UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMONTBLANC 1858 GEOSPHERE BLUE – โลกสีน้ำเงิน

MONTBLANC 1858 GEOSPHERE BLUE – โลกสีน้ำเงิน

by: ‘Mr.Big’

 

เมื่อปีที่แล้ว Montblanc (มงต์บลอง) เผยโฉมรูปแบบใหม่ของคอลเลกชั่น 1858 Geosphere (1858 จิโอสเฟียร์) ที่สวยงามแปลกตาด้วยการสร้างสรรค์ตัวเรือนจากบรอนซ์ พร้อมหน้าปัดสีเขียว ซึ่งถือเป็นเทรนด์นิยม มาปีนี้ก็ยังคงตามเทรนด์ด้วยการสร้างสรรค์ในสีน้ำเงิน เฉดสีหลักที่กำลังเป็นเทรนด์แรงต่อเนื่อง ในรุ่น 1858 Geosphere Blue (1858 จิโอสเฟียร์ บลู)

 

สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ นอกจากการเปลี่ยนไปของสีหน้าปัดที่เป็นประเด็นหลักแล้ว วัสดุที่ใช้สร้างสรรค์ยังเปลี่ยนจากบรอนซ์มาเป็นไทเทเนียม ภายใต้ดีไซน์ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้อย่างเหนียวแน่น ในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตัวเรือน 42.0 มิลลิเมตร หนา 12.8 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร ขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ 2 ทิศทาง ตกแต่งด้วยวงแหวนเซรามิกสีน้ำเงิน สลักเครื่องหมายเข็มทิศ ปกป้องหน้าปัดด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ เคลือบสารกันการสะท้อนชนิด ‘AR-coated’ (เออาร์โคเตด)

 

หน้าปัดยังคงเลย์เอาท์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของรุ่น ในพื้นสีน้ำเงินเข้มที่ดีไซน์แบบไล่โทนสว่างจากจุดศูนย์กลาง ตกแต่งด้วยตัวเลขอารบิกสลับกับมาร์คเกอร์ พร้อมโชว์ซิกเนอเจอร์ของรุ่นนั่นคือดิสก์รูปลูกโลกผ่าครึ่งที่ดีไซน์เป็นรูปแผนที่ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ ติดตั้งอย่างขนานกันที่ตำแหน่ง 12 และ 6  นาฬิกา จัดแสดงฟังก์ชัน ‘World Time’ (เวิลด์ ไทม์) แบบ 24 ชั่วโมง ที่สามารถอ้างอิงค่าความต่างของเวลาด้วยการดูแผนที่จากขั้วโลกเหนือหรือขั้วโลกใต้ โดยแสดงเส้นไพรม์เมอริเดียน หรือเส้นแวงแรกที่ลากผ่านเมืองกรีนิช (Greenwich) ซึ่งเป็นมาตรฐานเวลากลาง โดยเน้นตัวเส้นด้วยไฮไลต์สีฟ้า จากรูปแบบดังกล่าวจึงทำให้สามารถรู้ค่าความต่างของเวลาพร้อมกับเวลาท้องถิ่นในแต่ละเมืองด้วยการนับจำนวนช่องของเส้นเมอริเดียนที่ปรากฏ  ถือเป็นการออกแบบฟังก์ชันที่ช่วยให้การใช้งานระบบ ‘World Time’ มีความสะดวกและเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังจัดแสดงเวลาไทม์โซนที่ 2 ในรูปแบบปกติไว้บนหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 9 นาฬิกาด้วย ส่วนการแสดงเวลา ณ พื้นที่ปัจจุบันถูกจัดแสดงในรูปแบบ 2 เข็ม เสริมด้วยการแสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างที่ติดตั้งบริเวณ 3 นาฬิกาอย่างกลมกลืน

 

นอกจากนั้นในดิสก์รูปลูกโลกทั้ง 2 ยังซ่อนลูกเล่นที่น่าสนใจไว้ 2 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือการแต้มจุดสีฟ้าเพื่อบอกตำแหน่งที่ตั้งของยอดเขาสำคัญทั้ง 8 อันได้แก่ Everest (เอเวอร์เรสต์) Puncak Jaya (ปุนจัก จายา) Elbrus (เอลบรัส) Vinson Massif (วินสัน มาซซิฟ) Denali (ดีนาลิ) Aconcagua (อคอนคากัว) Kilimanjaro (คิริมานจาโร) และยอดเขา Montblanc ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ส่วนอีกหนึ่งลูกเล่นที่ซ่อนอยู่คือการเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีเขียวลงบนแผนที่ทั้งซีกโลกเหนือ ซีกโลกใต้ และเส้นไพรม์เมอริเดียนด้วย ทำให้เมื่อมองนาฬิกาเรือนนี้จากที่มืด ก็จะเห็นแผนที่โลกเรืองแสงขึ้นมาพร้อมเส้นไพรม์เมอริเดียน ควบคู่ไปกับเข็มและตัวเลขที่มีการเคลือบฉาบสารเรืองตามปกติ

 

ความสามารถทั้งหมดทั้งมวลที่ เกิดขึ้นจากการทำงานของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.MB 29.25 ที่มีอัตราความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ติดตั้งทับทิมกันสึก 26 เม็ด สามารถสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง ฝาหลังเทเทเนียม สลักเป็นลวดลายยอดเขา Montblanc พร้อมเครื่องหมายค้อนปีนเขาบนเข็มทิศดวงดาว Montblac เลือกประกอบกับสายหนังจระเข้ขัดผิวเรียบแบบ ‘Sfumato’ (สฟูมาโต) หรือสายไทเทเนียมซึ่งสลับข้อกลางด้วยสเตนเลสสตีล วางราคาจำหน่ายแบบคุ้มค่าไว้ที่ 5,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 191,400 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up