UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMIDO MULTIFORT TV BIG DATE LIMITED EDITION S01E01 - เรือนทีวีหน้า ‘Test Card’...

MIDO MULTIFORT TV BIG DATE LIMITED EDITION S01E01 – เรือนทีวีหน้า ‘Test Card’ จากยุคอนาล็อก

by: ‘Mr.Big’

 

ย้อนกลับไปสมัยปลายศตวรรษที่ 20 ในช่วงทีวีจอแก้วทำการรับส่งสัญญาณแบบอนาล็อก เมื่อถึงเวลากลางดึก สถานีโทรทัศน์ต่างๆ จะทำการปิดสถานีและจะเปิดอีกครั้งในช่วงเช้ามืด โดยช่วงเวลาก่อนที่จะปิดหรือเปิดสถานี จะปรากฏภาพบนหน้าจอโทรทัศน์เป็นสัญลักษณ์วงกลมบนช่องตารางสี่เหลี่ยม ซึ่งมีแท่งสีต่างๆ บรรจุอยู่ภายใน สิ่งนั้นเรียกว่า ‘ภาพทดสอบ’ หรือ ‘Test Card’ (เทส การ์ด) และวันนี้ Mido (มิโด) ก็ได้นำสัญลักษณ์แสนคลาสสิกดังกล่าวมารังสรรค์เป็นลวดลายบนผืนหน้าปัดให้กับคอลเลกชั่นสไตล์เรโทรที่ได้แรงบันดาลใจจากโทรทัศน์จอแก้วในยุคอนาล็อกอย่าง Multifort TV (มัลติฟอร์ต ทีวี) ออกมาเป็นเรือนเวลาสุดเก๋ที่มีชื่อรุ่นว่า Multifort TV Big Date Limited Edition S01E01 (มัลติฟอร์ต ทีวี บิ๊ก เดท ลิมิเต็ด เอดิชั่น เอสซีโรวันอีซีโรวัน) ซึ่งรหัส ‘S01E01’ นั้นหมายถึง ‘Series 1 Edition 1’ (ซีรีส์ วัน เอดิชั่น วัน) นั่นเอง โดยจำกัดจำนวนผลิตไว้แค่ 999 เรือน

MITSUBISHI

 

เรือนเวลารุ่นพิเศษนี้ยังคงมาในดีไซน์ตัวเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ ในรูปทรงเหลี่ยมโค้งมนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากจอโทรทัศน์อนาล็อกช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นรูปแบบที่ Mido เคยใช้สร้างสรรค์มาแล้วในปี 1973, 1980 และ 2000 โดยมาพร้อมงานแต่งผิวแบบปัดด้านสลับกับงานขัดเงาบริเวณขอบข้าง มอบความรู้สึกย้อนยุคอย่างมีระดับ กับขนาด 40.0 มิลลิเมตร หนา 11.5 มิลลิเมตร และความยาวจากขาสายสู่ขาสายหรือ ‘Lugs to Lugs’ (ลักส์ ทู ลักส์) ที่ 46.85 มิลลิเมตร ติดตั้งเม็ดมะยมแบบขันเกลียวเพื่อมอบความมั่นใจในการกันน้ำที่ 100 เมตร

 

หน้าปัดได้รับการปกป้องด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน มอบความชัดเจนในการชื่นชมหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยลวดลายและสีสันอันโดดเด่นของ ‘ภาพทดสอบ’ หรือ ‘Test Card’ ที่ประกอบด้วยแม่สีของแสง และแถบชุดสีโมโนโครม ซึ่งไม่ได้ใช้วิธีการทำเพียงแค่พิมพ์ภาพลงบนพื้นแบบธรรมดาเฉยๆ แต่ยังลงรายละเอียดองค์ประกอบของรูปเรขาคณิตที่มีความนูนหนาทรงพีระมิด เพื่อให้เกิดมิติแสงและเงา พร้อมพื้นผิวแบบพ่นทราย ขณะที่หลักชั่วโมงก็ใช้วิธีการฉลุพื้นเป็นเบ้าทรงกลมสลับทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ภายในบรรจุสารเรืองแสงสีขาวเอาไว้ เช่นเดียวกับบนเข็มชี้ เพื่อให้สามารถอ่านค่าเวลาของการแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม ได้ชัดเจน โดยไม่สับสนกับสีสันและองค์ประกอบของลวดลาย ตกแต่งขอบหน้าปัดด้วยแทร็คเวลาสีขาวบนพื้นสีดำ โดยมีตัวเลข 60 คั่นอยู่ระหว่างข้อความ ‘Limited Edition’ บริเวณด้านบน เสริมด้วยการแสดงวันที่แบบ ‘Big Date’ ซึ่งใช้จานดิสก์สีดำกับตัวเลขอารบิกสีขาว ภายในช่องหน้าต่างคู่ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา

 

การทำงานเป็นหน้าที่ของกลไกออโตเมติก Cal.80 ซึ่ง Mido พัฒนาขึ้นจากเครื่องฐาน Cal.ETA C07.651 ที่มีความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ใช้สายใยจักรกลอก ‘Nivachron’ (นิวาครอง) ที่สนามแม่เหล็กไม่อาจส่งผลใดๆ ต่อการทำงาน สามารถกักเก็บพลังงานได้ 80 ชั่วโมง พร้อมงานขัดแต่งแท่นเครื่องและโรเตอร์เป็นลาย ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) ซึ่งสามารถชื่นชมกลไกชุดนี้ได้ทางฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ จับคู่มากับสายสเตนเลสสตีลทรงข้อแบบ ‘H-link’ (เอชลิงก์) สไตล์ ‘Integrated’ (อินทีเกรเต็ด) พร้อมแถมสายยางปั๊มลายเหลี่ยมนูนสีเหลืองและสีเทอร์คอยส์มาให้สลับใช้เพื่อแมทช์กับทุกบุคลิกการแต่งตัว ผลิตมาให้เป็นเจ้าของกันด้วยจำนวน 999 เรือน ในราคา 51,800 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up