UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMONACO 1999-2009 SPECIAL EDITION - รุ่นที่ 4 จากซีรีส์ 50 ปี MONACO

MONACO 1999-2009 SPECIAL EDITION – รุ่นที่ 4 จากซีรีส์ 50 ปี MONACO

by: ‘TomyTom’

 

และแล้วการเดินทางของซีรีส์นาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ผลิตจำนวนจำกัด Monaco Calibre 11 50th Anniversary Special Edition (โมนาโค คาลิเบรอ 11 เดอะ ฟิฟตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี สเปเชียล เอดิชั่น) ของ TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) ภายใต้โลโก้ Heuer (ฮอยเออร์) แบบดั้งเดิมเพื่อฉลองอายุ 50 ปีให้กับการถือกำเนิดนาฬิกาเรือนเหลี่ยม Heuer Monaco ณ วันนี้ก็เดินทางมาถึงเอดิชั่นที่ 4 จากที่กำหนดไว้ทั้งหมด 5 รุ่นแล้ว หลังจากทยอยเปิดตัวมาอย่างต่อเนื่องทีละรุ่นตลอดปี 2019 นี้ ซึ่งแต่ละเอดิชั่นนั้นมีฐานะเป็นตัวแทนของแต่ละช่วงทศวรรษของ Monaco อันเริ่มตั้งแต่ 1970’s Special Edition แห่งช่วงปี 1969-1979, 1980’s Special Edition แห่งช่วงปี 1979-1989 และ 1990’s Special Edition แห่งช่วงปี 1989-1999 จนมาถึง 2000’s Special Edition นาฬิกาลำดับที่ 4 ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งช่วงทศวรรษ 1999-2009 โดยแต่ละเอดิชั่นจะใช้สีสันและรูปแบบการตกแต่งที่แตกต่างกัน เพื่อสะท้อนลักษณะของนาฬิกาในแต่ละช่วงทศวรรษ

 

เอดิชั่นที่ 4 ของซีรีส์ Monaco 50 ปี อันเป็นตัวแทนแห่งทศวรรษ 1999-2009 นี้มากับหน้าปัดที่ใช้คู่สีดำ-ขาว และตกแต่งรายละเอียดด้วยสีแดง ซึ่งก็เป็นชุดสีที่ผู้ผลิตหลายต่อหลายแบรนด์นิยมใช้กับนาฬิกาอารมณ์มอเตอร์สปอร์ตในยุคทศวรรษ 2000s นั่นเอง พื้นหน้าปัดสีดำผิวโอปอลีน (Opaline) ราบเรียบตัดกับพื้นหน้าปัดขนาดเล็กสีขาวผิวโอปอลีนซึ่งเป็นคู่สีแบบ ‘Reversed-panda’ (รีเวิร์สด์แพนด้า) ที่หลายท่านชื่นชอบผนวกกับแถบวงแหวนสีขาวพร้อมสเกลสีดำและขีดหลักชั่วโมงสีแดงร่วมกับจุดสารเรืองแสงสีส้มที่ผุดขึ้นมาตัดอารมณ์ความเหลี่ยมของดีไซน์นาฬิกาได้อย่างน่าประทับใจโดยสอดคล้องต้องกับสารเรืองแสงสีแดงบนปลายสามเหลี่ยมของเข็มชั่วโมงกับนาทีสีเงิน และสีแดงของเข็มวินาทีอย่างลงตัว ส่วนเข็มขนาดเล็กเลือกใช้เป็นสีดำเพื่อให้ตัดกับสีขาวของพื้นวงหน้าปัดขนาดเล็กทั้ง 2 ทั้งยังคงชิ้นหลักชั่วโมงสีเงินขัดเงาที่ทอดตัวเป็นแนวขวางตามสไตล์ดั้งเดิมของ Monaco ซึ่งอยู่บริเวณริมหน้าปัดเอาไว้เช่นเดิม โดยไม่ดูขัดกันแต่อย่างใด ปิดท้ายด้วยสายหนังวัวฉลุรูระบายอากาศซึ่งใช้เป็นสีดำและเย็บตะเข็บด้วยด้ายสีขาวตามชุดสีบนหน้าปัด พร้อมตัวล็อdชนิดบานพับสเตนเลสสตีลขัดเงา

 

สำหรับรายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆ ยังคงไม่แตกต่างกับ 3 เอดิชั่นของซีรี่ส์ 50 ปี Monaco ที่เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39.0 x 39.0 มิลลิเมตร ปัดลายร่วมกับขัดเงา ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัล และฝาหลังแบบทึบสลักข้อความ ‘One of 169’ (วันออฟ 169) และข้อความบ่งบอกถึงเอดิชั่น ซึ่งสำหรับรุ่นที่ 4 นี้ระบุเป็น ‘1999-2009 Special Edition’ (1999-2009 สเปเชียล เอดิชั่น) กันน้ำได้ 100 เมตร โดยมีเม็ดมะยมอยู่ฝั่งซ้ายและมีปุ่มกดอยู่ฝั่งขวาของตัวเรือน ทำงานด้วยเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติ Cal.11 เจเนอเรชั่นปัจจุบันซึ่งเป็นการนำกลไกความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 40 ชั่วโมงพร้อมฟังก์ชั่นวันที่ Cal.Sellita SW-300 มาปรับแต่ง  และติดตั้งโมดูลกลไกโครโนกราฟจับเวลา 30 นาทีของ Dubois-Dépraz (ดูบัวส์-เดปราซ์) เข้าไป รวมไปถึงจำนวนการผลิตที่กำหนดไว้เพียง 169 เรือน และราคาจำหน่ายที่ 6,550 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 200,000 บาทนิดๆ

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up