UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMIDO MULTIFORT M FREEZE - หน้าปัดฟ้าน้ำแข็งสะกดตา

MIDO MULTIFORT M FREEZE – หน้าปัดฟ้าน้ำแข็งสะกดตา

by: ‘TomyTom’

 

ตระกูลนาฬิกาขายดีตั้งแต่ปี 1934 จวบจนปัจจุบันอย่าง Multifort (มัลติฟอร์ท) ของแบรนด์สวิสเก่าแก่นาม Mido (มิโด) ถูกนำเสนอด้วยรูปแบบที่น่าสนใจยิ่งออกมาอีกแล้วด้วยรุ่น Multifort M (มัลติฟอร์ท เอ็ม) ในเวอร์ชั่น Freeze (ฟรีซ) ที่มากับหน้าปัดสีฟ้าและพื้นผิวลายเส้นดุจพื้นน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งเป็นรูปแบบที่น่าสนใจยิ่ง

MITSUBISHI

 

หน้าปัดฟ้าน้ำแข็งของนาฬิการุ่นนี้ นอกจากจะกระทำพื้นผิวเป็นร่องลายเส้นแบบซาตินแนวดิ่งให้ดูมีมิติที่ล้ำลึกแล้ว ยังมีลักษณะของการไล่เฉดเล็กน้อยละมุนตาจากความสว่างส่วนกลางไปสู่สีเข้มขึ้นที่ส่วนริมอีกด้วย ก่อเกิดภาพที่ดูคล้ายกับภาพปรากฏของผิวน้ำแข็งบนผืนทะเลสาบยามต้องแสงอย่างไรอย่างนั้น และเมื่อพินิจพิเคราะห์ให้ละเอียดก็จะพบว่าหน้าปัดชิ้นนี้มีการตัดเซาะผิวลงไปเป็นร่องเหลี่ยมคางหมู ณ ตำแหน่ง 12, 3, 6 และ 9 นาฬิกา พร้อมยกสันสูง เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับหลักชั่วโมงรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู และยังเว้นพื้นที่บริเวณแนวขอบแล้วพิมพ์ขีดหลักชั่วโมงสีดำลงไป ล้อมด้วยแนวขอบหน้าปัดพื้นลาดสีฟ้าปัดลายเส้นแนววงพร้อมสเกลนาที-วินาทีสีดำเป็นขีดกับตัวเลข ส่วนหลักชั่วโมงตำแหน่งที่เหลือก็เป็นรูปกลมที่ยกขอบสูงด้วยเช่นกัน

 

หน้าต่างสำหรับแสดงวันกับวันที่ถูกยกกรอบเป็นแนวลาดมาในลักษณะของกรอบรูป อ่านค่าได้ชัดเจนด้วยพื้นจานสีขาวพิมพ์อักษรกับเลขสีดำ นำมาซึ่งมิติที่สวยงามชวนมอง และดูมีความซับซ้อน ปิดท้ายด้วยเข็มเคลือบโรเดียมเน้นเหลี่ยมสัน โดยบนเข็มชั่วโมงกับเข็มนาที กับหลักชั่วโมงทั้ง 12 ก็เคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวให้แสงสีฟ้า-เขียวมาพร้อมสรรพ และสีขาวของสารเรืองแสงก็เข้ากับสีของจานวันที่เป็นอย่างดี

 

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.0 มิลลิเมตร พร้อมขอบตัวเรือนแนวลาดเกลี้ยงเกลา ผนึกด้านหน้าด้วยแซพไฟร์คริสตัลที่เคลือบสารกันแสงสะท้อนมาทั้ง 2 ฝั่ง และใช้ฝาหลังขันเกลียวเป็นแบบกรุกระจกใส รวมความหนา 11.0 มิลลิเมตร เม็ดมะยมเป็นแบบขันเกลียว เพื่อให้กันน้ำได้ถึงระดับ 100 เมตร ทั้งตัวเรือนฝั่งด้านหน้าและขอบตัวเรือนได้รับการขัดมาอย่างเงางาม ขณะที่ด้านข้างของตัวเรือนและด้านหน้าของสายสเตนเลสสตีลสไตล์สปอร์ต 3 แถว พร้อมตัวล็อกแบบบานพับตกแต่งผิวด้วยการการปัดลาย ทั้งตัวสายยังมีสลักล็อกให้สามารถถอดสายได้อย่างสะดวก

 

กลไกที่ใช้เป็นเครื่องตระกูล ‘Powermatic’ (เพาเวอร์เมติก) ของ ETA (อีทีเอ) โดยสำหรับ Mido จะเรียกว่า Cal.80 กลไกนี้มีพื้นฐานเป็นเครื่องอัตโนมัติ จำนวนทับทิม 25 เม็ด บอกเวลา 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันบอกวันกับวันที่ Cal.C07.621 ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง โดย Mido นำตัวเลขที่ได้นี้ไปตั้งเป็นชื่อคาลิเบรอ สายใยจักรกลอกทำขึ้นจาก ‘Nivachron’ (นิวาครอง) ซึ่งต้านทานสนามแม่เหล็กและแรงสะเทือนได้ดี ส่วนโรเตอร์เป็นแผ่นทึบสีเงิน ตกแต่งลายแถบริ้วสไตล์เจนีวาตามลักษณะนิยมของ Mido

 

Mido Multifort M Freeze ถูกตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 34,700 บาท เท่านั้น ซึ่งไม่แพงเลยสำหรับนาฬิกาเรือนสตีล หน้าปัดสวยๆ กลไกอัตโนมัติพลังงาน 80 ชั่วโมง เช่นนี้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up