UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesNEW DIVER CHRONOGRAPH - เจเนอเรชั่นใหม่จาก ULYSSE NARDIN

NEW DIVER CHRONOGRAPH – เจเนอเรชั่นใหม่จาก ULYSSE NARDIN

by: ‘TomyTom’

 

Ulysse Nardin (ยูลิส นาร์แดง) คือแบรนด์นาฬิกาที่ผูกพันกับท้องทะเลมาตั้งแต่ครั้งอดีต จากการเป็นผู้นำในการผลิตนาฬิกาความเที่ยงตรงสูง ‘Marine Chronometer’ (มารีน โครโนมิเตอร์) ให้เรือเดินสมุทรใช้ในการเดินทาง ณ ช่วงเวลาที่อุปกรณ์สมัยใหม่ยังไม่ถูกคิดค้นขึ้นมา ล่าสุดในปี 2019 นี้ก็ได้ปล่อยผลงานใหม่จากคอลเลกชั่น Diver (ไดเวอร์) ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของ Diver Chronograph 44 MM (ไดเวอร์ โครโนกราฟ 44 มิลลิเมตร) ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำที่มากับฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลา เปิดตัวออกสู่ตลาดพร้อมกันถึง 3 เวอร์ชั่น แบ่งเป็นการผลิตปกติ 2 เวอร์ชั่น และผลิตจำนวนจำกัดอีก 1 เวอร์ชั่น

 

เวอร์ชั่น ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ผลิตจำนวนจำกัด 300 เรือนของ Diver Chronograph 44 MM มีชื่อต่อท้ายว่า ‘Hammerhead Shark’ (แฮมเมอร์เฮด ชาร์ค) อันหมายถึงฉลามหัวค้อน เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของ Ulysse Nardin ในการนำฉลามสายพันธุ์ต่างๆ มาใช้เป็นสัญลักษณ์สำหรับนาฬิกาดำน้ำรุ่นพิเศษของตนมาระยะหนึ่งแล้ว เวอร์ชั่น ‘Hammerhead Shark’ ของ Diver Chronograph ครั้งนี้มาในตัวเรือนไทเทเนียม ร่วมกับการใช้สีกรมท่าสำหรับวงแหวนยางบนขอบตัวเรือน แผ่นหน้าปัด และสายยาง พร้อมเพิ่มรายละเอียดด้วยการใช้สีแดงกับเส้นวงแหวนบริเวณขอบหน้าปัด และรอบวงวินาที ข้อความ ‘Hammerhead Shark’ และข้อความในวงหน้าปัดย่อยทั้ง3 เข็มจับเวลาทั้ง 3และปุ่มกดจับเวลา ปิดท้ายด้วยภาพฉลามหัวค้อนที่ถูกสลักไว้บนฝาหลัง และภาพฉลามหัวค้อนสีแดงที่พิมพ์บนสายนาฬิกาฝั่งเหนือ 12 นาฬิกา และมีแผ่นโลหะระบุหมายเลขประจำเรือนจากจำนวนการผลิต 300 เรือน ติดไว้ข้างตัวเรือนฝั่งซ้าย การใช้โทนสีน้ำเงินตัดกับสีแดงนี้เป็นการสานต่อรูปแบบสีสันที่เคยใช้กับนาฬิการุ่นพิเศษเวอร์ชั่น ‘Hammerhead Shark’ ที่ Ulysse Nardin เคยสร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ด้วย

Diver Chronograph 44 MM ‘Hammerhead Shark’ Limited Edition

 

ส่วนเวอร์ชั่นปกติทั้ง 2 นั้น ได้แก่เวอร์ชั่นตัวเรือนไทเทเนียมที่มาพร้อมกับวงแหวนยางขอบตัวเรือน แผ่นหน้าปัด ปุ่มกด และสายยางสีดำ อันเป็นโทนสีมาตรฐานสำหรับนาฬิกาดำน้ำ ร่วมกับเข็มจับเวลาและข้อความสีแดงกำกับบนหน้าปัดจับเวลา และเวอร์ชั่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K ที่มาพร้อมกับวงแหวนยางบนขอบตัวเรือน แผ่นหน้าปัด ปุ่มกด และสายยางสีกรมท่า ร่วมกับเข็มชี้และข้อความสีทองกำกับบนหน้าปัดจับเวลา โดยทั้ง 2 เวอร์ชั่นนี้จะมากับฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ด้านข้างตัวเรือนฝั่งซ้ายติดแผ่นโลหะระบุหมายเลขลำดับเรือนกำกับไว้ด้วย

Diver Chronograph 44 MM เวอร์ชั่นตัวเรือนไทเทเนียม และเวอร์ชั่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K

 

Diver Chronograph 44 MM ทั้ง 3 เวอร์ชั่นยังคงลักษณะที่เอื้อต่อการใช้งานในฐานะนาฬิกาดำน้ำไว้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติในการป้องกันน้ำได้ถึงระดับ 300 เมตร แท่งหลักชั่วโมง และเข็มชั่วโมงกับนาทีขนาดใหญ่ทรงคล้ายไม้พายสีเดียวกับเรือนที่มีการเคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) เอาไว้อย่างเต็มที่ โดยสารเรืองแสงนี้ยังครอบคลุมมาใช้กับเข็มขนาดเล็กทรงไม้พายทั้ง 3 และเลข 0 ขนาดใหญ่ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา บนขอบตัวเรือนที่หมุนได้ทิศทางเดียวสำหรับกำหนดเวลาอยู่ใต้น้ำ ส่วนขีดสเกลและตัวเลขที่เหลือจะมอบทั้งความงดงามและความชัดเจนเพราะเป็นผิวนูนของไทเทเนียมหรือทองกุหลาบ 18K ที่ผุดขึ้นจากแผ่นยางแบบร่องรัศมีที่ถูกหลอมรวมเข้ากับพื้นโลหะ จับคู่มากับสายยางที่มีชิ้นโลหะวัสดุเดียวกับตัวเรือนติดตั้งอยู่กับสายชิ้นล่าง อันเป็นอีกลักษณะประจำตัวของสายยางจาก Ulysse Nardin และใช้ตัวล็อกชนิดบานพับวัสดุเดียวกับตัวเรือน ขณะที่ปุ่มกดจับเวลานั้นเป็นแบบมีวงแหวนสกรูล็อกเพื่อความมั่นใจในการกันน้ำ และป้องกันการกดโดยไม่ตั้งใจ

 

ตัวเรือนของ Diver Chronograph 44 MM มาในขนาด 44.0 มิลลิเมตร บรรจุกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานอัตโนมัติ พลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง Cal.UN-150 ซึ่งใช้สายใยจักรกลอกที่ทำจาก ‘Silicium’ (ซิลิเซียม) กลไกชุดนี้จับเวลาได้สูงสุด 12 ชั่วโมง ราคาจำหน่ายถูกตั้งไว้ที่ 11,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 393,000 บาท สำหรับเวอร์ชั่นผลิตจำนวนจำกัด 300 เรือน ‘Hammerhead Shark’ ในขณะที่เวอร์ชั่นจำหน่ายปกตินั้นวางราคาไว้ที่ 11,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 380,000 บาท สำหรับเวอร์ชั่นไทเทเนียม และ 38,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,270,000 บาทสำหรับเวอร์ชั่นทองกุหลาบ 18K

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up