UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesMOONWATCH CALIBRE 321 IN STEEL - เปิดทศวรรษใหม่กับสิ่งที่เฝ้ารอ

MOONWATCH CALIBRE 321 IN STEEL – เปิดทศวรรษใหม่กับสิ่งที่เฝ้ารอ

by: ‘TomyTom’

 

ในที่สุดสิ่งที่แฟนนาฬิกา Omega (โอเมก้า) เฝ้ารอก็มาถึง โดยทางแบรนด์ได้เริ่มทศวรรษใหม่ 2020s อย่างเร้าใจด้วยการปล่อย Speedmaster Moonwatch Chronograph 39.7 MM Calibre 321 (สปีดมาสเตอร์ มูนวอทช์ โครโนกราฟ 39.7 มิลลิเมตร. คาลิเบรอ 321) Ref.311.30.40.30.01.001 ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลออกสู่ตลาด หลังจากที่เปิดตัวการกลับมาของกลไกระดับตำนานชุดนี้ด้วย Speedmaster Moonwatch Professional Chronograph 42 MM Caliber 321 (สปีดมาสเตอร์ มูนวอทช์ โปรเฟสชันแนล โครโนกราฟ 42 มิลลิเมตร คาลิเบรอ 321) ในตัวเรือนแพลทินัมซึ่งวางราคาสูงลิบถึง 2.065 ล้านบาทไปเมื่อกลางปี 2019 หากแต่การเผยโฉมรุ่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลนี้ Omega กลับใช้ตัวเรือนคนละแบบกับรุ่นแพลทินัม โดยเลือกใช้ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Speedmaster เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งเป็นแบบที่มนุษย์อวกาศ Ed White (เอ็ด ไวท์) สวมใส่ในขณะออกก้าวย่างในอวกาศเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์อเมริกันเมื่อปี 1965 ซึ่งถือกันว่าเป็น Omega เรือนแรกที่สัมผัสห้วงอวกาศอย่างแท้จริง

 

ตัวเรือนของ Speedmaster Calibre 321 เวอร์ชั่นสเตนเลสสตีลนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 39.7 มิลลิเมตร ซึ่งเล็กกว่าขนาด 42.0 มิลลิเมตร ของ Speedmaster Professional Moonwatch Cal.321 Platinum อย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงมากับแผ่นวงแหวนขอบตัวเรือนเซรามิก ‘ZrO2’ สีดำเงา พร้อมสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) สีขาว โลโก้ Omega แบบวินเทจบนหน้าปัด และเข็มแบบ ‘Moonwatch’ รูปแบบดั้งเดิมเช่นเดียวกัน ส่วนสายสเตนเลสสตีลนั้นมาในรูปแบบเดียวกับสายของ Speedmaster Professional 50th รุ่นฉลอง 50 ปี แต่มีความกว้าง]f]’ 1.0 มิลลิเมตร และแน่นอนว่าเมื่อใช้กลไกสุดแสนภาคภูมิอย่าง Cal.321 ก็ต้องมาพร้อมกับฝาหลังแบบกรุแผ่นแซพไฟร์คริสตัล ส่วนกระจกหน้าปัดทรงโดมนั้นเป็นแซพไฟร์คริสตัลที่เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนไว้ที่ฝั่งด้านใน

 

หน้าปัดสีดำของ Moonwatch Calibre 321 เรือนสเตนเลสสตีลนี้มาในลักษณะต่างระดับ โดยบริเวณวงสเกลริมขอบหน้าปัดจะต่ำกว่าพื้นที่ตรงกลางอย่างชัดเจน ส่วนวงหน้าปัดขนาดเล็กทั้ง 3 ก็มีลักษณะเป็นจานยุบลงไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสร้างมิติน่าสนใจให้กับหน้าปัดได้เป็นอย่างดี ทั้งยังใช้สารเรืองแสงบนหลักชั่วโมงและเข็มชี้เป็นโทนสีเบจเพื่อขับเน้นอารมณ์วินเทจให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น

