็กเพียง 33.0 มิลลิเมตร ซึ่งทำให้กลายเป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดในตระกูล Metro ทั้งยังมากับวัสดุสูงค่าอย่างทองกุหลาบ 18K ขัดเงาแวววาวด้วย และถึงแม้จะมีขนาดเพียง 33.0 มิลลิเมตร และหนาเพียง 7.7 มิลลิเมตร ก็ยังดูเหมาะกับการเป็นนาฬิกาเดรสเรือนหรูทั้งสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง แต่หากเป็นผู้ชายใส่ก็จะดูเป็นแนว ‘Old-school’ (โอลด์สคูล) ซึ่งก็ดูมีสไตล์ไปอีกแบบ

 

ใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ Nomos มาก็คงพอทราบว่านาฬิกาแทบทั้งหมดของ Nomos จะใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเป็นหลัก ซึ่งในคอลเลกชั่น Metro จะมีก็แต่ Metro Rose Gold Neomatik 39 (เมโทร โรส โกลด์ นีโอเมติก) นาฬิกากลไกอัตโนมัติในตัวเรือนขนาด 38.5 มิลลิเมตร ที่เปิดตัวเมื่อปี 2017 อีกเพียงรุ่นเดียวที่ใช้ตัวเรือนทองกุหลาบ 18K นอกจากนั้นก็มีแค่คอลเลกชั่น Lux (ลักซ์) และ Lambda (ลัมบ์ดา) ซึ่งเป็นนาฬิการะดับหรูของ Nomos เท่านั้นที่ใช้ตัวเรือนทองกุหลาบ 18K หรือทองขาว 18K ดังนั้น Metro Rose Gold 33 ที่ออกมาใหม่จึงมีฐานะเป็นนาฬิกาตัวเรือนทองกุหลาบที่มีราคาเป็นมิตรที่สุดของ Nomos ด้วยตัวเรือนที่มีขนาดเล็กแค่ 33.0 มิลลิเมตร และเครื่องที่เป็นกลไกไขลาน ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.Alpha ซึ่งเป็นกลไกแบบพื้นฐานขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 23.3 มิลลิเมตร หนาเพียง 2.6 มิลลิเมตร ใช้ทับทิมกันสึกหรอ 17 ชิ้น มีพลังงานสำรอง 43 ชั่วโมง แสดงเวลาแบบ 2 เข็มกลางร่วมกับเข็มวินาทีขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งมีความซับซ้อนและต้นทุนต่ำกว่าเครื่องที่ใช้กับนาฬิกาเรือนทองรุ่นอื่นๆ ที่กล่าวมา หากแต่มีศักดิ์ศรีเป็นกลไกชุดแรกที่ Nomos ผลิตขึ้นใช้ตั้งแต่นาฬิการุ่นแรกของตน โดยยังคงใช้อยู่ในหลายคอลเลกชั่นจนถึงปัจจุบัน

 

รูปลักษณ์โดยรวมของ Metro Rose Gold 33 ยังคงมีลักษณะเช่นเดียวกับนาฬิการุ่นอื่นๆ ในคอลเลกชั่น Metro ทั้งรูปแบบของตัวเรือนที่ผนึกด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตลอดจนรูปแบบของหน้าปัดและเข็ม และคล้ายกันเป็นที่สุดกับ Metro Rose Gold Neomatik 39 ทั้งหน้าปัดเคลือบสีขาวเงิน พิมพ์จุดหลักชั่วโมงตำแหน่ง 3, 9 และ 12 ด้วยสีเทา และใช้เข็มชี้ทองกุหลาบ 18K ต่างกันเพียงขนาดและความหนาของตัวเรือน การปราศจากข้อความ ‘Neomatik’ บนหน้าปัด การเปลี่ยนสีของจุดสเกลนาทีจากสีเทาเป็นสีม่วง และรูปแบบของสายนาฬิกาที่ใช้เท่านั้นเอง โดยสายของ Metro Rose Gold 33 จะเป็นหนังฟอกผิวกำมะหยี่สีเบจ ล็อกด้วยหัวเข็มขัดทองกุหลาบ 18K ที่น่าสนใจอย่างยิ่งอีกประการหนึ่งก็คือราคาที่ตั้งไว้เพียง 7,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 220,000 บาท เท่านั้น ซึ่งคงเรียกว่าแพงไม่ได้เมื่อเทียบกับฐานะการเป็นนาฬิกาเรือนทองกุหลาบ 18K กลไก ‘In-house’ จากแบรนด์ Nomos แห่งประเทศเยอรมนี

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up