UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesNEW OMEGA CONSTELLATION GENT’S COLLECTION - สนองกระแสสปอร์ตหรูด้วยดาว

NEW OMEGA CONSTELLATION GENT’S COLLECTION – สนองกระแสสปอร์ตหรูด้วยดาว

by: ‘TomyTom’

 

หนึ่งในนาฬิกาแบบ ‘Integrated Bracelet’ (อินทีเกรเตด เบรซเล็ต) อันเป็นรูปแบบที่ตัวเรือนและสายโลหะมีดีไซน์ที่สอดคล้องต่อเนื่องกันเป็นหนึ่งเดียวที่คนรู้จักกันมากที่สุด โดยเฉพาะในยุคทศวรรษ 1980s ก็คือตระกูล Constellation (คอนสเตลเลชัน) ที่ Omega (โอเมก้า) ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากนาฬิกาสไตล์เดรสคลาสสิกแบบดั้งเดิมมาเป็นแบบ ‘Integrated ฺBracelet’ ที่ผสานดีไซน์แนวสปอร์ตหรูเข้าไปในเจเนอเรชั่นปี 1982 ที่ได้ชื่อว่า Constellation Manhattan (คอนสเตลเลชัน แมนฮัตตัน) โดยลักษณะเด่นของเจเนอเรชั่นนี้ก็คือ ดีไซน์ตัวเรือนทรงถังเบียร์แสนเพรียวบางพร้อมเส้นสันทรงเสี้ยวจันทร์บริเวณขาตัวเรือน ะผนึกด้วยกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลที่ซีลมาเป็นอย่างดี เพื่อประสิทธิภาพในการกันน้ำ ทั้งยังมีดีไซน์สันคาน 4 ชิ้นพาดผนึกเป็นคู่จากด้านข้างตัวเรือนบริเวณ 3 และ 9 นาฬิกา จรดขอบหน้าปัด ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ร่วมด้วยดีไซน์ของสายโลหะแบบข้อเดี่ยวสลับท่อนลิงก์ข้อเรียวที่ประสานเข้ากับตัวเรือนอย่างแนบเนียนดุจสร้อยข้อมือเส้นงาม

เมื่อกระแสความนิยมในนาฬิการูปแบบ ‘Integrated Bracelet’ กลับมาเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ไฉนเลยทาง Omega จะไม่นำรูปแบบของ Constellation Manhattan อันเป็นที่นิยมอย่างมากในอดีตกลับมาตอกย้ำความเป็นผู้นำของตนในนาฬิกาประเภทนี้ และเจเนอเรชั่นปรับโฉมของ Constellation Gent’s Collection (คอนสเตลเลชัน เจนท์ส คอลเลกชั่น) ซึ่งมาพร้อมตัวเรือนขนาด 39.0 มิลลิเมตร บรรจุกลไก ‘Co-Axial Master Chronometer’ (โคแอ็กเซียล มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ก็คือคำตอบที่ Omega มีให้กับวงการนาฬิกาสปอร์ตหรูในปี 2020 นี้ ลักษณะแบบดั้งเดิมของ Constellation Manhattan ถูกนำมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยโดยออกแบบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสันคานทั้ง 4 ที่กลายมาเป็นชิ้นแถบสันขัดเงา 4 ชิ้น เด่นชัดอยู่เหนือพื้นผิวปัดลายแนวเซอร์คูลาร์บนขอบตัวเรือนและตัวเรือน เม็ดมะยมขนาดสมส่วนใช้งานถนัดมือ ร่องสลักเลขโรมันอันคมชัดบนขอบเรือน แต่จุดที่น่าประทับใจนั้นเห็นจะเป็นเส้นสันทรงเสี้ยวจันทร์ที่บริเวณขาตัวเรือนที่กลมกลืนเข้ากับสายโลหะซึ่งนำรูปแบบดั้งเดิมมาปรับเปลี่ยนให้ดูเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน โดยปัดลายในแนวขวางบนบริเวณพื้นข้อ สลับกับข้อเชื่อมขัดเงา ตลอดจนขนาดของตัวเรือนที่ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป แต่จะว่าไปแล้วดีไซน์โดยรวมก็คล้ายกับเจเนอเรชั่นใหม่ของ Constellation ขนาด 29.0 มิลลิเมตร สำหรับคุณผู้หญิงที่เปิดตัวออกมาเมื่อปี 2018 นั่นเอง หากแต่ปรับขยายสัดส่วนและการตกแต่งให้ดูแมนสมชายยิ่งขึ้น

 

