UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMILLE MIGLIA 2019 RACE EDITION - กลิ่นอายสปอร์ตจากการแข่งขันของวันวาน

MILLE MIGLIA 2019 RACE EDITION – กลิ่นอายสปอร์ตจากการแข่งขันของวันวาน

by: ‘Mr.Big’

 

การแข่งขันรถยนต์รายการ ‘Mille Miglia’ (มิลลี มิเกลีย) หรือ ‘1,000 ไมล์’ นั้นจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1927 โดยกลุ่มนักแข่งรถชาวอิตาลี มีเส้นทางซึ่งเริ่มจากเมืองเบรสซา (Brescia) ไปยังกรุงโรม แล้ววกกลับไปยังเบรสซาโดยใช้อีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดกินระยะทางประมาณ 1,000 ไมล์ หรือ 1,600 กิโลเมตร และได้ถูกจัดการแข่งขันขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะพักการแข่งขันเนื่องจากอุบัติเหตุร้ายแรงในปี 1957 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นก็ถูกฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในปี 1977 ในวาระฉลอง 50 ปี แห่งการก่อกำเนิด โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันมาเป็นลักษณะขบวนแรลลี่ของรถโบราณที่ผลิตในช่วงระหว่างปี 1927-1957

 

กระทั่งในปี 1988 ยอดแบรนด์หรู Chopard (โชพาร์) ได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในรายการแข่งรถโบราณ ‘Mille Miglia’ (มิลลี มิเกลีย) นี้ และได้ผูกสัมพันธ์กันมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีการสร้างสรรค์เรือนเวลาภายใต้ชื่อคอลเลกชั่น Mille Miglia ออกมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเช่นกัน กลายเป็นคอลเลกชั่นระดับตำนานที่คอนาฬิกาต่างเฝ้ารอที่จะยลโฉมเอกลักษณ์สปอร์ตคลาสสิกนั้น และในปี 2019 นี้ก็ได้เผยโฉม Mille Miglia 2019 Race Edition (มิลลี มิเกลีย 2019 เรซ เอดิชั่น) ที่ยังคงแสดงอัตลักษณ์เชื่อมโยงกับการแข่งรถคลาสสิกไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

 

Mille Miglia 2019 Race Edition เผยโฉมด้วยดีไซน์สปอร์ตในรูปแบบที่คล้ายคลึงกับรุ่นก่อนหน้านี้ รายละเอียดต่างๆ ถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น เช่นสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) ถูกย้ายไปติดตั้งบนวงแหวนขอบตัวเรือนอะลูมิเนียมสีดำ จากของเดิมที่ติดตั้งอยู่ที่ขอบหน้าปัดชั้นนอกซึ่งในรุ่นใหม่นี้แทนที่ด้วยสเกลเวลา 60 นาที หรือการใช้มาร์คเกอร์แทนตัวเลขอารบิกเพื่อให้ดูสบายตายิ่งขึ้น ในส่วนของฟังก์ชันต่างๆ ยังคงรูปแบบการแสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่งไว้เช่นเดิม โดยแยกวินาทีไปไว้ในหน้าปัดย่อยที่ 9 นาฬิกา ส่วนเข็มวินาทีหลักทำหน้าที่จับเวลา ร่วมกับค่าจับเวลาในหน่วยชั่วโมงและนาทีในหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 6 และ 12 นาฬิกาตามลำดับ ทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่บนพื้นหน้าปัดสีเทาที่สลักลายวงคลื่น ตัดด้วยวงหน้าปัดย่อยสีเทาเข้มที่สลักลายวงคลื่นแบบแผ่นไวนีลอย่างประณีต เสริมด้วยช่องหน้าต่างแสดงวันที่พร้อมเลนส์ขยาย ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา

 

สำหรับกลไกทำงานนั้น นาฬิกาเรือนนี้ใช้กลไกออโตเมติกโครโนกราฟที่พัฒนาและปรับแต่งขึ้นมาจากชุดจักรกลยอดนิยมอย่าง Cal.ETA 7750 ที่ได้รับมาตรฐานความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์จากสถาบัน COSC สามารถสำรองพลังงานได้นาน 48 ชั่วโมง มาพร้อมตัวเรือนขนาด 44.0 มิลลิเมตร หนา 14.63 มิลลิเมตร กันน้ำ 100 เมตร ใน 2 ทางเลือกวัสดุ ได้แก่ตัวเรือนสเตนเลสสตีล และตัวเรือนสองกษัตริย์ที่รังสรรค์จากสเตนเลสสตีลสลับทองกุหลาบ 18K ฝาหลังแบบทึบ สลักโลโก้การแข่งขัน ‘Mille Miglia’ และชื่อเมืองของเส้นทาง ‘Brescia > Roma > Brescia’ ประกอบกับสายหนังเจาะรูสไตล์เรซซิ่งบุพื้นยางที่ปั๊มเป็นลายดอกยางรถยนต์ ‘Dunlop’ (ดันล็อป) ในยุค 60s ผลิตในจำนวนจำกัด แบ่งเป็นรุ่นสองกษัตริย์เพียง 250 เรือน ในราคาตั้งที่ 9,950 ยูโร (ประมาณ 3.8 แสนบาท) และรุ่นสเตนเลสสตีลในจำนวนผลิต 1,000 เรือน ราคา 6,800 ยูโร (ประมาณ 2.6 แสนบาท)

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up