UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesNEW VERSIONS OF CAPT.WILLARD’S SEIKO - ตะพาบใหม่ในราคามิตรภาพ

NEW VERSIONS OF CAPT.WILLARD’S SEIKO – ตะพาบใหม่ในราคามิตรภาพ

by: ‘TomyTom’

 

ประวัติศาสตร์ของ Seiko (ไซโก) นั้นช่างเกรียงไกรยิ่งนัก ยุคนิยมวินเทจในช่วงหลายปีมานี้ได้แสดงให้ประจักษ์อย่างแจ่มแจ้งว่าแบรนด์จากญี่ปุ่นแบรนด์นี้มีนาฬิการุ่นเด็ดๆ ในประวัติศาสตร์การผลิตของตนอยู่มากมายเพียงใด ผ่านนาฬิการุ่นแล้วรุ่นเล่าที่นำรุ่นดั้งเดิมที่โด่งดังทั้งหลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ ทั้งยังออกมาในหลากระดับหลายลักษณะตั้งแต่รุ่นปกติที่ราคาไม่สูงนัก ไปจนถึงรุ่นพิเศษผลิตจำนวนจำกัดราคาแพง สำหรับนาฬิกาดีไซน์วินเทจรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวออกมาใหม่นี้เป็นการนำลักษณะของนาฬิกาดำน้ำ Seiko Ref.6105 จาก ค.ศ.1970 หรือที่เรียกกันว่ารุ่นตะพาบน้ำ ทั้งยังเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘Capt. Willard’ (กัปตัน วิลลาร์ด) อันเนื่องมาจากเป็นนาฬิกาที่ Capt. Benjamin Willard (กัปตัน เบนจามิน วิลลาร์ด) ซึ่งรับบทโดย Martin Sheen (มาร์ติน ชีน) สวมใส่เข้าฉากในภาพยนตร์ดังจากปี 1979 เรื่อง ‘Apocalypse Now’ (อโพคาลิพส์ นาว) ของ Francis Ford Coppola (ฟรานซิส ฟอร์ด คอพโพลา) มาสร้างขึ้นใหม่ในฐานะหนึ่งในนาฬิกาดำน้ำรุ่นมาตรฐานในระดับค่อนไปทางสูงของตระกูล Prospex (โพรสเป็กซ์)

Seiko Prospex SPB153

 

ทายาทคนใหม่ของ Ref.6105 ที่เปิดตัวมาในปี 2020 นี้ เผยโฉมออกมาพร้อมกัน 2 รุ่นคือ Prospex Automatic Diver’s 200m (โพรสเป็กซ์ ออโตเมติก ไดเวอร์ส 200 เมตร) รหัส SPB151 และรหัส SPB153 โดยมีสถานะเป็นรุ่นมาตรฐานระดับค่อนไปทางสูงของตระกูล Prospex ที่มีค่าตัวย่อมเยากว่าราคาเกินแสนบาทของรุ่น Prospex The 1970 Diver’s Re-Creation Limited Edition (โพรสเป็กซ์ เดอะ ไนน์ทีนเซเวนตี ไดเวอร์ส รีครีเอชัน ลิมิเต็ด เอดิชั่น) รหัส SLA033 หรือรหัสในญี่ปุ่นว่า SBDX031 ซึ่งเป็นนาฬิการุ่นพิเศษในกลุ่ม ‘Re-Creation’ ของตระกูล Prospex ที่ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 2,500 เรือน เมื่อปี 2019 ผู้มีต้นแบบเป็น Ref.6105 เช่นเดียวกัน จริงอยู่ที่ว่ารายละเอียดของ SPB151 กับ SPB153 คงไม่สามารถเทียบชั้นกับ SLA033 ได้ทั้งเรื่องคุณภาพวัสดุ และการตกแต่ง ตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ ไปจนถึงคลาสของกลไกที่ใช้เป็นคาลิเบรอตระกูล 6R มิใช่ 8L

 

 

ตัวเรือนของทั้ง 2 รุ่น เป็นสเตนเลสสตีลขนาด 42.7 มิลลิเมตร ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัล และใช้ฝาหลังแบบแผ่นทึบร่วมด้วยเม็ดมะยมชนิดล็อกเกลียวเพื่อมอบความสามารถในการดำน้ำถึง 200 เมตร พร้อมขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้ทิศทางเดียวเป็นสเตนเลสสตีลติดตั้งแผ่นวงแหวนอลูมิเนียม แสดงเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมการแสดงวันที่ ขับเคลื่อนด้วยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ Cal.6R35 ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้งต่อ/ชั่วโมง ซึ่งเด่นด้วยการสำรองพลังงานที่ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง ซึ่งเป็นคาลิเบรอเดียวกับที่ใช้อยู่ใน Sumo (ซูโม) เจเนอเรชั่นล่าสุดนั่นเอง เมื่อเทียบกับ Ref.6105 อันเป็นต้นฉบับแล้ว ตัวเรือนของรุ่น SPB151 กับ SPB153 จะมีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย แต่ยังคงมีดีไซน์เน้นความแบนและแผ่กว้างในลักษณะเดียวกัน ส่วนรายละเอียดหน้าปัดก็ยังคงรูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นแท่งหลักชั่วโมงสีเงินทรงเหลี่ยมและสเกลต่างๆ ขณะที่เข็มสีเงินทรงเหลี่ยมถูกขยายขนาดให้กว้างขึ้น ส่วนเข็มวินาทีก็ยังคงแต้มจุดสีแดงมาให้เพื่อรักษาลักษณะดั้งเดิมเอาไว้ รวมถึงการใช้จานวันที่สีขาวพิมพ์ตัวเลขสีดำด้วย และแน่นอนว่าสารเรืองแสงที่ใช้คือ ‘LumiBrite’ (ลูมิไบรท์) ของ Seiko ยุคปัจจุบัน

Seiko Prospex SPB151

 

ความแตกต่างของ Seiko Prospex Automatic Diver’s 200m รุ่น SPB151 กับ SPB153 อยู่ที่สีหน้าปัดกับแผ่นวงแหวนบนขอบตัวเรือนและชนิดสายที่ใช้ โดยรุ่น SPB151 จะใช้เป็นสีดำ ร่วมกับสายสเตนเลสสตีลดีไซน์สปอร์ต 3 แถว ตั้งราคาไว้ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 43,000 บาท ส่วนรุ่น SPB153 จะใช้เป็นสีเขียวโอลีฟ และคาดข้อมือด้วยสายยางสีดำดีไซน์วินเทจ ตั้งราคาไว้ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 36,000 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม 2020

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up