UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMINERVA IN HERITAGE SMALL SECOND - ดับเบิลคลาสสิก

MINERVA IN HERITAGE SMALL SECOND – ดับเบิลคลาสสิก

by: ‘TomyTom’

 

จู่ๆ Montblanc (มงต์บลอง) ก็มอบเซอร์ไพรส์ให้กับคนรักนาฬิกาด้วยการออกเรือนเวลาแนวคลาสสิก แสดงเวลาแบบ 2 เข็มกลาง ร่วมกับเข็มวินาทีขนาดเล็ก ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน ผลิตจำนวนจำกัดรุ่นพิเศษ Heritage Small Second Limited Edition 38 (เฮอริเทจ สมอลล์ เซกันด์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 38) Ref.124781 ด้วยจำนวนการผลิตเพียง 38 เรือน มาให้ได้ชื่นชมกัน ความพิเศษยิ่งของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ การนำเครื่อง Minerva (มิเนอร์วา) ที่ผลิตขึ้นมาในปี 2003 มาเป็นขุมพลังในการขับเคลื่อน ทั้งยังมาพร้อมกับหน้าปัดที่ออกแบบรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นพิเศษเพื่อใช้สำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ

 

ความน่าสนใจของกลไกคาลิเบรอนี้ก็คือ สร้างขึ้นระหว่างที่โรงงานผลิตนาฬิกา Minerva อยู่ภายใต้การครอบครองของเศรษฐีชาวอิตาเลียน Emilio Gnutti (เอมิลิโอ ยุตติ) ผู้มุ่งมั่นในการยกระดับนาฬิกา Minerva จากระดับคุณภาพมาตรฐานชั้นยอดสู่การเป็นนาฬิการะดับสูงที่เพิ่มความงดงามด้านการตกแต่ง โดยเฉพาะในส่วนของกลไกเข้ามา กลไกแบบดั้งเดิมของ Minerva จึงถูกสร้างขึ้นมาใหม่ และผ่านการตกแต่งตามแบบฉบับนาฬิการะดับสูง แต่ยังไม่ทันนำมาใช้ เขาก็ขาย Minerva ให้กับกลุ่ม ‘Richemont’ (ริชมอนต์) ซึ่งต่อมาได้รวม Minerva เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Montblanc ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เพื่อให้ Minerva ทำหน้าที่สร้างกลไกระดับสูงให้กับ Montblanc

 

ด้วยความที่กลไกไขลาน Minerva ซึ่งประกอบและตกแต่งเสร็จเมื่อปี 2003 นี้มีจำนวนไม่มากนัก การผลิตนาฬิการุ่นพิเศษขึ้นแบบจำนวนจำกัดจึงเป็นทางออกเดียวที่จะส่งมอบคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์ของ Minerva สู่คนรักนาฬิกาได้ โดยต้นแบบในการสร้างกลไกชุดนี้ก็คือเครื่อง ‘Pythagore’ (ไพธากอร์) อันโด่งดังของ Minerva ที่ออกแบบสร้างขึ้นมาในยุค 1940s แต่ลักษณะอันแข็งแรงทนทานของคาลิเบรอต้นฉบับได้ถูกเพิ่มความงดงามด้วยการออกแบบรูปทรงของสะพานจักรขึ้นมาใหม่ให้มีลักษณะเป็นแนวโค้งอันลื่นไหล ร่วมด้วยการตกแต่งตามแบบฉบับกลไกระดับสูง ทั้งยังมีการปรับปรุงชิ้นส่วนต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้นด้วย เช่น จักรกลอกที่เปลี่ยนมาใช้สกรูในการปรับตั้ง ใช้สายใยจักรกลอกที่ทางโรงงานผลิตขึ้นเอง และชิ้นส่วน ‘Swan’s Neck Regulator’ (สวอนส์ เน็ค เรกูเลเตอร์) ที่สร้างให้มีส่วนปลายเป็นทรงศรแบบหางปีศาจเพื่อสื่อถึงตราสัญลักษณ์ของ Minerva ส่วนบนสะพานจักรก็สลักด้วยถ้อยชื่อ ‘Minerva’ และ ‘Villeret’ (วิลเญอเรต์) อันเป็นชื่อถิ่นที่ตั้งของโรงงานตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงกลไก Minerva ภายใต้การดำเนินงานของ Montblanc ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ทำงานที่ความถี่ 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง โดยสามารถสำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง สำหรับชื่อเรียกขานอย่างเป็นทางการที่ทาง Montblanc กำหนดให้กับกลไก Minerva ชุดนี้ก็คือ Cal.MB M62.00

 

หน้าปัดสีแซลมอนของรุ่นนี้ถูกออกแบบขึ้นมาเป็นการเฉพาะ โดยยังคงยึดรูปแบบพื้นผิวเล่นระดับที่เปี่ยมด้วยมิติจากการขัดแต่งให้เป็นลายรัศมีออกจากจุดศูนย์กลางคั่นด้วยพื้นที่บริเวณระนาบวงแหวนตามแนวหลักชั่วโมงที่ตกแต่งเป็นลายฝ้าผิวหยาบเช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ใน Montblanc Heritage คอลเลกชั่นปัจจุบัน แต่เพิ่มรายละเอียดด้วยการตกแต่งลายก้นหอยบนพื้นวงวินาที ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และมีการเติมสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวเอาไว้บนหลักชั่วโมงที่เป็นชิ้นโลหะทรงกลมขนาดเล็กกับชิ้นโลหะเลขอารบิกขนาดใหญ่ เข็มชั่วโมงและนาทียังคงเป็นแบบเคลือบโรเดียมดำทรงดาบ พร้อมแถบขีดสารเรืองแสงสีขาวเหมือนกับรุ่นอื่นๆ ขณะที่ตำแหน่งใต้ตราสัญลักษณ์ Montblanc แบบยุคก่อนที่มีภาพภูเขาคั่นอยู่กลางชื่อนั้นมีการพิมพ์รหัสคาลิเบรอเพิ่มไว้ อีกทั้งใต้สเกลนาทีบริเวณตำแหน่ง 4-5 นาฬิกายังปรากฎชื่อ Minerva เพื่อย้ำความพิเศษด้วย ทั้งหมดนี้อยู่ในตัวเรือนขนาด 39.0 มิลลิเมตร หนา 9.45 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 50 เมตร ทำจากสเตนเลสสตีลขัดเงาซึ่งยังคงมีรูปทรงเหมือนกับรุ่นมาตรฐานของคอลเลกชั่น Montblanc Heritage (ที่ทั้งตัวเรือนและดีไซน์หน้าปัดมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากนาฬิกาข้อมือของ Minerva จากยุค 1940-1950s) ผนึกแซพไฟร์คริสตัลทรงโดมโค้ง และแน่นอนว่าจะต้องใช้ฝาหลังชนิดกรุคริสตัลแซพไฟร์ใสเพื่อเผยให้เห็นคุณค่าแห่งกลไก Minerva โดยจับคู่มากับสายหนังจระเข้พร้อมตัวล็อกชนิดบานพับ และสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของนาฬิกา Montblanc Heritage Small Second Limited Edition 38 Ref.124781 ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 38 เรือนรุ่นนี้ คงต้องรีบหาทางจับจอง เพราะโอกาสที่จะได้ครอบครองกลไก Minerva แท้ๆ เช่นนี้คงไม่ได้มีบ่อยนัก ยิ่งกับสนนราคาที่ตั้งไว้แค่ 17,900 ยูโร หรือราว 660,000 บาทด้วยแล้ว

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up