Cal.321 นั้นเป็นเครื่องโครโนกราฟแบบขึ้นลานด้วยมือระดับตำนานของ Omega ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของเครื่องโครโนกราฟแบบ ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) จับเวลาสูงสุด 12 ชั่วโมง รหัส CH27 ของ Lémania (เลมาเนีย) ผู้ผลิตกลไกเวลาที่อยู่สังกัดเดียวกับ Omega ในขณะนั้น โดยพัฒนาและผลิตขึ้นราวกลางทศวรรษ 1940s และถูกนำไปปรับแต่งใช้กับนาฬิกาของหลากหลายแบรนด์ เริ่มจาก Cal.2310 ของ Lémania ไปจนถึงแบรนด์หรูอย่าง Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) ที่นำ Cal.2310 ไปปรับใช้และกำหนดรหัสเครื่องเป็น Cal.27-70 หรือ Vacheron Constantin (วาเชอรอง กองสตองแตง) ที่ใช้รหัสเครื่องเป็น Cal.1141 ก่อนจะปรับมาเป็น Cal.1142 ในปัจจุบัน ตลอดจนเครื่องโครโนกราฟของ Breguet (เบรเกต์) โดยยังคงมีใช้อยู่ในปัจจุบัน หากแต่ต่างค่ายต่างผลิตขึ้นใช้เองตามสิทธิ์การผลิตที่ได้รับอย่างถูกต้องจาก Lémania แต่สำหรับ Omega แล้วกลับเลิกนำ Cal.321 มาใช้กับนาฬิกาของตนตั้งแต่ปี 1968 โดยเปลี่ยนไปใช้ Cal.861 ที่ควบคุมการจับเวลาด้วยระบบ ‘Cam’ (แคม) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาให้มีโครงสร้างและระบบกลไกที่เรียบง่ายกว่า ผลิตง่ายกว่า และต้นทุนในการผลิตต่ำกว่า แต่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่เนื่องในวาระครบ 50 ปีแห่งการเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรกของมวลมนุษยชาติในปี 2019 ทาง Omega จึงถือโอกาสนี้เปิดตัวการกลับมาของ Cal.321 ซึ่งเป็นกลไกที่ใช้กับ Speedmaster ยุคแรก รวมไปถึงเรือนที่ถูกสวมใส่บนดวงจันทร์ด้วย โดยสร้างขึ้นใหม่ตามแบบแปลนเดิม ทั้งยังตั้งใจให้เหมือนต้นฉบับมากที่สุดด้วยการสแกนเครื่องเดิมชุดจริงด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อให้ทุกชิ้นส่วนมีลักษณะเหมือนเดิมมากที่สุด แต่ยกระดับความประณีตงดงามให้เลอเลิศยิ่งขึ้นด้วยการเคลือบทอง ‘Sedna’ (เซดนา) 18K อันเป็นทองสูตรเฉพาะของ Omega ด้วยเทคนิค PVD บนแท่นเครื่องและสะพานจักร ทั้งยังเพิ่มระดับความละเอียดในการขัดแต่งและตกแต่งให้หมดจดงดงามกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีของปัจจุบัน

 

Cal.321 เจเนอเรชั่นใหม่เครื่องนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 27.0 มิลลิเมตร หนา 6.74 มิลลิเมตร ขึ้นลานด้วยมือ ใช้ทับทิมกันสึกหรอ 17 ชิ้น สายใยจักรกลอกเป็นแบบ ‘Breguet’ (เบรเกต์) ทำงานด้วยความถี่ 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 55 ชั่วโมง โดยส่วนของกลไกโครโนกราฟนั้นควบคุมระบบสั่งการจับเวลาด้วย ‘Column-wheel’ และ ‘Lateral Clutch’ (แลเทอรัล คลัตช์ – คลัตช์แนวระนาบ) สามารถจับเวลาได้สูงสุด 12 ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามเครื่อง Cal.321 ยุคที่ 2 ที่นำมาเป็นต้นแบบในการสร้าง สิ่งที่ต้องย้ำให้ทราบก็คือ กลไก Cal.321 เจเนอเรชั่นใหม่นี้ถูกผลิตขึ้นในเวิร์กช็อปที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะในโรงงาน Omega แห่งใหม่ที่เมืองเบียนน์ (Bienne) ด้วยจำนวนการผลิตที่กำหนดไว้แค่ปีละ 2,000 เครื่องเท่านั้น โดยเป็นกระบวนการผลิตที่ใช้ช่างนาฬิกาเพียงคนเดียวต่อการประกอบ Cal.321 แต่ละชุด รวมทั้งเป็นคนเดียวกับขั้นตอนการประกอบลงในตัวเรือนด้วย

 

Omega กำหนดราคาขายสำหรับ Speedmaster Moonwatch Chronograph 39.7 MM Calibre 321 เรือนสเตนเลสสตีล Ref.311.30.40.30.01.001 รุ่นนี้เอาไว้ที่ 489,000 บาท ซึ่งจัดว่าค่อนข้างสูงมากสำหรับนาฬิกาตัวเรือนสเตนเลสสตีลของ Omega แต่ด้วยความเลอเลิศของ Cal.321 แล้ว เชื่อว่าแฟนๆ คงไม่ติดใจในเรื่องนี้เป็นแน่

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up