Omega ผลิต Constellation Gent’s Collection Co-Axial Master Chronometer 39mm เจเนอเรชั่นปรับโฉมใหม่ออกมาให้เลือกสรรกันในหลากหลายวัสดุ และโทนสีการตกแต่งเป็นจำนวนถึง 26 เวอร์ชั่นด้วยกัน โดยมีตั้งแต่สเตนเลสสตีล แบบสองกษัตริย์ที่ใช้ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล ร่วมกับวงขอบตัวเรือน เม็ดมะยม สันบ่าทอง 18K หรือทอง ‘Sedna’ (เซดนา) 18K อันเป็นทองกุหลาบสูตรเฉพาะของ Omega ซึ่งให้โทนสีทองที่ไม่ซ้ำกับแบรนด์ใด ตลอดจนเวอร์ชั่นทอง 18K หรือทอง ‘Sedna’ 18K ล้วน อีกทั้งนอกจากสายโลหะวัสดุชนิดเดียวกับตัวเรือนแล้ว ก็ยังมีรุ่นสายหนังจระเข้ให้เลือกด้วยเช่นกัน ส่วนสีของหน้าปัดก็มีหลากหลายทางเลือก ทั้งสีดำ สีเงิน สีน้ำเงิน สีขาว สีน้ำตาล ตลอดจนหน้าปัดแบบใหม่ที่มีผิวเป็นลายนูนคล้ายผิวผ้าไหม ซึ่งมีทั้งโทนสีน้ำเงิน สีแชมเปญ สีเงิน และสีเทา ส่วนเข็มชี้และชิ้นหลักชั่วโมงโลหะก็ออกแบบขึ้นใหม่โดยนำลักษณะรูปทรงมาจากตึก ‘Freedom Tower’ (ฟรีดอม เทาเออร์) แห่งมหานครนิวยอร์ก แม้แต่ช่องหน้าต่างวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาก็ยังทำเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูให้สอดคล้องกับหลักชั่วโมง และไม่ลืมที่จะติดตั้งชิ้นดาวห้าแฉกอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูล Constellation ไว้เหนือช่องหน้าต่างและจัดให้มีแถบสารเรืองแสงอยู่บนเข็มชั่วโมงกับนาทีเพื่อมิให้ขาดตกบกพร่องในคุณลักษณะของการเป็นนาฬิกาแนวสปอร์ตหรู นอกจากนี้ก็ยังมีบางเวอร์ชั่นที่มากับหลักชั่วโมงแบบประดับเพชรด้วย

 

แม้ตัวเรือนของคอลเลกชั่นนี้จะสามารถกันน้ำได้เพียง 50 เมตร แต่ก็เชื่อว่าคงจะเพียงพอต่อการเป็นเพื่อนคู่กายในชีวิตประจำวันแล้ว ภายในบรรจุกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานอัตโนมัติ แสดงเวลา 3 เข็มพร้อมฟังก์ชันวันที่ Cal.8800 ที่รักษาความแม่นยำด้วยระบบปล่อยจักรแบบ ‘Master Co-Axial’ และสายใยจักรกลอกซิลิกอน ทำงานที่ความถี่ 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 55 ชั่วโมง พร้อมรับรองมาตรฐาน ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) โดย ‘METAS’ (เมแทส) ที่นอกจากจะยืนยันถึงความเที่ยงตรงแล้ว ยังต้องทนทานต่อสนามแม่เหล็กได้ถึงระดับ 15,000 เกาส์ ตัวกลไกได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ทั้งงานเคลือบโรเดียมบนสะพานจักร งานทำสีดำบนชิ้นสกรู จักรกลอก และตลับลาน ตลอดจนงานตกแต่งลาย ‘Geneva’ (เจนีวา) ในรูปแบบแนวคลื่นสไตล์อาหรับทั้งบนสะพานจักรและบนโรเตอร์ โดยมองเห็นได้จากแผ่นแซพไฟร์คริสตัลที่กรุอยู่กับฝาหลัง และแน่นอนว่าตามมาตรฐาน Omega ยุคใหม่ก็ต้องมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพเป็นเวลานานถึง 5 ปี (สำหรับเวอร์ชั่นตัวเรือนที่เป็นทอง 18K จะใช้กลไกรุ่น Cal.8801 ซึ่งมีจุดแตกต่างอยู่ที่จะใช้ทอง ‘Sedna’ 18K ผลิตโรเตอร์และแป้นทับจักรกลอก)

 

ราคาเริ่มต้นของ Constellation Gent’s Collection Co-Axial Master Chronometer 39 MM เจเนอเรชั่นใหม่นี้อยู่ที่ 211,1000 บาท สำหรับเวอร์ชั่นตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล (เวอร์ชั่นสายหนังจะถูกกว่าเล็กน้อย) ขณะที่หากเป็นเวอร์ชั่นตัวเรือนและสายแบบสองกษัตริย์ (สเตนเลสสตีลสลับทอง 18K หรือทอง ‘Sedna’ 18K) ราคาจะเพิ่มขึ้นไปเป็น 312,000 บาท และไปสุดอยู่ที่เวอร์ชั่นตัวเรือนและสายทอง 18K หรือทอง ‘Sedna’ 18K ที่ราคา 1.1 ล้านบาท (ขณะที่หากเป็นตัวเรือนทองคู่กับสายหนังราคาจะอยู่ราวกว่า 6 แสนบาท) ส่วนใครที่อาจอยากได้ขนาดนาฬิกาที่เล็กลงกว่านี้ก็ยังมี Constellation Co-Axial Master Chronometer 36 MM ที่ใช้ตัวเรือนขนาด 36.0 มิลลิเมตร ให้เลือกอีกกว่า 10 เวอร์ชั่น ในวัสดุและการตกแต่งลักษณะเดียวกัน รวมไปถึงกลไกที่ใช้ด้วย โดยในเวอร์ชั่นตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลจะวางราคามาเท่ากับตัวเรือนขนาด 39.0 มิลลิเมตร แต่สำหรับเวอร์ชั่นสองกษัตริย์กับเวอร์ชั่นทอง 18K จะมีราคาต่ำกว่ารุ่นขนาด 39.0 มิลลิเมตร เล็กน้อย

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up