UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesNEW BVLGARI OCTO FINISSIMO AUTOMATIC - ปรับงานขัดเปลี่ยนอารมณ์

NEW BVLGARI OCTO FINISSIMO AUTOMATIC – ปรับงานขัดเปลี่ยนอารมณ์

by: ‘TomyTom’

 

Bvlgari (บุลการี) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ซึ่งมีนาฬิกาเรือนโลหะแนวสปอร์ตหรู ซึ่งหมายถึงมาพร้อมกับสายโลหะที่ออกแบบกลมกลืนกับตัวเรือนแข่งขันในตลาดอยู่แล้ว อันได้แก่ Octo Finissimo Automatic (อ็อกโต ฟินิสสิโม ออโตเมติก) เรือนไทเทเนียมที่เปิดตัวเมื่อปี 2017 และเรือนสเตนเลสสตีลกับเรือนทองกุหลาบ 18K ที่เปิดตัวตามมาในปี 2018 รวมถึงเรือนเซรามิกดำพร้อมหน้าปัดเซรามิกดำที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2019 ซึ่งทั้งหมดเป็นการใช้ผิวแบบ ‘Sandblasted’ (แซนด์บลาสเตด) ตลอดตัวเรือนและสาย และใช้หน้าปัดผิวด้านสีเดียวกับตัวเรือน ร่วมกับเข็มชี้และหลักชั่วโมงสีดำด้าน (ยกเว้นเรือนเซรามิกที่ใช้เข็มกับชิ้นหลักชั่วโมงสีดำเงา) เพื่อมอบรูปลักษณ์ผิวด้านสไตล์ทันสมัยให้กับนาฬิกาในภาพรวม

 

มาถึงปี 2020 นี้ Bvlgari ได้เปิดตัวเวอร์ชั่นอัพเดท ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการขัดแต่งใหม่ โดยเวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลกับเวอร์ชั่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็น ‘Satin-polished’ (ซาตินโพลิชด์) อันเป็นการปัดผิวเป็นลายซาตินแบบผสมผสานหลายรูปแบบแนวเส้นบนพื้นผิวหลัก และการขัดเงาบริเวณขอบสันเพื่อปรับรูปลักษณ์ให้ดูหรูสง่ากว่าที่เคย ร่วมกับการใช้หน้าปัดผิวหยาบ เคลือบแลคเกอร์สีดำด้าน และเข็มกับชิ้นหลักชั่วโมงขัดเงาสีเดียวกับตัวเรือนและสาย แต่มีเพียงเวอร์ชั่นสเตนเลสสตีลเท่านั้นที่มากับสายวัสดุเดียวกับตัวเรือน ซึ่งเป็นการปัดลายซาตินแนวดิ่งบริเวณพื้นที่หลัก และขัดเงาด้านข้างและข้อลิงก์ เพราะเวอร์ชั่นเรือนทองกุหลาบ 18K นั้นมาคู่กับสายหนังจระเข้สีดำ ขณะที่เวอร์ชั่นตัวเรือนและสายเซรามิกดำมีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยเป็น ‘Sandblasted-polished’ โดยขัดเงาบนพื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวเรือนและสายสลับกับผิว ‘Sandblasted’ บริเวณขอบสันบนตัวเรือนและข้อลิงก์ของสายเพื่อให้นาฬิกาดูมีมิติมากขึ้น

 

ดีไซน์ของนาฬิกายังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือการจำแลงมาจากตระกูล Octo นาฬิกาดีไซน์แปดเหลี่ยมเชิงสถาปัตย์อันแสนงดงามของ Gérald Genta (เฌรัลด์ ฌองตา) ซึ่งได้ลิขสิทธิ์มาสานต่อ เพราะทาง Bvlgari เข้าไปซื้อกิจการของ Gérald Genta มาตั้งแต่ปี 2000 โดยนำมาผนวกเข้ากับจุดเด่นที่ทางแบรนด์ตั้งใจนำเสนอ นั่นก็คือ ความบางเฉียบเพียง 5.0 มิลลิเมตร นิดๆ ของตัวเรือนขนาด 40.0 มิลลิเมตร ที่ใช้แซพไฟร์คริสตัลเป็นกระจกหน้าปัดและกรุบนฝาหลัง อันเป็นผลมาจากการใช้เครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานอัตโนมัติด้วยโรเตอร์ขนาดเล็กวัสดุแพลทินัม Cal.BVL138 ความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง แสดงชั่วโมงกับนาทีด้วยเข็มกลาง และแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็ก ณ ตำแหน่งเฉพาะตัวที่ 7 นาฬิกา ซึ่งเป็นเครื่องขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 36.6 มิลลิเมตร ที่มีความหนาแค่ 2.23 มิลลิเมตร เท่านั้น และเพื่อให้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์เรือนเวลาสปอร์ตหรู เม็ดมะยมประดับชิ้นเซรามิกดำของเวอร์ชั่นปี 2020 นี้จึงถูกปรับปรุงใหม่มาเป็นแบบล็อกเกลียว เพื่อเพิ่มระดับการกันน้ำจากเดิมที่ 30 เมตร มาเป็น 100 เมตร แต่เป็นเฉพาะเวอร์ชั่นเรือนสเตนเลสสตีลกับเรือนทองกุหลาบ 18K เพราะเวอร์ชั่นเรือนเซรามิกดำยังคงเป็นเม็ดมะยมแบบธรรมดาและกันน้ำได้ 30 เมตร เท่าเดิม ด้วยเหตุนี้ตัวเรือนของเวอร์ชั่นเซรามิกจึงมีความหนา 5.5 มิลลิเมตร เท่าเรือนเซรามิกเวอร์ชั่นก่อน ขณะที่เวอร์ชั่นเรือนสเตนเลสสตีลกับเวอร์ชั่นเรือนทองกุหลาบนั้นมีขนาดหนาขึ้นเล็กน้อยจาก 5.15 มิลลิเมตร เป็น 5.25 มิลลิเมตร

 

Bvlgari Octo Finissimo Automatic ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลเวอร์ชั่นใหม่นี้ติดป้ายราคาเอาไว้ที่ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 396,000 บาท ขณะที่ตัวเรือนทองกุหลาบ 18K สายหนังจระเข้สีดำวางราคาไว้ที่ 20,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 673,000 บาท ส่วนตัวเรือนและสายเซรามิกดำจะอยู่ที่ 15,600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 515,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up