UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesNEW BELL & ROSS MILITARY STYLE - นีโอ-วินเทจ อารมณ์ทหารสำหรับยุค 2020

NEW BELL & ROSS MILITARY STYLE – นีโอ-วินเทจ อารมณ์ทหารสำหรับยุค 2020

by: ‘TomyTom’

 

นอกจากแนวคิดในการนำลักษณะของมาตรวัดในค็อกพิทของเครื่องบินมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานแล้ว อีกแนวทางหนึ่งที่ Bell & Ross (เบล แอนด์ รอส) นำมาใช้ในการสร้างสรรค์นาฬิกาของแบรนด์ก็คือ แนวอุปกรณ์ทางการทหาร ซึ่งล่าสุดในปี 2020 นี้ก็ได้เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของตระกูล BR V2 (บีอาร์ วีทู) จากคอลเลกชั่น Vintage (วินเทจ) ของตนออกมาพร้อมกัน 3 รุ่น ต่างฟังก์ชันและต่างเหล่าทหาร ได้แก่ นาฬิกา 3 เข็มพร้อมวันที่รุ่น BR V2-92 Military Green (บีอาร์ วีทู ไนน์ตีทู มิลิทารี กรีน) ในอารมณ์ทหารราบ นาฬิกาฟังก์ชัน GMT รุ่น BR V2-93 GMT Blue (บีอาร์ วีทู ไนน์ตีธรี จีเอ็มที บลู) ในอารมณ์ทหารอากาศ และนาฬิกาโครโนกราฟรุ่น BR V2-94 Aéronavale Bronze (บีอาร์ วีทู ไนน์ตีโฟร์ แอโรนาวาล บรอนซ์) ในอารมณ์ทหารเรือ ทั้ง 3 รุ่นล้วนมาในดีไซน์แบบคลาสสิก แต่แฝงความทันสมัยไว้ในรายละเอียดตามแนวทาง ‘Neo-vintage’ (นีโอ-วินเทจ) อันเป็นสไตล์วินเทจสมัยใหม่ และติดตั้งมากับสายแบบ ‘NATO’ (นาโต) ซึ่งทำจากผ้าใบที่มีความยืดหยุ่น อันเป็นผ้าชนิดเดียวกับที่ใช้ทำสายสำหรับร่มชูชีพ แต่ต่างให้อารมณ์และบุคลิกที่แตกต่างกันออกไปด้วยโทนสีที่ใช้กับองค์ประกอบต่างๆ ตลอดทั้งเรือนและสาย ขณะที่ตัวเรือนนั้นใช้เป็นขนาด 41.0 มิลลิเมตร ปัดผิวซาติน ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงกล่องโค้ง เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ติดตั้งฝาหลังชนิดกรุแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ และใช้เม็ดมะยมแบบเกลียว เพื่อให้กันน้ำได้ถึงระดับ 100 เมตร เช่นเดียวกันทั้งหมด (แม้แต่รุ่นโครโนกราฟ เพราะใช้ปุ่มกดแบบมีระบบเกลียวล็อก) แต่หากต้องการเป็นแบบสายสเตนเลสสตีลดีไซน์สปอร์ตคลาสสิกลายซาตินสลับกับข้อขัดเงาก็มีให้เลือกด้วยเช่นกัน (ยกเว้น BR V2-94 Aéronavale Bronze เพราะเป็นตัวเรือนบรอนซ์จึงจับคู่มากับสายผ้าเพียงอย่างเดียว)

 

BR V2-92 Military Green

เวอร์ชั่นมาตรฐานของนาฬิกา 3 เข็มรุ่น BR V2-92 ซึ่งทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันวันที่ Cal.BR 302 ถูกนำมาตกแต่งใหม่เป็นนาฬิกาแนวพื้นสู่พื้นตัวเรือนสเตนเลสสตีลรุ่น BR V2-92 Military Green ด้วยการเลือกใช้สีเขียวขี้ม้าผิวด้านสำหรับพื้นหน้าปัดรวมถึงจานวันที่ ขณะที่สารเรืองแสงทั้งบนหลักชั่วโมงและเข็มชี้นั้นใช้ ‘Super-LumiNova C3′ (ซูเปอร์ลูมิโนวา ซีธรี) ซึ่งจะเปล่งแสงเป็นสีเขียวในความมืด ทั้งยังล้อมด้วยเส้นสีดำ ขอบตัวเรือนเป็นแบบหมุนได้ 2 ทิศทาง ติดตั้งวงแหวนอะลูมิเนียมสีดำพร้อมสเกลนาทีสำหรับใช้งานในการจับเวลาเบื้องต้น สายผ้าที่จับคู่มากับรุ่นนี้เป็นสีเขียวขี้ม้าคาดเส้นสีดำ โดยมีแบบสายสเตนเลสสตีลให้เลือกด้วย

 

BR V2-93 GMT Blue:

พื้นฐานของรุ่น BR V2-93 GMT 24H ที่เปิดตัวเมื่อปี 2018 ถูกนำมาปรับเปลี่ยนอารมณ์เป็นนาฬิกาแนวพื้นสู่อากาศ BR V2-93 GMT Blue โดยมาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลพร้อมขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้ 2 ทิศทาง ซึ่งติดตั้งด้วยวงแหวนอะลูมิเนียมทำอโนไดซ์แบบทูโทนเพื่อแบ่งพื้นที่ของสเกล 24 ชั่วโมง ให้เห็นช่วงกลางวัน-กลางคืนอย่างชัดเจนโดยใช้พื้นสีเทาสำหรับเวลากลางวัน และสีน้ำเงินสำหรับกลางคืน หน้าปัดเป็นสีน้ำเงินที่เปล่งประกายเงางามด้วยผิวลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) และใช้จานวันที่เป็นสีน้ำเงินเช่นกัน เข็มชั่วโมง นาที และวินาทีใช้เป็นสีเงิน ส่วนเข็ม GMT แสดงเวลา 24 ชั่วโมงนั้นมาในแบบทูโทน สีน้ำเงินสลับแดงโดยมีส่วนปลายเป็นสามเหลี่ยมศรขนาดใหญ่ เคลือบfh;pสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ เช่นเดียวกับบนเข็มชั่วโมง เข็มนาที และหลักชั่วโมง

 

เครื่องที่ใช้กับรุ่นนี้คือ กลไกขึ้นลานอัตโนมัติ 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ซึ่งแสดงค่าผ่านช่องหน้าต่างและฟังก์ชัน GMT แสดงเวลา 24 ชั่วโมงด้วยเข็มกลาง Cal.BR 303 ซึ่งเป็นกลไก GMT ที่ปรับเข็ม GMT ได้อย่างเป็นอิสระจากเข็มชั่วโมงหลัก สำหรับสายผ้าที่จับคู่มากับรุ่นนี้เป็นสีเทาคาดเส้นสีน้ำเงิน หรือจะเลือกจับคู่กับสายสเตนเลสสตีลก็ได้เช่นกัน

 

BR V2-94 Aéronavale Bronze

นี่คือรุ่นที่พิเศษสุดสำหรับ Military Style จาก Bell & Ross ของปี 2020 นี้ ด้วยฐานะการเป็นนาฬิกาอารมณ์พื้นสู่ทะเลที่ถูกผลิตขึ้นในแบบจำนวนจำกัดเพียง 999 เรือน เพื่อแสดงถึงความพิเศษ ทางแบรนด์จึงเลือกใช้ตัวเรือนและขอบตัวเรือนที่ทำจากบรอนซ์ชนิด CuAl7Si2 (ประกอบด้วยทองแดง 91% อลูมิเนียม 7% และซิลิกอน 2%) ซึ่งมีความเสถียรสูง และมีโทนสีทองงามอร่าม แต่ก็ยังคงแปรเปลี่ยนสภาพสีของผิวไปตามกาลเวลาและสภาวะแวดล้อมการใช้งานที่ประสบ อันเป็นลักษณะของบรอนซ์ด้วยเช่นกัน ส่วนสายที่จับคู่มากับรุ่นนี้จะเป็นผ้าสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งใช้ตัวล็อกและห่วงสายเป็นบรอนซ์ปัดลายซาตินเช่นเดียวกับตัวเรือน

 

พื้นฐานของรุ่นนี้แน่นอนว่ายังคงมาจากนาฬิกาโครโนกราฟในซีรีส์ Vintage รุ่น BR V2-94 โดยเลือกใช้แหวนขอบตัวเรือนเป็นอะลูมิเนียมที่ทำอโนไดซ์เป็นสีน้ำเงินเข้ม โดดเด่นด้วยสเกลสีทองเช่นเดียวกับสีน้ำเงินเข้มของพื้นหน้าปัดซึ่งประดับหลักชั่วโมง เข็มชี้ และวงกรอบหน้าปัดย่อยชุบทอง ส่วนที่เข็มชั่วโมงกับนาทีทรงแท่งก็มีการเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ มาให้เพื่อให้อ่านค่าได้ชัดเจนในความมืด ความสามารถในการจับเวลาได้ 30 นาที เป็นผลมาจากการทำงานของกลไกขึ้นลานอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันวันที่และโครโนกราฟ Cal.BR 301 ซึ่งเป็นความจงใจ เนื่องจากต้องการให้ตำแหน่งการแสดงค่าของหน้าปัดย่อยเป็นแบบ ‘Bi-compax’ (ไบคอมแพ็กซ์) อันเป็นลักษณะนิยมของนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟสมัยยุคทศวรรษ 1960s

BR V2-92 Military Green ที่กำหนดราคาจำหน่าย 2,990 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 99,000 บาท) สำหรับรุ่นสายผ้า และ 3,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 109,000 บาท) สำหรับแบบสายสเตนเลสสตีล รวมถึง BR V2-93 GMT Blue ที่ตั้งราคาสำหรับเวอร์ชั่นสายผ้า 3,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 106,000 บาท) และ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 116,000 บาท) สำหรับแบบสายสเตนเลสสตีล จะวางจำหน่ายราวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2020 เป็นต้นไป ส่วนรุ่น ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ผลิตจำนวนจำกัด 999 เรือน BR V2-94 Aéronavale Bronze พร้อมราคา 5,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 172,000 บาท) นั้นจะตามออกมาในราวปลายเดือนเมษายน 2020

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up